เผยสถิติผู้เสียชีวิตทั่วโลกจากโควิด-19 ทะลุ 4 ล้าน! ‘อาเซียนระส่ำ’ ทำสถิติผู้ป่วยโควิดรายวัน ใหม่ทุกวัน!

AP สื่อจากต่างประเทศ รายงานวันที่ 8 ก.ค. ถึงสถานการณ์ โรคโควิด-19 ที่ยังวิกฤตไปทั่วโลก แม้หลายประเทศจะเร่งฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาด แต่ไวรัสมรณะกลับแตกสายพันธุ์ใหม่ที่มีอัตราการแพร่เชื้อรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั่วโลกพุ่งทะลุ 4 ล้านราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยใหม่ในช่วง 24 ชั่วโมงเมื่อวันที่ 7 ก.ค. เพิ่มขึ้นถึง 453,920 คน และทำให้ยอดติดเชื้อสะสมอยู่ที่อย่างน้อย 185.82 ล้านคน สหรัฐอเมริกายังรั้งตำแหน่งประเทศที่มีผู้ป่วยรวมมากที่สุดในโลกที่ 34.64 ล้านคน เสียชีวิต 621,863 ราย อันดับ 2 อินเดีย มีผู้ติดเชื้อสะสม 30.70 ล้านคน เสียชีวิต 405,057 ราย อันดับ 3 บราซิล ติดเชื้อรวม 18.91 ล้านคน เสียชีวิต 528,611 ราย อันดับ 4 ฝรั่งเศส ป่วยสะสม 5.79 ล้านคน เสียชีวิตอย่างน้อย 111,259 ราย และอันดับ 5 รัสเซีย มีผู้ป่วยรวม 5.68 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 140,041 ราย ข่าวที่เกี่ยวข้อง ก็คนมันเหงา ! 5 สาว สุดกล้า พบปะสังสรรค์บนขอบตึก ในช่วงที่มีการ ” ประกาศล็อกดาวน์ “ ในทำเนียบก็ไม่รอด ! ตำรวจ ” ทำเนียบ ” ติดเพิ่ม ครม. กักตัวกันเพียบ ขนลุกหนัก ! ซื้อผักมาทำอาหารแต่ไม่ยอมล้าง เจอแมลงตัวจิ๋วหลายตัวเกาะอยู่เต็มผัก สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา (จากอินเดีย) ยังมีสถานการณ์น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอินโดนีเซีย หลังกระทรวงสาธารณสุขระบุพบผู้ป่วยใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านมาอีก 34,379 คน ถือเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ และทุบสถิติติดเชื้อใหม่สูงสุดเมื่อวันอังคารที่ 6 ก.ค. กับจำนวนผู้ป่วยใหม่ 31,189 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 2.37 ล้านคน สูงสุดในภูมิภาค และเสียชีวิตอย่างน้อย 62,908 ราย ขณะที่เมียนมา (พม่า) ยังสาหัส พบผู้ป่วยใหม่อีก 3,947 คน เพียง 1 วันหลังเพิ่งทุบสถิติมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดที่ 3,602 คน นับเป็นตัวเลขผู้ป่วยรายวันที่สูงที่สุดของประเทศนับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 รวมแล้วมียอดติดเชื้อ 175,923 คน เยอะที่สุดเป็นอันดับ 5 ส่วนกัมพูชามีผู้ป่วยเฉลี่ยรายวันเกิน 950 คนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่เมื่อวันพุธพบอีก 981 คน ส่งผลให้ยอดสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 57,103 คน เสียชีวิต 798 ราย และเวียดนามมีผู้ป่วยใหม่เกิน 1,000 คนต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 23,071 คน เสียชีวิต 102 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก : AP news

เงินเดือน 20,000 บาทอยู่ยาก ค่า”ครองชีพกรุงเทพฯ”

