เตือนภัย สาวแฉ แก๊งมิจฉาชีพ โทรมาอ้างเป็นสารวัตรหญิง หลอกรีดเงิน…

เมื่อวันที่่ 14 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Xiang Hongได้มีการโพสต์รูปภาพพข้อความเตือนภัยมิจฉาชีพระบุว่า เตือนภัยโดนมากับตัวค่ะ วันนี้มีคนโทรมาหาศิ บอกว่าเราเป็นผู้ต้องสงสัยฟอกเงิน 8 ล้านบาท (แม่เจ้าาาาา)โดยวิธีการก็คือ คนแรก ปลอมเป็นพนักงานบริษัทขนส่งชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ วันที่จัดส่ง 1 กันยายน 2564 บอกว่าพัสดุของเราได้โดยศุลกากรยืดไว้เนื่องจาก ผิดกฏหมาย หมายเหตุมีพาสปอร์ต 13 เล่ม ATM 9 ใบ และเสื้อผ้า4ชุด โดยกำลังจะทำการจัดส่งไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เราจึงได้ปฏิเสธไปว่าไม่ได้เป็นคนส่ง พนักงานขนส่งบอกให้เราไปแจ้งความ สะดวกมาที่ สภ.เชียงใหม่มั้ย เราบอกไม่สะดวก ตอนนี้เราอยู่เชียงราย พนักงานบอกถ้างั้นจะโอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตรง เราบอกได้ เจ้าหน้าที่จึงทำการโอนสาย คนที่2 ปลอมเป็นตำรวจบอกให้เราแอดไลน์ และให้โทรคุยและบันทึกเสียงเพื่อให้ปากคำลงบันทึกประจำวัน โดยบอกจะทำการอัดเสียงไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางราชการ และระหว่างการให้การนั้นจะต้องอยู่คนเดียว ห้ามมีเสียงแทรก และก็มาสอบถามข้อมูลส่วนตัวเรา และบอกจะสืบให้ว่าคนร้ายได้ใช้ชื่อเราไปแอบอ้างอะไรอีกมั้ย โดยการให้ฟังเสียง ว.ของตำรวจว่าตรวจสอบข้อมูลของเรา สรุปพอตรวจสอบข้อมูลของเราได้พบว่าเราได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฟอกเงิน ของนายสมศักดิ์ เป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ (น้ำเสียงดูจริงจัง) และได้ส่งภาพการถูกจับกุมมาให้ดู บอกว่าสมุดบันชีของคุณเป็น 1 ในบัญชีฉ้อโกง  ตกใจมากแม่ คดีที่2พุดมาอีก และเราต้องโอนเงินไปยังบัญชีที่แอบอ้างว่าเป็นบัญชีตำรวจเพื่อตรวจสอบ โดยถามจำนวนเงินในธนาคารเราและเลขธนาคาร4ตัวท้าย และถามว่าเราบริสุทธิ์ใจที่จะให้ตรวจสอบมั้ย จะให้สารวัตรช่วยเพราะเป็นคดีใหญ่ตนเป็นแค่ร้อยเวรไม่สามารถจัดการได้ จากนั้นก็บอกเราว่าให้คุยกับท่านสารวัตร ต้องให้ท่านช่วย โดยต้องคุยกับท่านดีดี คนที่3 ปลอมเป็นสารวัตรหญิงน้ำเสียงมีอายุหน่อย ตีบทแตก (ไปเป็นนักแสดงได้)โดยบอกว่าจะช่วยเราให้เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เราต้องให้ความร่วมมือ สอบถามว่าเรามีบัญชีธนาคารกี่บัญชีและมีจำนวนเงินเท่าไหร่ อ่ะสรุปก็คือจะให้โอนเงินอีก และห้ามบอกคนรอบข้างเป็นเวลา7วัน เราบอกเราจะไปแจ้งความเอง บอกคดีนี้เป็นความลับระดับประเทศซึ่งมีพนักงานธนาคารและตำรวจยศสูงพัวพันและมีอีกเป็นร้อยคน ซึ่งถ้าเราไปแจ้งความความลับอาจจะรั่วไหลและผู้ร้ายอาจจะไหวตัวทัน เราเลยขอเปิดกล้อง แต่ก็ไม่ยอมเปิดเพราะเป็นความลับอีก มีขู่จะออกหมายจับ เราเลยบอกได้ค่ะเพราะบริสุทธิ์ใจจริง ทางต้นสายเริ่มโมโหพูดวกไปวนมา และบอกว่าไม่ได้มีเวลาว่างมีอีกหลายคดีให้ทำ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือทางเราก็ช่วยคุณไม่ได้ และได้ตัดสายไป หลังจากนั้นเราก็โทรไปที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ สวัสดีค่ะ ที่สถานีตำรวจมีคนชื่อเรายังพูดไม่จบเจ้าหน้าที่ตำรวจตอบมาว่า  เชียงใหม่ใช่มั้ยคับ วันนี้มี4รายแล้วที่โทรเข้ามา อย่าโอนเงินนะคับ วันนี้มีคนโดนไปแล้ว2แสน ทำกันเป็นขบวนการเลยจ้า กุเรื่องแต่งเรื่องขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ แต่ก็มีคนหลงเชื่อเยอะเพราะกลัวว่าจะผิดกฎหมายอะไรต่างๆ ตอนนี้มิจฉาชีพเค้ามืออาชีพจริงๆค่ะ ได้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้แล้วเนื่องจากได้ให้ข้อมูลส่วนตัวไป ดีที่ไหวตัวทันไม่ได้โอนเงินให้ เจ้าหน้าที่บอกมีคนโดนไป2ล้านบาท  เสียเวลานอนมาก โทรมาปลุกกันให้ตื่นเต้นแต่เช้า มาทำให้เสียขวัญไปพักใหญ่ๆ มาหลอกให้โอนเงินที่หามาอย่างยากลำบากไปง่ายๆ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตำรวจหวังดีนะ เตือนภัยร้ายที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด “แฮกเกอร์เรียกค่าไถ่ข้อมูล” อาชญากรรมในยุคปัจจุบัน ที่ควรรู้จัก และรับมือให้เป็น ตร.เตือนภัย…!! อย่าหลงเชื่อแอปฯ เงินกู้ อย่าเผลอกด เด็ดขาด  

