สาวน้อยวัย 13 ปี อาสาช่วยทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า วูบเสียชีวิตบนดอยแม่แจ่มเชียงใหม่

เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา ทางหมู่บ้านได้ประกาศให้ชาวบ้านและผู้ที่มีจิตอาสา ช่วยกันไปทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันไฟป่าที่จะลุกลามไหม้ป่า และอาจจะลามไปยังหมู่บ้าน ทำให้ป่าได้รับความเสียหาย และละเสี่ยงต่อหมู่บ้านถูกไฟป่าเผาไหม้ด้วย ซึ่งทางครอบครัวก็พากันไป โดยที่ลูกสาวไปกับพ่อและเพื่อน ๆ ไปทำแนวกันไฟ โดยนายอุดร อนุสรณ์พนา อายุ 41 ปี ผู้เป็นพ่อเล่าว่า ขณะที่ทำแนวกันไฟนั้นได้แบ่งเส้นทางกันทำแนวกันไฟ โดยน้องเบอรี่ก็อยู่กับกับกลุ่มเพื่อนและน้าซึ่งเวลาประมาณ 10-11 นาฬิกานั้นน้องเบอรี่บ่นว่าปวดศีรษะมาก แล้วน้าพยายามโทรหาตน แต่ตนไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เพราะใช้เครื่องเป่าลมอยู่ เมื่อทำแนวกันไฟเสร็จก็ได้กลับมาบ้านพบลูกสาวมีอาการหน้าซีด ไม่พูดไม่จาจึงได้เรียกรถพยาบาลนำตัวลูกสาวส่งโรงพยาบาลสันป่าตอง ก่อนจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ กระทั่งมาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 ก.พ. เวลา 15.05 น. โดยทีมแพทย์ได้ระบุว่า น้องเบอรี่เสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดฝอย หลังเกิดเหตุทางครอบครัวได้นำศพน้องมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่บ้านพักในหมู่บ้านแม่แฮน้อย หมู่ 3 โดยภายในงานศพทางครอบครัวได้มีการจัดบอร์ดไว้อาลัยนำรูปถ่ายน้องมาติดไว้ ขณะที่นายบุญลือ ธรรมมาธรานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม ได้นำพวงหรีดไปวางและมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวที่ได้สูญเสียลูกสาวไป นายบุญลือ ธรรมมาธรานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม เปิดเผยว่าตามที่มีข่าวว่าไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวน้องนั้นไม่เป็นความจริงเนื่องจากหลังทางอำเภอทราบข่าว ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมน้องที่โรงพยาบาลนครพิงค์ก่อนที่น้องจะเสียชีวิต เพราะนายอุดร อนุสรณ์พนา นั้นเป็นลูกน้องของตนเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซึ่งทางอำเภอต้องมีการดูแลอยู่แล้วประกอบกับน้องเข้าไปร่วมทำแนวกันไฟซึ่งเป็นจิตอาสาของหมู่บ้านทางอำเภอต้องดูแลเป็นกรณีพิเศษด้วยสำหรับศพของด.ญ.ณัฐวลัญช์ อนุสรณ์พนา […]

หนุ่มที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ที่ว่าเป็นอาสาสมัครทีมเเพทย์ ได้รับการปล่อยตัว พร้อมยืนยันตัวตนแล้ว

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา รวม 6 ราย โดยหนึ่งในนั้นมี นายปุรพล วงศ์เจียก อายุ 19 ปี อาสาสมัครทีมเเพทย์ DNA ที่มีภาพถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนทำร้ายร่างกายขณะเข้าจับกุมจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เดินทางมารับสิ่งของที่ถูกยึดไว้กลับ พร้อมชี้แจงผ่านสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายปุรพล กล่าวว่า หลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุมพวกตนกำลังช่วยเหลือคนเจ็บที่ถูกมีดบาด แล้วอยู่ๆตำรวจ คฝ.ประกาศให้ยุติการชุมนุมภายใน 30 นาที แต่พวกตนต้องตรวจเช็กสิ่งของและเก็บอุปกรณ์ซึ่งผ่านไปเพียง 10 นาที ตำรวจ คฝ.ก็เข้ามา พวกตนจึงรีบออกจากพื้นที่ทันที นายปุรพล กล่าวอีกว่า โดยมีรุ่นพี่ขี่จักรยานยนต์ออกมา ส่วนพวกตนอยู่บนรถกระบะ แต่รถจักรยานยนต์รุ่นพี่ดับ จึงจอดแล้วลงไปช่วยกัน ระหว่างนั้นตำรวจ คฝ.วิ่งตรงเข้าหาตนแล้วบอกว่าให้ใจเย็นๆ ระวัง คฝ.ชุดหลังจะเข้ามาทำร้าย และให้ตนคร่อมรถจักรยานยนต์รอไว้แต่ไม่ทัน ตำรวจ คฝ.ชุดหลังวิ่งเข้ามาถึงตัวก่อน จากนั้นตนถูกตีจนสลบไปชั่วขณะ เจ้าหน้าที่ถึงตรวจค้นตัวแล้วยึดกรรไกรตัดผ้าที่ใช้ทางการแพทย์ซึ่งมีปลายกลมที่พกไว้ไป ยืนยันว่าไม่ได้ต่อสู้ขัดขืนและเป็นแพทย์อาสาจริง ไม่ใช่ผู้ชุมนุมแฝงตัวเข้ามา ส่วนเรื่องแจ้งความกลับต้องรอปรึกษาทนายความก่อน หน่วยแพทย์อาสา“DNA หน่วยบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร” ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่2 เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องสัญลักษณ์ว่าสาเหตุที่ทางทีมไม่ได้ขออนุญาตใช้เครื่องหมายกาชาดเนื่องจากทีมเกิดจากการวมตัวของแพทย์พยาบาลสหวิชาชีพต่างๆและอาสาสมัครทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนเพื่อให้การบริการทางการแพทย์ในพื้นที่ชุมนุมณขณะนั้น พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 […]