เงินเดือน 20,000 บาทอยู่ยาก ค่า”ครองชีพกรุงเทพฯ”แพงที่สุดอันดับ 2 อาเซียน เป็นอีกหนึ่งบทความดีๆ ในชีวิตประจำวันเราที่ต้องชวนให้คิดกับการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ อย่างกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่มีประชาชนอาศัยอยู่เยอะที่สุดในประเทศ โดยส่วนใหญ่นอก จากจะเข้ามาทำงานแล้วหลายคนก็เดินทางเข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพ โดยปัจจุบันกรุงเทพได้เป็นเมืองที่มี ค่าครองชีพแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายบุคคล ไม่รวมค่าเช่าบ้านประมาณ 21, 000 บาทต่อเดือน โดยนัมเบโอ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีข้อมูลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้มีการคำนวณค่าสินค้า อุป โภคบริโภค ค่าอาหารในร้านอาหาร ค่าเช่าที่พักอาศัย และกำลังซื้อของประชากรในเมือง และพบว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนอยู่ที่ 55.43 จุด ซึ่งค่าใช้จ่ายรายบุคคลไม่รวมค่าเช่าบ้านเฉลี่ยต่อเดือน อยู่ที่ 21,000 บาท และค่าใช้จ่ายของครอบครัวที่ มีสมาชิก 4 คน ไม่รวมค่าเช่าบ้านอยู่ที่ 75,800 บาทต่อเดือน โดยรายจ่ายที่เพิ่มมากที่สุดของคนกรุงเทพใน ปีนี้คือค่าอาหารในร้านอาหาร ซึ่งเพิ่มจากปีที่ผ่านมาคิดเป็นราคาเฉลี่ยที่ 80 บาทต่อมื้อ ส่วนค่าเช่าที่พักอาศัย เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 26.35 จุด จาก 26.21 จุด และอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอนใจกลาง เมืองหลวง มีค่าเช่าอยู่ที่ 21,400 บาทต่อเดือน ขณะที่ค่าสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลงมาเล็กน้อย และค่า ใช้จ่ายทั้งสองส่วนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของคนกรุงเทพลดลง นอกจากนี้จังหวัดอื่นๆเช่น ภูเก็ต พัทยาและเชียงใหม่ ยังคงติดอยู่ในเมือง 10 อันดับแรกที่มีค่าครองชีพ แพงที่สุดในภูมิภาคอาเซียนเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายรายบุคคลไม่รวมค่าเช่าบ้านใน 3 จังหวัดอยู่ที่ 18,000 บาท ต่อเดือน 17,000 บาทต่อเดือน และ16,000 บาทต่อเดือนตามลำดับ

บิ๊กตู่ ลั่นไทยยังคงเป็น ปธ.อาเซียน อย่าให้ใครมามีปัญหาเหมือนแต่ก่อน!

