เปิดผลสอบ เนตร นาคสุข ไม่สั่งฟ้องคดี บอส อยู่วิทยา เพราะด้วยเหตุผลนี้…?

ความคืบหน้ากรณีของ นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ที่สั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา คดีขับรถโดยประมาทอันเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากการขับรถยนต์ชน ด. ต. วิเชียร กล่ำประเสริฐ สังกัด สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 นำมาสู่การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัย นายเนตร นาคสุข นั้น ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม คณะกรรมการสอบสวน เร่งถอดคลิปเสียง คำต่อคำ คดีบอส อยู่วิทยา ให้เวลา 7 วัน!! ส.ส.พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี เร่งรัดคดี บอส อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง คืบหน้าวานนี้ (4 กันยายน 2564) แนวหน้า มีรายงานข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่า หลังจาก นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ปัจจุบันเป็นกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เป็นประธานคณะกรรมการร่วมกับพวก 5 คน สอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยนายเนตร นาคสุข ได้สรุปสำนวนการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการผิดวินัยไม่ร้ายแรง ไม่พบว่าเป็นการสั่งคดีโดยมีการทุจริต เป็นเพียงการบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ทั้งนี้ สมควรให้เสนองดบำเหน็จบำนาญและไม่เลื่อนขั้นเป็นเวลา 2 ปี และไม่เสนอให้เป็นอัยการอาวุโส โดยจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการอัยการพิจารณากลางเดือนกันยายนนี้ ทั้งนี้ การเสนอความเห็นผลสอบของคณะกรรมการสอบสอบฯ ชุดนายกายสิทธิ์ จะถูกเสนอที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ในวันที่ 10 กันยายนนี้ โดยมี นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธาน ก.อ. เป็นประธานที่ประชุม พร้อม ก.อ.อื่น ๆ รวม 15 คน เพื่ออภิปรายและมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 นายเนตร ได้แสดงความประสงค์ขอลาออกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่อัยการสูงสุดไม่ได้พิจารณาใบลาออก และนายเนตรเองก็ไม่มีความประสงค์จะขอเป็นอัยการอาวุโสอีกต่อไป

