สธ.ระบุ เคสหญิง 23 ปีเสียชีวิต ไม่เกี่ยวข้องวัคซีน

วันที่ 27 เม.ย. 2564 นายแพทย์ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีหญิงอายุ 23 ปี ภูมิลำเนา จ.อ่างทอง พักอาศัยที่จ.ปทุมธานี เสียชีวิตภายหลังการได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 นั้น ผลสรุปจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญฯ พบว่า ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดร่วมโดยบังเอิญ ฉีดวัคซีน 1 วัน เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เห็นใจ! ป้า อสม. ฉีดวัคซีนซิโนแวค แขนขาอ่อนแรง ผู้ว่าฯสระแก้ว ห้ามจัดกิจกรรมที่รวมกลุ่มทุกรูปแบบ หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดใกล้แตะ 300 คน และเกิดขึ้นภายหลังการจากประวัติได้รับประทานอาหารเสริม จากนั้น 30 นาที มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ต่อมามีอาการเกี่ยวกับระบบประสาท ปวดศีรษะรุนแรง เริ่มมีการแสดงท่าทางแปลกๆ ซึ่งเป็นสัญญาณผิดปกติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา และจะมีการตรวจชันสูตรเพิ่ม นำผลเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต ยืนยันว่า กระบวนการเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการฉีดวัคซีนได้มีการเฝ้าระวังทุกเหตุการณ์ ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรงที่อาจทำให้เกิดการเสียชีวิต จะได้รับการสอบสวนและตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ หากเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือความบกพร่องของวัคซีน จะมีการหยุดฉีดและพิจารณาประเมินความเสี่ยงกับประโยชน์ต่อไป ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยกันต่างๆนาๆว่าแน่ใจหรือไม่ที่ไม่มีผลข้างเคียงที่ทำให้เสียชีวิต

ด่วน! สาธารณสุขเผย คนติดเชื้อจากสนามชนไก่อ่างทอง 101 คน กระจาย 8 จังหวัด

ที่จังหวัดอ่างทอง เปิดโรงพยาบาลสนามอย่างเป็นทางการ  ที่บริเวณโรงพยาบาลป่าโมก ซึ่งมีตึก 5 ชั้น ที่มีศักยภาพในการรองรับในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อประมาณ 80 เตียง  และสถานที่กักกันโรค 4 แห่ง  ซึ่งกระจายอยู่ในพื้นที่ของ อำเภอเมือง  ที่บริเวณสนามกีฬาจังหวัดอ่างทอง  และ อำเภอโพธิ์ทอง  จากที่ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้เผยยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 10 รายเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับสนามชนไก่ อยู่ระหว่างการรักษาและเฝ้าสังเกตอาการ จำนวน 95 ราย มีผู้รักษาหายกลับบ้านแล้ว 4 ราย ยังมีกลุ่มเสี่ยงที่ยังรอผลการตรวจอีกจำนวนหนึ่ง ล่าสุด สาธารณสุขเผย สนามชนไก่อ่างทองแพร่เชื้อโควิด-19 แล้ว 101 คน กระจาย 8 จังหวัด โดยพบแล้วว่ามีชายเมียนมาวัย 39 ปี เป็นผู้ป่วยรายแรกที่เข้าในบ่อนไก่แล้วแพร่เชื้อให้คนอื่นๆ

