ด่วน มอบตัวแล้ว “พิยดา” หลอกขายมือถือเด็ก ลั่น ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

จากกรณีที่ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ แถลงผลการจับกุม น.ส.นฤมล อายุ 18 ปี และ น.ส.สายน้ำผึ้ง อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการหลอกขายโทรศัพท์มือถือให้กับ น้องก้อง อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ จนทำให้น้องเกิดความเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตก​ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยผู้ต้องหาทั้งสอง อ้างว่า รับจ้างเปิดบัญชีให้กับ น.ส.พิยดา เปิดร้านค้าออนไลน์ผ่าน​อินสตาแกรมซึ่งมีผู้ติดตาม 60,000 คน​ มีพฤติกรรมชอบใช้ของแบรนด์เนมใช้ชีวิตหรูหรา ซึ่งเงินส่วนใหญ่ที่ได้มาก็มาจากการฉ้อโกงผู้อื่น​ ทั้งยังเคยต้องคดีความผิดในลักษณะเดียวกัน ข่าวที่เกี่ยวข้อง สาวเอะใจ จู่ๆ เพื่อนสนิททักมาขอยืมเงิน ตัดสินใจโทรหาจึงรู้ความจริง !! หนูดีใจ…!! ที่ได้เจอยายนะคะได้ช่วยยาย ดีใจที่ยายมาอุดหนุนมือถือหนูนะคะ   ล่าสุดมีรายงานเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (28 ก.ย.64) ว่า น.ส.พิยดา ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำ พร้อมประสานตำรวจไซเบอร์มาสอบสวนดำเนินคดีเพิ่มเติม เบื้องต้น ผบช.ภ.5 เตรียมแถลงข่าวคดีนี้โดยเร็วที่สุด เบื้องต้น น.ส.พิยดา ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด ไม่เคยหลอกเด็กชายวัย 14 ปี และไม่รู้จักกับผู้ต้องหา 2 คนที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ รวมทั้งไม่ได้จ้างให้เปิดบัญชีธนาคารด้วย ส่วนธุรกิจขายโทรศัพท์มือสอง ก็หยุดทำไปแล้วตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดที่ตนมีก็หามาได้จากรายได้ของการค้าขายออนไลน์ทั้งสิ้น  

สาวขโมยไอโฟนเข้ามอบตัว ยันไม่ได้ตั้งใจ เผยป่วยทางจิต และซึมเศร้า คุมตัวเองไม่ได้ ทนายชี้ยอมความไม่ได้ ต้องพิสูจน์อาการป่วยกับศาล

จากกรณีเฟซบุ๊ก แม่วังสื่อสาร เผยคลิปโจรสาวหน้าตาดี แอบนำมือถือปลอมมาสลับกับ IPhone X Max ที่ห้างแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งหลังภาพถูกแชร์ไปพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อถูกหญิงรายนี้ขโมยของจำนวนมาก โดยพบว่าคนร้ายรายนี้มีบทบาทในลักษณะเป็นเน็ตไอดอลบนแอปพลิเคชันหนึ่ง และต่อมาทางต้นสังกัดได้ระงับการออกอากาศแล้วหลังจากทราบข่าวนั้น ล่าสุด (23 มีนาคม 2562) มีรายงานว่า ดีเจสาวที่ก่อเหตุได้เดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ แล้ว โดยรับสารภาพว่า เป็นคนเดียวกับที่ปรากฏในคลิปจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ตั้งใจขโมย แต่ทำไปเนื่องจากตนเองมีอาการป่วยทางจิต ลักษณะที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทั้งยังมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าร่วมด้วย ทำให้ลงมือก่อเหตุไปโดยไม่รู้ตัว  เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการลงบันทึกจับกุมตัวไว้ก่อน จากนั้นจะตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงว่า มีหลักฐานหรือประวัติการตรวจรักษาอาการป่วยเหล่านี้หรือไม่ หากพบว่ามีอาการป่วยจริง ก็จะมีการดำเนินการส่งตัวเข้ารักษาต่อเนื่องต่อไป  เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ระบุว่า กรณีสาวป่วยโรคจิตแล้วไปกระทำความผิดนั้น สามารถแยกได้เป็น 2 กรณี คือ 1. บ้าแล้วไม่สามารถรู้ตัวเองขณะกระทำความผิด มีความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ 2. บ้าหรือโรคจิตแต่ยังสามารถรู้ตัวเองอยู่บ้างแบบนี้ต้องรับโทษ แต่ศาลจะลงโทษน้อยเพียงใดก็ได้  ทนายเดชา ระบุอีกว่า ต้องให้หมอไปทำการตรวจรักษาดูว่า บ้า หรือโรคจิตขนาดไหนก่อน โดยตัวบทกฎหมายอ้างอิงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 ใครที่เป็นผู้ปกครองของบุคคลที่เป็นโรคจิตก็ควรจะพาไปหาหมอ ไม่ใช่ปล่อยเพ่นพ่านไปทั่ว ขณะเดียวกัน การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ยอมความไม่ได้ ถึงแม้ผู้เสียหายจะไม่ติดใจเอาความ ตำรวจก็ต้องส่งอัยการฟ้องศาลต่อไป  ขณะที่มีรายงานอีกว่า นายอลงกรณ์ วรรณโพธิ์  อายุ 52 ปี น้าของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า หลานสาวมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและมีอาการคิดสั้นฆ่าตัวตาย โดยเข้ารับการรักษาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังคงต้องเดินทางเข้ารับยาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้รักษาตัวอยู่ โรงพยาบาลรามาธิบดีอีกทั้งยังเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งยอมรับว่าอาการยังไม่ดีขึ้น ส่วนพฤติกรรมที่ไปก่อเหตุตนเองในฐานะคนในครอบครัวขอโทษแทนหลานสาว เพราะยอมรับว่าเจ้าตัวป่วย และอยากให้สังคมเข้าใจ   ภาพและข้อมูลจาก อมรินทร์ทีวี, Kapook

หนุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อโชว์บนถนนหลวง เข้ามอบตัวกับตำรวจขอนแก่น เจ้าตัวยกมือไหว้ขอโทษสังคม

จากกรณีโซเชียลมีเดีย ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอกลุ่มคนขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์กว่า 10 คน รวมกลุ่มขับยกล้อบนถนนหลวงสายหลักทั้งกลางวันและกลางคืน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น ล่าสุด นายภุชงค์ อายุ 26 ปี  ได้เดินทางเข้ามอบตัว โดยแจ้งว่าตัวเองเป็นบุคคลที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ยกล้อบนถนนมิตรภาพจริง พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ ยอมรับผิด ยินดีรับโทษตามกฎหมาย และฝากถึงคนอื่นๆ อย่าทำตาม นายภุชงค์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นัดกับเพื่อนและน้องๆ ไปเที่ยวเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น รวมประมาณกว่า 10 คน โดยได้นัดเจอกันที่ลานจอดรถภายในศูนย์ค้าส่งอู้ฟู่ ริมถนนมิตรภาพ สายขอนแก่น-นครราชสีมา เขตเทศบาลนครขอนแก่น  เพื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวตามที่ได้นัดหมาย ขณะขับถึงสี่แยกเจริญศรี ถ.มิตรภาพ ตัดกับ ถ.เหล่านาดี ซึ่งเป็นช่วงไฟแดงจึงจอดรถพร้อมกับถ่ายรูป โดยมีกล้องติดหมวกทั้งหมด 3 ตัว ซึ่งหลังออกจากไฟแดง ได้ขับยกล้อกันเพียง 3 คัน ส่วนที่เหลือขับขี่ปกติ จนถึงเขื่อนอุบลรัตน์ ด้าน พ.ต.ท.นนภูริช เดชธนดุล รอง ผกก.(จร.) สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทราบเรื่องจากสื่อมวลชนที่ได้นำเสนอภาพข่าว จึงได้ติดต่อเข้าพบ และรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ซึ่งในเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน เมื่อผู้ต้องหาเดินทางมาพบแล้วก็จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายตามที่มีการแจ้งความไว้  และจะได้เรียกเพื่อน ๆ ที่มีการขับขี่ยกล้อตามคลิปอีก 2 คน มารับทราบข้อกล่าวหาด้วย

บอล บางแก้ว พร้อมทนายความเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจภูธรภาค 1 หลังทราบว่า จะถูกออกหมายจับ กรณีไฟไหม้บ้าน เป็นเหตุให้ภรรยาเสียชีวิต

มีรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (4 ม.ค. 62) นายพงษ์เพชร สินสุวรรณ์ หรือ บอล บางแก้ว อดีตนักร้องชื่อดัง เจ้าของบ้าน พร้อมทนายความได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจภูธรภาค 1 หลังจากทราบว่า ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา “กระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต” เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมนำรถยนต์ ยี่ห้อ จากัวร์ รุ่น XF สีดำ ทะเบียน กฐ 5640 กรุงเทพมหานคร มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ บอล บางแก้ว นัดสื่อมวลชนจะแถลงข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ น.ส.สุภาณี (น้องเบนซ์) สินอนันต์ตระกูล ภรรยา ที่เสียชีวิตภายในบ้านย่านคูคต ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจาก พ่อของ น.ส.สุภาณี ไม่เชื่อว่า ลูกสาวเสียชีวิตจากการถูกไฟไหม้ โดยมีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำครอบครัวเข้าร้องขอความเป็นธรรม จนกระทั่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ สั่งการให้ตำรวจสืบสวนเหตุไฟไหม้บ้านของบอล บางแก้วว่า เข้าข่ายความผิดอาญา หรือเกิดจากความประมาท พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอศาลออกหมายจับ

มอบตัวแล้ว สาววัย 37 ทิ้งทารกลงถังขยะในปั๊ม อ้างท้องไม่รู้ตัว

วันที่ 16 ต.ค. 61 จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งพบศพเด็กทารกเพศหญิงถูกทิ้งในห้องน้ำหญิง ภายในสถานีบริการน้ำมันริมถนน มะลิวัลย์สายชุมแพ-เมืองเลย ความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้ ตำรวจสืบสวนทราบตัวหญิงที่นำทารกมาทิ้งในถังขยะแล้ว คือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ชาว ต.โนนศิลา อ.เมืองขอนแก่น ได้เดินทางเข้ามาพบ พ.ต.ท.สุฒิ โชคนาฮี สว.สอบสวน สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เพื่อมอบตัวและให้ปากคำ หลังตกเป็นผู้ต้องหาที่นำทารกไปทิ้งในถังขยะ พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน จนทราบตัวผู้ก่อเหตุ และได้ประสานให้มามอบตัว และในวันนี้ได้เดินทางมามอบตัว และสารภาพยอมรับเป็นผู้ก่อเหตุจริง ส่วนสาเหตุเจ้าตัวอ้างว่า เป็นการแท้งลูกเอง ไม่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ จึงไม่ได้ฝากครรภ์หรือระมัดระวังตัว และดูแลตัวเองเป็นพิเศษ โดยวันเกิดเหตุได้เดินทางไปทำธุระที่ จ.เชียงใหม่ กับญาติๆ วันนั้นท้องเสียหนัก เมื่อมาถึงปั๊มน้ำมันแห่งนี้ก็ได้ลงไปทำธุระภายในห้องน้ำ ขณะกำลังปลดทุกข์อยู่นั้นทารกได้หลุดออกมา สำหรับผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ทารกเสียชีวิตก่อนคลอด อย่างไรก็ตามคงต้องรอผลพิสูจน์จาก รพ.ศรีนครินทร์ ที่แน่ชัดอีกครั้ง ถึงสาเหตุการเสียชีวิต หากแท้งเองตามธรรมชาติไม่ได้เกิดจากการกระทำของแม่ก็จะถือว่าไม่มีความผิด ด้าน น.ส.เอ (นามสมมติ) เปิดเผยว่า ตนเองไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ เนื่องจากประจำเดือนก็มาบ้างไม่มาบ้าง ไม่ถึงกับขาดสนิท จึงไม่ได้ฝากครรภ์หรือดูแลเป็นพิเศษ และทางครอบครัวก็ไม่มีใครทราบ ส่วนแฟนที่คบหากันก็ได้เลิกลาไปนานแล้ว สำหรับวันที่เกิดเหตุนั่งรถตู้กำลังเดินทางไปทำธุระที่ จ.เชียงใหม่ กับญาติๆ วันนั้นท้องเสียหนัก จึงได้แวะเข้าห้องน้ำตามปั๊มต่างๆ ตลอดทาง และเมื่อมาถึงปั๊มน้ำมัน ใน อ.ชุมแพ ก็ได้ลงไปทำธุระภายในห้องน้ำ ขณะกำลังปลดทุกข์อยู่นั้นทารกได้หลุดออกมา ตนตกใจมาก จึงหยิบขึ้นมาดูพบว่า ตัวอ่อนไม่น่าจะมีชีวิต ประกอบกับตนและครอบครัวก็ไม่มีใครทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ จึงตัดสินใจทิ้งทารกลงถังขยะ และล้างทำความสะอาดห้องน้ำก่อนจะเดินออกมาภายนอก และขึ้นรถตู้เดินทางต่อไป

1 2 3