ด่วน ! ผลชันสูตรออก ผู้ต้องหาคดี “อดีตผู้กำกับโจ้” ตายเพราะ ขาดอากาศหายใจ

วันที่ 30 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี ผู้กำกับโจ้ ซึ่งล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในคดีนี้ ได้มีการนำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติด ชุด 05 ของ สภ.เมืองนครสวรรค์ อีก 6 นาย มาสอบปากคำอย่างละเอียด ในการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีด้วยหรือไม่ แต่ในเบื้องต้น ยังไม่ได้มีการออกหมายจับเพิ่มใครในทั้ง 6 รายนี้ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม รวบแล้ว ผกก.โจ้ แต่ชาวเน็ตลั่นให้ทำสิ่งนี้พื่อความสบายใจของประชาชน!! อดีต ผกก.โจ้ เปิดปาก! ขอโทษที่ทำให้ตำรวจภาพลักษณ์เสียหาย  ยันไม่ได้เรียก 2 ล้าน แค่ถามหายา ลั่นไม่มีใครพาหนีแค่หลบไปตั้งหลัก  เนื่องจากการสอบปากคำ พบว่า ตำรวจชุด 05 ทั้ง 6 ราย ได้มีการไปร่วมล่อซื้อยาเสพติดและจับกุมจริง แต่เมื่อควบคุมผู้ต้องหามาที่ห้องที่เกิดเหตุ แล้วรู้สึกไม่ดี จึงได้พากันออกจากห้อง พร้อมกับไปทำการลงบันทึกการจับกุมไว้เป็นหลักฐานไว้ที่ห้องร้อยเวร สภ.เมืองนครสวรรค์ เพราะรู้ดีว่าหากมีเหตุไม่คาดฝันหลังจากนี้ จะได้ใช้ไว้เป็นหลักฐานในการกันตัวออกจากคดี แต่ในส่วนของการสอบสวนนั้น ก็ต้องมีการสอบปากคำอย่างละเอียดให้ครบทุกมิติ หากพบว่า มีส่วนไหนเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินการเอาผิด ส่วนที่สำนักงานอัยการ จ.นครสวรรค์ นายสมพงษ์ เย็นแก้ว รองอธิบดีอัยการภาค 6 พร้อมคณะ และ พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ รอง ผบก.ภ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ทีมพนักงานสอบสวนในคดี แพทย์ผู้ชันสูตรศพ และฝ่ายปกครองโดยนายอำเภอเมืองนครสวรรค์ ได้ร่วมประชุมหารือวางแนวทางในการทำสำนวนคดี เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยจะมีการนำสำนวนในคดี พร้อมกับผลการชันสูตรที่ได้รับผลมาจากโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ มาประกอบสำนวนเพื่อวางแนวทางร่วมกันโดยใช้เวลานานกว่า 40 นาที จากนั้นคณะรองอธิบดีอัยการภาค 6 ได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุยังบ้านกาแฟ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และจุดที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน ซึ่งเป็นตามกฏหมายที่ระบุว่าการชันสูตรผู้เสียชีวิตผิดธรรมชาติฝ่ายปกครอง อัยการ หมอ ตำรวจ จะต้องทำงานร่วมกัน นายสมพงษ์ เปิดเผยว่า การประชุมร่วมเป็นเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งฝ่ายปกครอง