ฮือฮา!! วัยรุ่นอินโดฯ ถ่ายคลิปติ๊กต็อกชาเลนจ์เสี่ยง สุดท้ายจบไม่สวย?

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ได้รับความสนใจกันมากไม่นานมานี้สื่ออินโดนีเซียได้รายงานข่าวการเสียชีวิตของวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่ได้ทำชาเลนจ์แปลกๆ ที่เรียกว่า ‘Malaikat Maut’ ชาเลนจ์ดังกล่าวเป็นการยืนท้าทายอยู่บริเวณหน้ารถยนต์ เพื่อให้คนขับเบรกรถกะทันหัน หรือ ขับหลบอย่างรวดเร็วสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น อินโดนีเซียรายงานว่า มีวัยรุ่นอย่างน้อย 8 คน ได้ร่วมกันทำชาเลนจ์ดังกล่าวนี้ หนึ่งผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชายวัย 13 ปี และส่วนเพื่อนๆอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย เพื่อนของเด็กชายที่เสียชีวิตให้สัมภาษณ์ว่า “พวกเราทำคลิปที่เสี่ยงอันตรายพวกนี้ เพราะอยากมีชื่อเสียงครับ”ในขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนและหาคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวเพื่อดำเนินคดีต่อไปอย่างไรก็ตามนักจิตวิทยา ได้แนะนำผู้ปกครองให้เข้าใจว่าเหตุใดวัยรุ่นถึงชอบทำพฤติกรรมท้าทายและเสี่ยงอันตราย “ในทางจิตวิทยาพบว่า วัยรุ่นพวกนี้กำลังอยู่ในวัยที่ค้นหาตัวตน ตั้งนั้นพวกเขาจึงพยายามหาที่ที่เหมาะสมกับพวกเขา” ข่าวที่เกี่ยวข้อง วัยรุ่นปากีฯพลาด อัดคลิปแกล้งลงติ๊กต็อก จนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เปิดวาร์ป ดาวติ๊กต๊อกโรงพยาบาลสนาม คนแห่ดูเป็นล้าน!!

นักร้องดังเปิดใจ ! นั่งดูหนังโป๊กับลูกชายเป็นประจำ แถมยังชี้แนะเรื่องเพศศึกษา

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 เว็บไซต์ Lad Bible และ Daily Star รายงานว่า นักร้องดังชาวอินโดนีเซียตกเป็นประเด็นพูดถึงกันสนั่น หลังออกมายอมรับว่าเธอมักจะนั่งดูหนังโป๊กับลูกชายวัยรุ่นทั้ง 2 คนเป็นประจำ ซึ่งนี่เป็นเทคนิคการเลี้ยงลูกในแบบของเธอ เพื่อฝึกให้พวกเขาได้มีความคิดเปิดกว้างและยังสามารถให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาแก่เด็ก ๆ ได้ แทนที่จะห้ามปรามเด็ก ๆ ไม่ให้เข้าถึงสื่อลามกตามค่านิยมของคนหัวเก่า ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ป.ป.ส. ตรวจเจอยาเสพติด ซ่อนอยู่ในกรอบรูป กำลังจะส่งออกไปต่างประเทศ ง่ายมาก !! คนไทยในต่างประเทศ แชร์ประสบการณ์ ฉีดวัคซีน ? แต่ถึงอย่างนั้นการออกมาเผยถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา กลับทำให้ชาวเน็ตบางส่วนบอกเธอว่าเป็นคุณแม่ที่น่าขนลุก และบางคนพยายามบอกเธอด้วยว่า ให้ปล่อยเด็ก ๆ ไว้ลำพังตอนที่พวกเขาดูหนังโป๊เถอะ สำหรับคุณแม่หัวสมัยใหม่ผู้นี้ก็คือ วาห์ยู เซตยานิง บูดิ หรือที่รู้จักในชื่อ ยูนิ ซารา นักร้องดังวัย 49 ปี โดยเธอเพิ่งให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวกับยูทูบช่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า “มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเด็ก ๆ ทุกวันนี้ที่จะไม่ดูหนังโป๊ ไม่ว่าจะเป็นอนิเมะหรืออะไรก็ตามที่มีอยู่ในปัจจุบัน”

จับแก๊งห้องแล็บอินโดฯ “ใช้ซ้ำ” ก้านสำลีสว็อบจมูก-รับทรัพย์อื้อวันละ 6 หมื่น!