ไม่ธรรมดา! ขบวนขันหมากสู่ขอเจ้าสาว แบบที่ไม่ต้องเลิศหรู แต่ดูมีคุณค่าต่อจิตใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณคาวบอยฟาร์ม เลขที่ 158 หมู่ 3 ต.บ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง นายวิรุฬห์ สิงห์รอด อายุ 24 ปี เจ้าบ่าว สร้างความฮือฮาโดยการยกขันหมากสู่ขอเจ้าสาว เป็นแพะหนึ่งคู่ กระถินหนึ่งคันรถ และเงินสด 1,590 บาท เดินทางไปสู่ขอ น.ส.ชนิกา สุขเทวี อายุ 24 ปี หลานสาวเจ้าของฟาร์มคาวบอยฟาร์ม อาจารย์สรรค์ คงเวทย์ อาจารย์สักยันต์ชื่อดังของจังหวัดอ่างทอง นำหน้าด้วยรถม้าขนต้นกระถินมาเต็มคันรถ ตามด้วยรถบรรทุกแพะ 2 ตัว ขบวนขันหมาก และปิดท้ายด้วยขบวนม้าเต้น นางรำ และเครื่องแห่แตรวงอย่างสนุกสนาน โดยเจ้าบ่าวเดินทางมาบนหลังม้า เมื่อผ่านประตูเงินประตูทองมาถึงบ้านเจ้าสาว ก็ได้ขี่ม้าตะโกนบอกรักเจ้าสาวอย่างเสียงดังฟังชัด สร้างความปราบปลื้มใจให้แก่เจ้าสาว ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ ออกอาการแดนซ์รอรับเจ้าบ่าวอย่างมีความสุข ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่มาร่วมงาน จากการสอบถาม นายวิรุฬห์ เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นเจ้าหน้าที่สัตวบาลที่ดูแลอยู่ภายในคาวบอยฟาร์ม และได้พบรักกับ น.ส.ชนิกา ซึ่งเป็นถึงหลานเจ้าของฟาร์ม และทางพ่อแม่เจ้าสาวก็ไม่ได้เรียกสินสอดอะไรมากมาย เห็นในความจริงใจและขยันอดทน จึงได้ให้จัดสินสอดเป็นแพะหนึ่งคู่ กระถินหนึ่งคันรถ เงินสด 1,590 บาท นำมาสู่ขอและได้รับการตอบรับอย่างชื่นมื่น ทาง น.ส.ชนิกา เล่าว่า ตนเห็นถึงความจริงใจที่ฝ่ายชายเป็นคนดี ขยันอดทนรักจริง ทางพ่อแม่ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร และแม่ก็ยังปลื้มว่าที่ลูกเขยอีกด้วย ที่เป็นคนดีขยันขันแข็ง จึงได้จัดงานแต่งขึ้นมาในวันนี้ สร้างความฮือฮาแก่แขกที่มาร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว โดยเข้าร่วมขบวนแห่กันอย่างสนุกสนาน และร่วมงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสกันต่อไป

รถตู้รับส่งนักเรียนพุ่งชนท้ายรถคันหน้า นักเรียนเจ็บระนาว

วันที่ 15 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถตู้รับส่งนักเรียนเบรกไม่อยู่ทำให้พุ่งชนรถยนต์คันหน้าที่กำลังจอดรอจะกลับรถส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ใกล้จุดกลับรถ หมู่ที่ 5 ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และสมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง เดินทางไปให้การช่วยเหลือในที่เกิดเหตุบริเวณถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ มุ่งหน้าเข้าจังหวัดอ่างทอง ใกล้จุดกลับรถพบรถยนต์เฉี่ยวชนท้ายกันจำนวน 3 คัน รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 กภ 7107 กรุงเทพฯ ขับขี่โดย นายวชิระ โพธิ์พันธุ์ อายุ 30 ปี สภาพด้านท้ายถูกชนได้รับความเสียหาย ถัดมาเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์  สีดำ หมายเลขทะเบียน บท 293 อ่างทอง ขับขี่โดย นายพูลพิพัฒน์ รอตภัย อายุ 43 ปี ด้านท้ายรถถูกชนเสียหาย ส่วนคันสุดท้ายเป็นรถตู้รับส่งนักเรียน ยี่ห้อโตโยต้า สีฟ้า หมายเลขทะเบียน นข 2172 อ่างทอง ขับขี่โดยนางสำรวย สอดส่อง อายุ 55 ปี สภาพด้านหน้าเสียหายพังยับเยิน โดยนักเรียนที่โดยสารมาในรถตู้เต็มคันรถ ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด จำนวน 6 ราย ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำนำส่งโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ และยังมีเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยอีกจำนวนมากที่ขวัญเสียด้วยความตกใจถูกลำเลียงออกมานั่งรอผู้ปกครองอยู่ที่ริมถนน โดยทั้งหมดได้รับการตรวจจากแพทย์และอนุญาตให้กลับไปพักพื้นที่บ้านได้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสอบสวน นางสำรวย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้รับเด็กนักเรียน เพื่อนำไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลวัดนางใน เมื่อถึงที่เกิดเหตุใกล้กับจุดกลับรถ ตนเองจึงขับเบี่ยงขวาเพื่อทำการกลับรถ แต่เนื่องจากเป็นทางลงสะพาน ประกอบกับน้ำหนักรถที่บรรทุกนักเรียนมาเต็มคัน จึงเป็นแรงส่งทำให้รถตู้ของตนเองเบรกไม่อยู่พุ่งไปชนรถคันหน้าที่กำลังจอดรอที่จะกลับรถอย่างจัง ส่งผลทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตนเองยอมรับว่าเบรกรถตู้ของตนเองเกิดชำรุด แต่ยังไม่ได้เอาไปซ่อม จึงทำให้เบรกไม่อยู่จนทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้