แพทย์ พนักงานสอบสวน ตำรวจ และอัยการรวม 4 ฝ่าย ต้องทำร่วมกันวันนี้จะเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุหลายจุดเพื่อนำมาสรุปร่วมกัน ส่วนการเสียชีวิตจะระบุว่าเกิดจากขาดอากาศหรือสารเสพติด ต้องมีองค์ประกอบหลายด้านต้องมีความเห็นร่วมกัน ซึ่งต้องไปตรวจที่เกิดเหตุและนำหลักฐานมาประมวล ร่วมกับคลิปที่ปรากฏ พิจารณาร่วมกับความเห็นแพทย์ว่าสมองบวมลักษณะใด ต้องมีความเห็นหลายอย่างร่วมกัน  เรื่องนี้ต้องสอบปากคำอัยการต้องร่วมสอบด้วย เราต้องเร่งให้เสร็จโดยเร็ว การชันสูตรผลิกศพต้องนำคำร้องไปยื่นต่อศาลว่าผู้ตายคือใคร ตายอย่างไร ต้องไปประกอบสำนวน การลงพื้นที่ดูประกอบพื้นที่ ดูภาพจำลอง ดูร่องรอย การตรวจบาดแผล ความเห็นแพทย์ประกอบ ผลการตรวจแพทย์ ทุกอย่างจะนำมาประกอบในสำนวน ซึ่งขณะนี้การมองว่าจะเป็นการช่วยตำรวจ ไม่ต้องกังวลเพราะว่าการตรวจสำนวนการตายโดยวิสามัญฆาตกรรม มั่นใจได้ว่าตำรวจไม่ได้ทำฝ่ายเดียวเราทำสำนวนร่วม 4 ฝ่าย เมื่อเห็นว่าตำรวจทำสำนวนไม่โปร่งใสบทบาทอัยการจะสั่งให้ตรวจสอบเพิ่ม เป็นสิ่งกฎหมายบังคับกฎหมายมุ่งเน้นให้อัยการมาร่วมตรวจสอบสอบสวน ใครไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถแจ้งอัยการได้ ความผิดต่อแผ่นดินสามารถร้องทุกข์ได้ ส่วนการนำแม่และภรรยาผู้ตายมาร่วมด้วยนั้นกฏหมายระบุว่าการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ต้องให้ญาติผู้เสียหายร่วมฟังและสักถามได้เป้นไปตามกฏหมาย ทางเจ้าหน้าที่พนักงานอัยการจังหวัด ยังได้มีการนำตัว นางจันจิรา ธนะพัฒน์ และ น.ส.กมลวรรณ หรือ ใบเฟิร์น ซึ่งเป็นแม่และแฟนสาวของเหยื่อรีดเทพบุตรโจ้ถุงดำมาสอบปากคำให้ข้อมูลเพิ่ม รวมถึงมีการยื่นเรื่องสิทธิกฎหมาย ในการคุ้มครองเหยื่อผู้ตาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการชดเชย และการเยียวยาต่างๆ ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.กองปราบปราม คณะทำงานพนักงานสอบสวน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังว่า ผลการชันสูตรศพฉบับเต็มได้ถึงมือทีมพนักงานสอบสวนแล้ว เบื้องต้น จากได้อ่านแล้วชัดเจนนะ แพทย์ได้ลงความเห็นการเสียชีวิตของเหยื่อ ชี้ชัดว่า เกิดจากการขาดอาการหายใจ ส่วนสารเสพติดก็มีนะแต่ไม่มีผล ส่วนผลยาเสพติด พบว่ามีอยู่บ้าง แต่สรุปภาพรวมไม่ใช่สาเหตุการตายจากการเสพยาเสพติดแต่ชัดเจนนะว่าขาดอากาศหายใจ ขณะนี้สอบพยานหลายปากแล้ว นอกจากนี้จะมีการโอนคดีทั้งมดไปยังส่วนกลาง เริ่มจากวันนี้เป็นต้นไปรวมถึงผู้ต้องหาด้วยจะต้องมีการย้ายไปควบคุมตัวยังเรือนจำกลางต่อไป ซึ่งเป็นขั้นตอนของกฏหมายอยู่แล้ว