เวลา 09.30 น.วันที่ 10 ส.ค. “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างเอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย กับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 32 จังหวัด เพื่อมอบนโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนในมิติด้านการต่างประเทศ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนของไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี รวมถึงรับฟังข้อเสนอของเอกอัครราชทูตไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด โดย “พล.อ.ประยุทธ์” กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า หลายประเทศมีผู้นำรุ่นใหม่ คณะรัฐมนตรีใหม่ จึงอยากให้ทุกคนได้ติดตามศึกษาแนวคิดใหม่ๆของแต่ละประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแนวคิดประชาธิปไตยตะวันตก รวมถึงประชาธิปไตยแบบสังคมนิยมโดยขอให้ศึกษารายละเอียดให้ดี เหล่านี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่ยังอยู่ในกรอบไม่ต่างจากของเดิมมากนัก เพราะผู้นำต่างก็สืบสานต่อกันมา ทั้งนี้ ในส่วนของการทำงานร่วมกับผู้นำรุ่นใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะบางอย่างได้ทำไปแล้ว บางอย่างกำลังทำอยู่ซึ่ง บางครั้งของเดิมก็ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ต่างประเทศก็จำเป็นต้องเปลี่ยนท่าทีบ้างเล็กน้อย ซึ่งเราจะต้องสร้างความเข้าใจ ว่าสิ่งที่ทำมาแล้ว ถ้าเปลี่ยนแปลงทั้งหมดด้วยการเมืองก็จะอันตราย เพราะมีตัวอย่างอยู่แล้ว “พล.อ.ประยุทธ์” กล่าวต่ออีกว่า ความเป็นอาเซียนรู้อยู่แล้วว่า ต้องระมัดระวังเพราะอย่างไรก็คืออาเซียน อาเซียนนั้นพัฒนาแตกต่างจากตะวันตก เพราะทำได้ค่อนข้างช้า ค่อนข้างตกลงกันไม่ได้ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลนโยบายต่างๆก็เปลี่ยน ซึ่งต่างจากตะวันตก ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนมากนัก มีเพียงนโยบายไม่กี่เรื่องที่จะเปลี่ยน ว่าจะเห็นว่าในทางตะวันตกไม่ค่อยมีปัญหารายละเอียดในเวทีต่างประเทศ อาเซียนเป็นประเทศที่มีรายได้น้อย มีปัญหามาก ทำให้เรื่องหลักๆเดินหน้าไม่สำเร็จเสียที เรายังไปไม่ถึงจุดที่ชาติตะวันตกเป็น จะทำอย่างไรที่จะไปถึงจุดนั้นได้ แม้หลายแนวคิดจะดี แต่เรายังไปไม่ถึง “มีหลายฝ่ายอยากให้เราไปถึงตรงโน้นเอาเรื่องราวนั้นมาใส่เข้าไป แล้วปัญหาเราที่มันมีมากอยู่แล้ว ก็มากขึ้นไปเรื่อยเรื่อย กระทั่งหาทางออกไม่ได้ นั่นก็ทำให้ทำงานไม่ได้ ทุกคนรู้หมด นักวิชาการ สื่อมวลชน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร และ ไม่รู้ในสิ่งที่เราทำไปแล้ว วันนี้เขาต่างพูดไปด้วยหลักการ ซึ่งผมจะไปทะเลาะกับเขาไม่ได้ทุกคน จะต้องช่วยกัน เพราะนี่คือรายละเอียดที่จะทำให้งานสำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดในนโยบายต่างประเทศ คือทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่จะนำความเปลี่ยนแปลง มาสู่อาเซียนทางพฤตินัย ไม่ใช่การกล่าวอ้าง ว่าเราจะเป็นผู้นำอาเซียน ซึ่งเราจะต้องเป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลงในอาเซียนให้ได้” “พล.อ.ประยุทธ์” กล่าวว่า การประชุมอาเซียนในครั้งหน้าในเวลาอันไกลนี้ อะไรที่เป็นปัญหาและอุปสรรคจะต้องหรือร่วมกันภายใต้หลักการ โดยต้องทำวันนี้ เพราะประเทศไทยกำลังจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ซึ่งตอนนั้นใครจะเป็นรัฐบาลก็ไม่รู้ แต่ไทยก็จะเป็นเจ้าภาพอยู่ดี ขออย่าให้เกิดปัญหาเหมือนกับการประชุมอาเซียนที่ประเทศไทยครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมไม่ได้ ไปทบทวนกันดูว่าใครมันเกี่ยวข้องบ้าง “พล.อ.ประยุทธ์” กล่าวว่า ในการทำงานวันนี้ต้องใช้กลไก กฎหมาย วิธีการใหม่เพื่อให้ไทยมีที่ยืนในเวทีโลก การทำงานจะต้องยึดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ไทยนิยมยั่งยืน ประชารัฐ ไม่ใช่ประชานิยม ไม่ใช่นโยบายที่จะสืบทอดอำนาจ