เพิ่งมา กทม.ครั้งแรก! กลุ่มนร.ถูกชายประกบให้ขึ้นแท็กซี่ เก็บเป็นรายหัวแล้วไม่กดมิเตอร์

เปิดใจเด็กนักเรียนวัย 14 ปี กับเพื่อน 5 คน เข็ดแล้วเข้ากรุงครั้งแรก เจอแท็กซี่เก็บเป็นรายหัวแล้วไม่กดมิเตอร์ จากหมอชิต ลงสำเพ็ง 450 บาท เผยทำตัวน่ากลัวมากไล่ต้อนขึ้นรถ วันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ว่า วันนี้เรานั่งรถตู้มาจากอ่างทอง มาลงหมอชิต ลงรถปุ๊บมีคนมาประกบ 2 คน รีบพาเราเดินไปที่แท็กซี่ เราก็ไม่ว่าอะไรเรามากับเพื่อน 5 คน พอขึ้นรถมีคนเข้ามาเก็บเงิน ตอนแรกเราเอะใจ แต่ไม่ว่าอะไร เพราะเราก็ไม่ค่อยรู้ เขาเก็บเงินเป็นหัว คนละ 90 บาท รวมค่าทางด่วน 50 เป็น 450 แต่เรางงว่าเขาไม่กดมิเตอร์และที่สำคัญไม่ได้ขึ้นทางด่วน แต่เก็บค่าทางด่วน 450 กว่าจะหามาได้ไม่ใช่ง่าย ๆ เราไม่อยากได้เงินคืน แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์แก่คนอื่น จาการสอบถาม ด.ญ.จุฑามาศ สิงห์ห่วง อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 วิทยาลัยนาฏศิลป์อ่างทอง กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนเองและเพื่อนๆนักเรียนรวม 5 คน เดินทางจากจังหวัดอ่างทอง เพื่อซื้อผ้าและเครื่องประดับที่พาหุรัด และสำเพ็งตัดชุดแข่งเต้น โดยได้นั่งรถตู้จากอ่างทอง ไปถึงตลาดหมอชิต เมื่อลงจากรถตู้ก็พบกับชายฉกรรจ์ 2 คนเดินต้อนไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ โดยพวกหนูเพิ่งเข้ากรุงเป็นครั้งแรกจึงมีการประหม่าตื่นกลัว ไม่กล้าที่จะเรียกร้องอะไรทำได้เพียงขึ้นรถแท็กซี่และจ่ายเงินตามคำเรียกร้องของแท็กซี่ ที่เรียบเก็บเงินเป็นรายคน คนละ 90 บาท และค่าทางด่วนอีก 50 บาท ซึ่งตนเองได้ถ่ายคลิปไว้พบว่าไม่มีการกดมิเตอร์และไม่ได้ขึ้นทางด่วนอีกด้วยจำต้องยอมจ่ายเนื่องจากกลัว และเมื่อกลับมาถึงบ้านได้อย่างปลอดภัยได้โพสต์เล่าเรื่องลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนมีการแชร์ในโลกออนไลน์กันอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้ เป็นความรู้สึกที่แย่มากในการเข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรกของพวกตน ตนเองไม่อยากได้เงินคืน แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์แก่คนอื่น อย่าทำให้สังคมไม่น่าอยู่

1 2 3 5