ออกหมายจับ ผกก.โจ้ตำรวจคลุมหัวผู้ต้องหา ทราบข่าวแล้วให้มอบตัว

ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ออกหมายจับ 7ตำรวจในคลิป ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดและรุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ4คน เหลือ3คน ยังหลบหนี ข่าวที่เกี่ยวข้อง ล่าสุด! ทนายตั้ม เตรียมเปิดอีกหลักฐานเด็ด ผกก.โจ้ นาทีโหด? พล.ต.อ.สุวัฒน์ (ผบ.ตร.) เร่งสอบ ! ผกก.โจ้ กรณี คลิปที่ปรากฎ ” สอบวินัยร้ายแรง พร้อมให้ออกราชการ “ ขณะที่ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตํารวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายจากผบ.ตร.เดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวด้วยตัวเองและฝากถึง ผกก.โจ้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แต่มาก่อเหตุเอง หากดูข่าวแล้วให้มามอบตัว

อย่าหาทำ ! นิ๊งหน่องเพื่อนร่วมงานในรถพยาบาล จัดหนัก แต่โป๊ะเพราะรถโยก ?

 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เอ็มม่า (สงวนนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ชาวอังกฤษออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม หลังโดนไล่ออก ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่และทำผิดวินัย แอบไปมีเซ็กส์ในรถพยาบาลเมื่อหลายปีก่อน โดยเจ้าตัวยืนยันว่ามีไม่มีเรื่องบัดสีบัดเถลิงใด ๆ เกิดขึ้น แม้มีพยานยืนยัน และภาพจากกล้องวงจรปิด ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม โล่งอก! หมอเหรียญทองส่งรถพยาบาลมารับครอบครัวติดเชื้อโควิด หลังรอในบ้านกว่า 10 วัน โชว์กร่าง…!! หนุ่มเมา ขับเก๋งขวางรถพยาบาล อ้างถูกขับจี้-แคลงใจไม่มีผู้ป่วย สุดท้ายผู้ป่วยเสียชีวิต เอ็มม่า ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์วิชาชีพ สังกัด กองทุนมูลนิธิรถพยาบาลเซาท์เซ็นทรัล ภายใต้ ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ หรือ NHS ในพื้นที่มณฑลเซาท์แธมป์ตัน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ต่อมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยประจำหน่วยรถกู้ชีพฉุกเฉิน แต่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ และลาป่วยออกไป หลังจากลาป่วยไป 3 เดือน เอ็มม่ากลับมาทำงานตามปกติอีกครั้ง ซึ่งในวันหนึ่ง หน่วยการแพทย์จัดตั้งศูนย์รับบริจาคโลหิต ไม่ไกลจาก Fratton Park สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอล พอร์ทสมัธ (Portsmouth FC) โดยรถพยาบาลคันหนึ่งขับไปจอดในลานจอดรถของสโมสร เอ็มม่าขับรถตามไปจอดข้าง ๆ เพื่อนร่วมงานพบเห็นเอ็มม่าเดินลงจากรถไปพบกับคนขับรถพยาบาล ซึ่งสวมเครื่องแบบเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ทั้งสองเปิดประตูด้านหลังรถพยาบาล และหายเข้าไปในนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสังเกตเห็นได้ถึงความผิดปกติ เพราะรถโยกไปโยกมาอย่างรุนแรง ซ้ายทีขวาที ซึ่งกล้องวงจรปิดก็จับภาพเอาไว้ได้ชัดเจน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 นาย ตัดสินใจเข้าไปตรวจสอบ พอเปิดประตูออกดูก็พบเห็นเอ็มม่าและเจ้าหน้าที่ชาย (ไม่เปิดเผยนาม) ในสถาพเสื้อผ้าหลุดรุ่ย ทั้งสองรีบแต่งตัว และเอ็มม่าได้ลงจากรถพยาบาล ขึ้นรถของตัวเองและขับออกไปทันที หลังเกิดเหตุ ทั้งสองได้ถูกสอบสวนทางวินัย พบว่าฝ่ายชายกำลังอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเอ็มม่าอยู่ในช่วงลาพัก และพวกเขาถูกไล่ออกจากงาน ฐานประพฤติปฏิบัติมิชอบ ในเดือนเมษายน 2562 ต่อมา เอ็มม่าได้ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงาน เพื่ออุทธรณ์การถูกไล่ธรรม ซึ่งเธอบอกว่าไม่เป็นธรรม เอ็มม่ากล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโกหกใส่ร้ายเธอและไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่าเธอประพฤติผิด เอ็มม่าอ้างว่า ในวันเกิดเหตุ เธอแจ้งหัวหน้าว่ามีอาการเครียดและซึมเศร้า ซึ่งในระหว่างขับรถมาจอดติดไฟแดง เพื่อนร่วมงานชายที่จอดอยู่ใกล้กันสังเกตเห็นว่าเธอดูเศร้า จึงได้เปิดกระจกทักทาย แล้วชักชวนให้ขับรถตามไปด้วยกัน เธอกล่าวว่าไม่รู้จักเจ้าหน้าที่รายนี้เป็นการส่วนตัว และยืนยันว่าไม่ได้มีเซ็กส์ในรถคันดังกล่าวแน่นอน อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าทำไมเอ็มม่าตามฝ่ายชายไปทำไม และขึ้นรถไปทำอะไร เธออ้ำอึ้งและไม่สามารถให้คำตอบได้ ศาลจึงเห็นชอบว่าเธอประพฤติผิดจริง และการไล่ออกจากงานนั้นชอบธรรมแล้ว  มันยังไม่จบแค่นี้ เพราะเอ็มม่ายังไม่ยอมหยุด เธอยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง และฟ้องร้องหัวหน้าของเธอ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เป็นธรรม และไม่เหมาะสม ที่ไล่เธอออก ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร

พล.ต.อ.สุวัฒน์ (ผบ.ตร) ยัน เจ้าหน้าที่ไม่เริ่มก่อน ? รับมือม็อบด้วยการ ” รักษากติกาสากล ” และ ” ทำเพื่อความสงบ “