เปิดคำสารภาพ นักเรียนหญิง ม.6 บุกเดี่ยวจี้ชิงทอง43เส้น

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองในร้านทองเยาวราชกรุงเทพ บริเวณชั้น1 ห้างบิ๊กซี บนถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี  ก่อนจะพบว่าตำรวจสายตรวจประจำร้านทองสามารถรวบตัวคนร้ายไว้ได้แล้ว โดยผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนหญิงม.6 อายุ 17 ปี เรียนอยู่ที่ โรงเรียนย่านดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยทางพยานในที่เกิดเหตุให้ข้อมูลว่า เยาวชนหญิง สวมเสื้อสีเหลือง ใส่หมวกสีดำ กางเกงขายาว  ยื่นกระดาษเขียนข้อความ ให้เอาทองที่อยู่บนผนังตู้โชว์ใส่ถุงดำที่เตรียมมา ให้หัวหน้าพนักงานขายของร้านทอง แล้วใช้มีดขนาดใหญ่ จี้อยู่ที่บริเวณลำตัวของพนักงานร้านขายทองตลอดเวลา เมื่อได้ทองคำ 1 ถาดใหญ่ ซึ่งเป็นสร้อยทอง น้ำหนัก 1 สลึง และครึ่งสลึง จำนวน 43 เส้น น้ำหนักรวมกว่า 30 บาท จึงได้วิ่งหลบหนีออกไปทางหน้าห้าง แต่ก็ได้ถูกตำรวจสายตรวจควบคุมตัวเอาไว้ได้ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ นักเรียนหญิงผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่าได้นำเงินจำนวน 50,000 บาท ไปลงทุนออนไลน์แล้วถูกโกง จึงคิดปล้นทอง ได้เดินทางขึ้นรถประจำทางจากบ้านย่านดอนเมือง และมาลงรถที่ห้างซึ่งเคยมาเดินเล่นเป็นประจำและเห็นลู่ทางในการก่อเหตุ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ด่วน !รวบได้แล้ว โจรแต่งชุดไรเดอร์ ปล้นทองห้างดังกว่า 120บาท แม่เข่าทรุด ร่ำไห้ลูกชายเป็นโจร ก่อเหตุชิงทอง – เพื่อซื้อน้ำท่อม

ปูพรมเก็บหลักฐานรอบกระท่อมจุดพบ “น้องจีน่า” ผลค้นบ้านสามีใหม่ยายพบสิ่งนี้..