จับแก๊งห้องแล็บอินโดฯ – วันที่ 2 พ.ค. นิวยอร์กไทมส์ และ สเตรตส์ไทมส์ รายงานว่า ตำรวจอินโดนีเซียแถลงความคืบหน้ากรณีสะเทือนมาตรการรักษาความปลอดภัยทางสาธารณสุขของประเทศ กรณีเจ้าหน้าที่ 5 คนของห้องปฏิบัติการในเมืองเมดัน บนเกาะสุมาตรา ต้องสงสัยว่านำก้านสำลีตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีสว็อบโพรงจมูกที่ใช้แล้วไปล้างทำความสะอาด บรรจุหีบห่อ และนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้ง แถมยังตรวจไปมากถึง 2,000 คนนั้น ข่าวเพิ่มเติม พบแล้วเรือดำน้ำอินโด พบแตกเป็น 3 ท่อน หนูน้อย 8 เดือน ป่วยโควิด ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ถูกจับกุมและอยู่ระหว่างสอบปากคำดำเนินคดี หากศาลพิพากษาว่าผู้ต้องสงสัยมีความผิดจริงฐานฉ้อโกง ละเมิดกฎหมายปกป้องผู้บริโภค ละเมิดข้อบังคับว่าด้วยการกำจัดขยะทางการแพทย์ และกฎหมายโรคติดต่อ อาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 6 ปี รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทั้งห้าคนได้รับเงินราว 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 62,000 บาทต่อวัน เป็นค่าบริการที่เรียกเก็บจากผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อตั้งแต่เดือนธ.ค.2563 ซึ่งแต่ละวันเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ใช้ก้านสำลีใหม่สว็อบประชาชน 100 คน ส่วนผู้เข้าตรวจอีก 150 คนจะใช้ก้านสำลีเก่าในการสว็อบ และลักลอบทำอย่างนี้มานานหลายเดือน กระทั่งตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสต้องสงสัย จึงส่งตำรวจนายหนึ่งออกปฏิบัติการนอกเครื่องแบบ ทำทีขอเข้าตรวจหาเชื้อที่ศูนย์ตรวจของบริษัทคิมิอาฟาร์มาที่สนามบินกูวาลานามู ในเดอลีเซอร์ดัง จังหวัดสุมาตราเหนือ และต่อมาผลก็ได้ผลบวกที่ผิดพลาด เนื่องจากผลตรวจอีกครั้งเป็นลบ ตำรวจเลยนำกำลังบุกไปยังห้องปฏิบัติการต้องสงสัยเมื่อวันที่ 27 เม.ย. พร้อมจับกุมและยึดของกลางเป็นก้านสำลีรีไซเคิลหลายร้อยแท่ง เงินสดกว่า 310,000 บาท และคอมพิวเตอร์ที่ใช้พิมพ์เอกสารรับรองการตรวจหาเชื้อ ขณะเดียวกันตำรวจเร่งตรวจสอบว่ามีผู้ตรวจติดไวรัสมรณะหรือไม่ รวมทั้งจะเดินหน้าสุ่มตรวจการทำงานของห้องปฏิบัติการทั่วประเทศเพื่อให้มั่นใจว่าได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยสูงสุด

เปิดคลิปเศร้า ลูกน้อยยื้อพ่อก่อนไปจมเรือดำน้ำ

เปิดคลิปเศร้า ลูกน้อยยื้อพ่อก่อนไปจมเรือดำน้ำ วันนี้ (27 เม.ย. 64) เว็บข่าวชื่อดัง Dailymail เผยแพร่คลิปวิดีโอสุดสะเทือนใจในประเทศอินโดนีเซีย จากคลิปเป็นเหตุการณ์ณ์ที่ลูกชายวัย 2 ขวบร้องไห้งอแงและพยายามยื้อไม่ให้ร.ท.เอดิออกจากบ้าน ซึ่งคนเป็นพ่อ คือ เรือโทอิหมั่ม เอดิ เจ้าหน้าที่ทหารวัย 29 ปี ประจำกองทัพเรืออินโดนีเซีย เรือดำน้ำเคอาร์ไอ นังกาลา-402  และสุดท้ายร.ท.เอดิก็ต้องไปทำงานและออกไปฝึกซ้อมพร้อมกับเพื่อนทหาร 52 นาย ซึ่งต่อมาประสบเหตุจมและเสียชีวิตยกลำเรือ พบแล้วเรือดำน้ำอินโด พบแตกเป็น 3 ท่อน เรือดำน้ำอินโดนีเซีย พร้อมทหารเรือ 53 ชีวิต หายไปจากน่านน้ำเกาะบาหลี โดยคลิปที่ถ่ายนั้น ภรรยาของร.ท.เอดิเป็นผู้บันทึก เผยให้เห็นด.ช.อัสกา วัย 2 ขวบ ร้องไห้โยเยพยายามดึงลูกบิดประตูหวังจะปิดห้องพร้อมกับดันตัวร.ท.เอดิเข้าไปข้างใน และพูดซ้ำๆ หลายครั้งว่า “ไม่ๆๆ” เพราะไม่ต้องการให้ร.ท.เอดิ ผู้เป็นพ่อ ออกจากบ้าน โดยในตอนนั้นร.ท.เอดิได้หัวเราะให้กับความน่ารักของลูกชาย จากนั้นตอบไปว่า “ป๊ะป๋าต้องไปฉี่” และคุกเข่าปลอบลูกชาย แต่อัสกายังดันพ่อเข้าห้องและพูดอีกว่า “ไม่ๆๆ”   รายงานระบุว่าคลิปที่เห็นเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่สองพ่อลูกอยู่ด้วยกัน เพราะหลังจากนั้นในวันเดียวกันร.ท.เอดิต้องไปลงเรือดำน้ำเคอาร์ไอ นังกาลา-402 เพื่อร่วมฝึกซ้อมภารกิจยิงตอร์ปิโด นายเอดี สุจีอันโต พ่อของร.ท.เอดิ กล่าวว่ารู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของหลานชาย เพราะปกติอัสกาไม่เคยยื้อหรือห้ามไม่ให้พ่อออกไปทำงาน  

สุดอึ้ง! เจ้าบ่าวรถล้มก่อนงานแต่ง ไม่หวั่นเข้างานแต่งต่อ แม้พึ่งผ่าตัดมา

เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ในบ้านของฝ่ายหญิงที่ตั้งอยู่ในชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย เดิมทีนั้นเจ้าบ่าวก็มีชุดหล่อที่เตรียมไว้ เพื่อเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้แล้ว แต่ 4 วันก่อนที่จะถึงวันแต่งงานนั้น ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ฝ่ายเจ้าบ่าวได้ประสบอุบัติเหตุหมดสติ ก่อนจะร่วงตกจากรถจักรยานยนต์และได้รับบาดเจ็บไปทั่วร่างกาย เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เมียใจใหญ่ ขอให้ผัวแต่งงานกับพี่เลี้ยงลูก ผูกพันทำงานมา 4 ปี เจ้าสาวน้ำตาไหล ไฟไหม้บ้านในวันแต่งงาน ด้านเอลินดา เดวี เจ้าสาวได้กล่าวว่า สุปรับโต เจ้าบ่าวของเธอนั้นไม่สามารถสวมชุดที่เตรียมเอาไว้ในงานแต่งงานได้ในตอนนั้น เพราะเขาเพิ่งได้รับการผ่าตัดที่บริเวณไหล่จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน และเขายอมออกมาจากโรงพยาบาลทั้งที่เขาเพิ่งผ่านการผ่าตัดมา เพื่อเข้าร่วมงานแต่งงานของทั้งคู่ ซึ่งพิธีดังกล่าวก็ดำเนินไปได้ด้วยดีและเสร็จสิ้นราบรื่นถึงแม้ว่าอุบัติเหตุดังกล่าวจะเกิดขึ้นแบบกระทันหัน เจ้าบ่าวก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้งานแต่งงานในครั้งนี้ไม่ถูกเลื่อนออกไป เพราะงานแต่งงานในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอินโดนีเซีย หากเลื่อนออกไปก็ไม่แน่ใจว่าจะได้จัดอีกครั้งเมื่อไหร่ แล้วไหนจะเรื่องที่เตรียมการต่าง ๆ ไว้พร้อมแล้วด้วยนั้น ทำให้เขาตัดสินใจที่จะเข้าร่วมพิธีด้วยสภาพดังกล่าว

1 2 3 11