พล.ต.อ.สุวัฒน์ (ผบ.ตร) ยัน เจ้าหน้าที่ไม่เริ่มก่อน ? รับมือม็อบด้วยการ ” รักษากติกาสากล ” และ ” ทำเพื่อความสงบ ” วันนี้ 15 สิงหาคม พ.ศ.2564  ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงถึงแผนปฏิบัติงานรับมือการชุมนุมว่า ตามคำสั่งศาลแพ่งตามคดีหมายเลขดำ พ 3683/2564 ลงวันที่ 10 ส.ค. 64 ศาลได้สั่งให้ สตช. ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุมโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโจทยก์และสื่อมวลชน ซึ่งเรื่องนี้ถือโอกาสมาทบทวนให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำอยู่แล้วตลอดมา ข่าวที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบ ! นายกฯ มาเลเซีย เตรียมยื่นลาออก ต่อ ” กษัตริย์ ” เหตุจาก แรงกดดัน และ วิกฤตโควิด-19 “ก้อย อรัชพร” วอน! ควรจะยกเลิกระบบสินสอด ไม่ควรเปรียบเทียบผู้หญิงด้วยค่าของเงิน น่ารำคาญ! พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เจ้าหน้าที่มีการประกาศเป็นขั้นเป็นตอนเสมอ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ แต่เป็นช่วงที่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สืบเนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และ กทม.เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามทำกิจกรรมการชุมนุมหรือการรวมตัวที่อาจก่อให้เกิดโรคได้ เจ้าหน้าที่พยายามทำเข้าใจว่าช่วงนี้ ขอให้ตระหนักถึงความสำคัญถึงการป้องกันการระบาดของโรค เพราะจะกระทบต่อคนทั้งประเทศ ถ้าใครทำก็จะเป็นการซ้ำเติมปัญหา และเมื่อมีกฎหมายออกมาเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เฉยไม่ได้ หากไม่ทำอะไรเลย บ้านเมืองก็จะอยู่กันโดยไม่มีกติกา ความเชื่อมั่นก็จะไม่มี ต่อไปมีประกาศอะไรออกมาก็ไม่มีใครสนใจจะทำ อาจจะเห็นว่ามีบางครั้งที่เจ้าหน้าที่พยายามยึดพื้นที่ก่อนที่มีการชุมนุม ซึ่งได้ทำภายใต้เหตุผลและความจำเป็นตามความพอเหมาะพอควรตามสถานการณ์ เนื่องจากไม่อยากให้มีการปะทะ การบาดเจ็บเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องมาตรฐานสากลในการควบคุมสถานการณ์นั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ ระบุว่า เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ให้ลองไปเปิดยูทูปในฝรั่งเศส เยอรมัน สหรัฐอเมริกาดู เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลัง ใช้ความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้วเป็นอย่างไร พร้อมทั้งยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทำตามมาตรฐานสากล ซึ่งไม่ได้ทำตามมามาตรฐานอย่างเดียว แต่คำนึงเรื่องกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นด้วย ใช้โดยไม่เกินกว่าเหตุ ไม่เลือกปฏิบัติ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร ระมัดระวังอย่างไร เมื่อถึงเวลาที่เกิดความวุ่นวายมันยากที่จะไม่เกิดความบาดเจ็บ “ ทุกครั้งในการชุมนุม เจ้าหน้าที่บาดเจ็บทุกวัน เราไม่ต้องการให้เรื่องนี้เกิดกับกำลังพล ไม่อยากให้ประชาชนบาดเจ็บ ฝากเรียนทุกท่านที่เกี่ยวข้อง เราพยายามทำให้ดีที่สุด ”  ผบ.ตร. ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะไม่มีการเริ่มก่อน เว้นแต่ว่ามีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น มีการทำลายทรัพย์สิน ทำอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนตัวเลขที่ผ่านมาตั้งแต่ 18 ก.ค. 2564 มีการจับกุมแล้ว 130 เรื่อง และเกือบทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งมีไม่มากนักที่ควบคุมไว้ระหว่างดำเนินคดี “ ผมบอกกำลังพลไปว่าเราต้องดูแลคนของเราไม่ให้เกิดความบาดเจ็บ สิ่งที่เราทำเพื่อรักษากติกา ทำเพื่อความสงบเรียบร้อย ไม่ได้ทำตามอารมณ์ของใคร มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ มีทั้งเชียร์และประณาม อย่าไปยึดตามเสียงเชียร์ หรือเสียงประณาม ถ้าไม่รักษากติกาก็ไม่มีใครทำไม่มีใครรักษา คุยกับทุกระดับชั้น เราจะดูแลความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นให้ได้ ความสงบเรียบร้อยต้องมาก่อนอย่างอื่น ความปลอดภัยต้องเกิดขึ้นกับทุก ๆ คน อาจจะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จะทำให้ดีที่สุด ” 

1 2 3 19