ตำรวจเชียงใหม่และกองปราบ นำกำลังลงพื้นที่บ้านห้วยฝักดาบ ระดมชาวบ้านปูพรมหาหลักฐานเพิ่มเติมรอบกระท่อมบนเนินเขาจุดที่พบตัว “น้องจีน่า” ทั้งร่องรอยเส้นทางเดิน รวมทั้งกางเกงและผ้ามัดเอว หลังจากคืนที่ผ่านมานำหมายศาลค้นบ้านสามีใหม่ของยายน้องจีน่าพบหลักฐานสำคัญหลายอย่าง รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งความคืบหน้าคดี “น้องจีน่า”ว่า เช้าวันนี้(11 ก.ย.64) เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในส่วนของตำรวจภูธรภาค 5 ,ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่,ตำรวจภูธรแม่แตง และตำรวจกองปราบ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นำกำลังลงพื้นที่บ้านห้วยฝักดับ หมู่ที่19 ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม โดยมีการระดมกำลังชาวบ้านนับร้อยคนให้เข้าร่วมเดินปูพรมตรวจสอบบริเวณโดยรอบกระท่อมบนเนินเขาที่เป็นจุดที่พบตัว “น้องจีน่า”  ทั้งนี้มุ่งเน้นหาหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะกางเกงเด็กเนื่องจากตอนที่พบตัวน้องจีน่าไม่ได้สวมกางเกง และผ้ามัดผูกเอว ตามที่นายอาผะกล่าวอ้างว่าใช้มัดน้องเข้ากับเอวตอนที่นำข้นรถจักรยานยนต์ไปด้วย นอกจากนี้รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อคืนวานนี้(10ก.ย.64) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าทำการตรวจค้นเก็บหลักฐานในบ้านพักของนายจะจือ สามีใหม่ของยายน้องจีน่า ในหมู่บ้านห้วยฝักดาบ และเป็นบ้านที่นายจะบูสือ ลุงของน้องจีน่า มาพักอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจค้นเก็บหลักฐานประมาณ 3 ชั่วโมง พบเสื้อผ้าเด็ก กล่องนม ของเล่นเด็ก โดยเฉพาะรองเท้าเด็กผู้หญิง จึงเก็บนำไปตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการถูกลักพาตัวน้องจีน่าหรือไม่อย่างไร พร้อมทั้งคุมตัวนายจะจือ และนายจะบูสือ ที่นำตรวจค้นไปด้วย ข่าวที่เกี่ยวข้อง คำทำนาย!’น้องจีน่า’หมอผีเผยที่มาจุดพบ? มูลนิธิกระจกเงา เผย ข้อเท็จจริงและข้อสังเกตกรณีการพบตัว ‘น้องจีน่า’  

มูลนิธิกระจกเงา เผย ข้อเท็จจริงและข้อสังเกตกรณีการพบตัว ‘น้องจีน่า’

