เช็คให้ชัวร์ เงื่อนไขโครงการ คนละครึ่ง ใครทำผิดหลักเกณฑ์ อาจโดนระงับสิทธิ

เชื่อว่าตอนนี้ใครๆก็อยากจะใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่ง” หลังจากที่มีเสียงตอบรับดีมาก และยังมีอีกหลายคนที่รอลงทะเบียนกับโครงการนี้อยู่ ซึ่งมีข่าวว่าเฟส 2 จะมาเร็วๆนี้ แต่ก็มีเงื่อนไขที่บางคนอาจยังไม่รู้ นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลังได้เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการ คนละครึ่งว่า ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 8.5 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 9,493,942 คน โดยมียอด การใช้จ่ายสะสม 28,609 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 14,599 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 14,010 ล้านบาท ซึ่งจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ  สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียน คนละครึ่ง เพิ่มเติมเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563และได้รับ SMS ยืนยันสิทธิแล้ว ขอให้รีบติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย โดยขอให้เริ่มใช้สิทธิในการใช้จ่ายโดยเร็วภายใน 14 วัน นับจากวันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 รองโฆษกกระทรวงการคลังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยมีการติดตามโครงการ คนละครึ่ง และตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยได้ระงับสิทธิการใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” และระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง มีการนำส่งข้อมูลหลักฐานการกระทำความผิดให้แก่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อใช้สำหรับการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอความร่วมมือประชาชนและร้านค้าให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการ และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่เป็นการดำเนินการผิดเงื่อนไขโดยไม่มีการใช้จ่ายซื้อสินค้าจริงอย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดซึ่งจะมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องไปด้วย

ส่อง 4 เงื่อนไขหลัง ศบศ.ชงโครงการรถแลกแจกแถม รถเก่าแลกรถใหม่ 100000 คัน

ใครอยากได้รถใหม่เตรียมตัวเลย หลังศบศ. เห็นชอบโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยาน พาหนะไฟฟ้าเพื่อให้ประเทศไทยเป็นเมืองสะอาด ซึ่งประกอบด้วยโครงการรถแลกแจกแถม หรือรถเก่าแลกใหม่ 100,000 คัน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้มีการเปิดเผยว่าศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ได้เห็นชอบโครงการที่ควรได้รับการส่งเสริมแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่ม ซึ่งใน 5 กลุ่มดังกล่าว มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยาน พาหนะไฟฟ้าเพื่อให้ประเทศไทยเป็นเมืองสะอาดรวมอยู่ด้วย เช่น โครงการรถแลกแจกแถม (รถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 คัน) โครงการจักรยานยนต์ไฟฟ้าไทยชนะ โครงการจัดหารถโดยสารเพื่อประชาชนของ ขสมก. ส่วนกลุ่มที่เหลือจะเป็น การส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์, การส่งเสริมการจ้างงาน, การสนับสนุนการเดินทางเข้ามาประเทศไทยของชาวต่างชาติ และการบริหารจัดการภาครัฐด้านการเงินและการค้าระหว่างประเทศ เงื่อนไขรถเก่าแลกรถใหม่ 1. ประชาชนที่นำรถเก่ามากำจัดจะได้รับส่วนลดภาษีไม่เกิน 1 แสนบาท 2. คูปองส่วนลดในการซื้อรถยนต์ใหม่ ที่จะได้รับการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์ต่างๆ 3. รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนนำรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป นำมาแลกสิทธิประโยชน์จากรัฐบบาล 4. จะยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน

ยอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ โครงการ “คนละครึ่ง” ไม่คึกคัก เหลืออีกกว่า 4.4 ล้านสิทธิ์

ยอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ โครงการ “คนละครึ่ง” ไม่คึกคัก เหลืออีกกว่า 4.4 ล้านสิทธิ์ การลงทะเบียนรับสิทธิโครงการคนละครึ่งของประชาชน ที่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา โดยเงื่อนไขของประชาชนที่สามารถร่วมลงทะเบียนได้จะต้องมีสัญชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งได้รับสิทธิจากโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนที่สนใจยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ต่อเนื่องทุกวันในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. จนกว่าจะครบ 10 ล้านคน ผ่านทางเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com สำหรับวิธีใช้สิทธิ์ คนละครึ่ง ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รับสิทธิ์ คนละครึ่ง ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com สามารถลงทะเบียนได้ ซึ่งล่าสุดนั้น ณ วันที่ 18 ต.ค.63  ตอนนี้เหลือสิทธิ์อยู่ 4.4 ล้านสิทธิ ส่วนใครลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งแล้วได้รับเอสเอ็มเอสแล้ว ให้ผู้ที่ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนสำเร็จแล้วจะเริ่มใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 ระหว่างเวลา 06.00 น. […]

คุณแม่ทั้งหลายเช็คเลย เงื่อนไขและขั้นตอนในการลงทะเบียน เงินอุดหนุนบุตร

เงินอุดหนุนบุตร คืออะไร เงินอุดหนุนบุตร คือโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นนโยบายสำคัญระดับชาติตามแผนบูรณาการการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยเป็นการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดในครัวเรือนยากจน หรือครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน รวมทั้งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นการประกันสิทธิให้เด็กได้รับสิทธิโดยตรง ทั้งด้านการอยู่รอด แล้วยังเป็นการสร้างช่องทางให้เด็กเข้าถึงสิทธิในเรื่องอื่น ๆ ตามมา ซึ่งเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด สามารถนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ทั้งด้านสุขภาพ โภชนาการ เครื่องนุ่มห่ม และอุปกรณ์เครื่องมือในการกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ประโยชน์ที่จะได้รับจาก เงินอุดหนุนบุตร -ประโยชน์ต่อเด็ก: จากผลการศึกษาในหลายประเทศ พบว่าเด็กแรกเกิดที่ได้รับเงินอุดหนุนจะได้รับ การเลี้ยงดูที่มีคุณภาพกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับ สามารถเข้าถึงบริการทางสาธารณสุขได้มากกว่า ได้รับสารอาหารที่ดีกว่า ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้จะส่งเสริมให้เด็กแรกเกิดและปฐมวัยมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย เป็นพื้นฐานที่สำคัญ ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงวัยอื่น ๆ ต่อไป -ประโยชน์ต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก: แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็ก รวมทั้งเปิดโอกาสให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก สามารถเข้าถึงบริการ สาธารณสุขได้มากขึ้น -ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ: จากผลการศึกษาทั่วโลกพบว่าเด็กที่รับเงินอุดหนุนเมื่อโตขึ้น จะมีผลการเรียนที่ดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับ และนำไปสู่ระดับรายได้ที่สูงขึ้น เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดจึงเป็น การลงทุนที่คุ้มค่าในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้เด็กได้เติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ เป็นกำลังคัญและเป็นการ สร้างรากฐานที่เข้มแข็งในการร่วมพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต เงื่อนไขในการลงทะเบียน อุดหนุนบุตร -พ่อแม่เด็ก คนใดคนหนึ่งมีสัญชาติไทย -เด็กสัญชาติไทย -เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม […]

โฆษก ศบค. แถลงถึงการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ว่า สำหรับมาตรการผ่อนปรน ร้านอาหารและอื่นๆ

วันที่ 30 เม.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงถึงการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ว่า สำหรับมาตรการผ่อนปรน ประเภทกิจการและกิจกรรม 6 ประเภท เริ่มวันที่ 3 พ.ค.นี้ ประกอบด้วย 1.ตลาด ประกอบด้วย ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย 2.ร้านจำหน่ายอาหาร ประกอบด้วย ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่ 3.กิจการค้าปลีก-ส่ง ประกอบด้วย ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่งและนั่งรับประทาน รถเร่ หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 4.กีฬาสันทนาการ ประกอบด้วย กิจกรรมในสวนธารณะ ได้แก่ เต้นรำ ไทเก๊ก สนามกีฬากลางแจ้งเป็นการออกกำลังกายโดยไม่เล่นเป็นทีม และไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟ […]

1 2