มูลนิธิกระจกเงา เผย ข้อเท็จจริงและข้อสังเกตกรณีการพบตัว ‘น้องจีน่า’ ล่าสุดเป็นกระแสและถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ซึ่งทางศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา เผยถึง ข้อเท็จจริงและข้อสังเกตกรณีการพบตัว ‘น้องจีน่า’ โดยระบุว่า 1.เด็กหายตัวออกจากบ้านไปนาน 2 วันกับ 18 ชั่วโมง 2.บ้านเด็กอยู่ห่างจากจุดเพิงพักที่พบตัว ประมาณ 500 เมตร เป็นเส้นทางพื้นราบประมาณ 270 เมตร และเป็นเส้นทางเขาลักษณะสูงชันประมาณ 230 เมตร 3.ลักษณะเส้นทาง สำหรับเด็กอายุ 1 ขวบ 11 เดือน ไม่สามารถเดินมาได้เองตามลำพัง 4. เด็กวัย 1 ขวบ 11 เดือน น่าจะไม่นอนนิ่งๆ เฉยๆในเพิงพักขนาด 2.5×2.5 เมตรได้เกือบ 3 วัน ตามลำพัง 5. ลักษณะเพิงพักบนภูเขาที่พบเด็ก มีพนักพิงทำด้วยไม้ ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ไม่มีประตู สร้างบนภูเขาสูงชัน เด็กวัยกำลังซุกซนและไม่อยู่นิ่ง ถ้าเด็กออกมาจากเพิงพักมีความเสี่ยงสูงที่จะลื่นตกเขาในทางลาดชัน 6.จุดที่พบเด็ก เป็นเส้นทางธรรมชาติ ถนนเป็นดินลูกรัง และเป็นถนนทางตัน ไม่ใช่ทางสัญจรของบุคคลภายนอก ผู้ก่อเหตุต้องรู้จักเส้นทางเป็นอย่างดี 7.หมู่บ้านตั้งอยู่ไกลจากถนนใหญ่ 10 กิโลเมตร เส้นทางเป็นถนนคอนกรีตและลาดยางตลอดทั้งเส้น เส้นทางส่วนใหญ่ค่อนข้างเปลี่ยว มีบ้านคนน้อย หากเลือกจะพาเด็กออกนอกพื้นที่ สามารถทำได้โดยง่าย 8.ไม่พบข้อมูลการลักพาตัวเด็กเพื่อบูชายันต์ในประเทศไทย 9.การลักพาตัวเด็กในประเทศไทย ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำทางเพศ,เพื่อความเสน่หาเอาไปเลี้ยงดู,เพื่อเอาไปเร่ร่อนขอทานโดยไม่ใช่ลักษณะของกลุ่มแก๊งค์ค้ามนุษย์ (ผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมเร่ร่อนขอทานอยู่ก่อนแล้ว) และการสร้างสถานการณ์โดยคนในครอบครัวหรือบุคคลที่รู้จักหรือมีความขัดแย้งกับคนในครอบครัว 10.กรณีการหายตัวไปของน้องจีน่า อาจมีข้อเท็จจริงอื่นที่ยังไม่ปรากฏในตอนนี้ ข่าวมี่เกี่ยวข้อง เปิดคำพูดทีมค้นหา “น้องจีน่า” เจอน้องแล้วพูดคำนี้สั้นๆ…? เจ้าหน้าที่พา น้องจีน่า ส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล หลังมีสภาพอ่อนเพลีย

เป็นไปตามคาด! คดีฉาว อดีตผู้กำกับโจ้ พนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว

เป็นไปตามคาด! คดีฉาว อดีตผู้กำกับโจ้ พนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ศาลคดีทุจริตฯ อนุญาตฝากขังอดีตผู้กำกับโจ้ครั้งที่ 2 ไร้ญาติยื่นประกันตัว นอนเรือนจำกลางคลองเปรมต่อ วันนี้ (7 กันยายน) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 410/2564 ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 2 พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล อายุ 39 ปี หรืออดีตผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครสวรรค์ และ ร.ต.ท. ธรณินทร์ มาศวรรณา อายุ 55 ปี ตามคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาศาลจังหวัดนครสวรรค์ (แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6) ที่ ฝ.อท.6-7 /2564 อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน มีกำหนด 12 วัน ซึ่งจะครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาในวันที่ 7 กันยายน แต่เนื่องจากยังต้องสอบสวนปากคำพยานอีกจำนวน 20 ปาก, รอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร, รอผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอระหว่างผู้ต้องหาและผู้ตายในที่เกิดเหตุ และรอผลการตรวจเปรียบเทียบลายนิ้วมือแฝงระหว่างผู้ต้องหาและผู้ตายในที่เกิดเหตุในที่เกิดเหตุ, รอผลการตรวจพิสูจน์คลิปวิดีโอในสถานที่เกิดเหตุจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จากกองพิสูจน์หลักฐาน, รอผลการไต่สวนในคดีชันสูตรพลิกศพมาประกอบสำนวนการสอบสวน จึงขอศาลอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนต่อไปอีก มีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 8-19 กันยายนนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย!”อดีตผู้กำกับโจ้”ทำไมถึงเลือกขังได้? คำจากปาก ของ ผู้กำกับโจ้ “ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว” เนื้อหาในคำร้องฝากขังครั้งนี้ยังระบุว่า ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นว่าผู้ต้องหาเป็นข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.นครสวรรค์ ท้องที่เกิดเหตุ กระทำความผิดอาญา มีพฤติการณ์ร้ายแรง เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เป็นที่สนใจของประชาชน จึงอนุมัติให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวจาก สภ.นครสวรรค์ มายังกองบังคับการปราบปราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2564 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ขอโอนการฝากขังมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และขอโอนตัวผู้ต้องหาจากเรือนจำกลางพิษณุโลกไปคุมขังระหว่างสอบสวนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ได้อนุญาตแล้ว ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพมหานคร ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังหมดเวลาทำการศาล ไม่ปรากฏว่ามีญาติหรือทนายความของผู้ต้องหาทั้งสองมายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด

1 2 3 60