ลุงอาสาสมัครชุมชนวัย 63 ปี เตือนหนุ่มไม่ใส่หน้ากากอนามัย เข้ามาในชุมชน เลยโดนชกเลือดอาบหน้า

วันที่ 9 ธ.ค. 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.แม่สอด จ.ตาก รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้ได้รับบาดเจ็บสองราย เหตุเกิดหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่งกลางชุมชนอิสลามแม่สอด เขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด หลังรับแจ้งเหตุตำรวจพร้อมหน่วยกู้ชีพมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์เขตนครแม่สอดร่วมกันรีบเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนแออัดมีทั้งคนไทยและคนต่างด้าวพักอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ที่กลางถนนกลางชุมชนพบตัว นายบังยี ไม่ทราบนามสกุล อายุ 63 ปี อาสาสมัครชุมชน มีบาดแผลที่ใบหน้า เลือดไหลอาบเต็มเสื้อ ห่างกันไม่มากพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหนึ่งรายทราบชื่อ นายอาลี ไม่มีนามสกุล อายุ 37 ปี นั่งอยู่ริมถนนบาดเจ็บคิ้วขวาแตกเป็นแผล หน่วยกู้ชีพจึงรีบปฐมพยาบาลและช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นคู่กรณีกัน นำตัวขึ้นรถพยาบาลกู้ชีพรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่สอด เพื่อให้แพทย์ตรวจดูอาการล่าสุดอาการทั้ง 2 รายปลอดภัย จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายบังยี เป็นอาสาชุมชนและดูแลสถานที่สาธารณะภายในชุมชนอิสลาม ได้พบ นายอาลี ไม่สวมหน้ากากอนามัย เข้ามาใช้บริการพื้นที่สาธารณะในชุมชน เบื้องต้นนายอาลีอ้างว่าลืมใส่และไม่พอใจที่ถูกตักเตือน จากนั้นทั้งสองเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จึงเกิดการชกต่อยกันชุลมุน จนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกพื้นที่สาธารณะในชุมชนเขตเทศบาลนครแม่สอดมีความเข้มงวดและมีข้อปฏิบัติขอความร่วมมือให้ประชาชนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง เมื่อออกจากบ้านหรือเข้าไปใช้บริการในพื้นที่สาธารณะทุกแห่ง แต่ก็ยังคงพบชาวบ้านทั้งคนไทยและคนต่างด้าวอีกหลายคนละเลย ไม่สวมหน้ากากอนามัย จนหลายฝ่ายกังวลในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ซึ่งสุ่มเสี่ยงหากยังมีผู้ไม่ให้ความร่วมมือในกฎระเบียบชุมชน

ชาวบ้านแห่ดู งูเลื้อยเข้าบ้านไปซ่อนตัวบนหิ้งพระ เชื่อว่าเป็นงูมาให้โชค

วันที่ 27 ต.ค.62 ศูนย์วิทยุอาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก นางวรรณิดา หรือ ป้าแดง นิลอาสน์ อายุ 65 ปี เจ้าของร้าน ป้าแดงนุ้ย ติ่มซำ เลขที่ 212 หมู่ 1 บ้านนอกท่า ต.พรหมโลก ว่ามีงูจงอาง บุกเข้ามาในบ้าน จากการตรวจบริเวณโต๊ะวางทีวี เบาะนอน และตู้เก็บของ ก็ไม่พบงูจงอางแต่อย่างใด ทันใดนั้นเองจังหวะที่เจ้าหน้าที่เงยหน้าขึ้นก็พบว่างูจงอางนอนขดตัวอยู่ในหิ้งพระ จึงถอยห่างออกมาตั้งหลัก ก่อนจะจุดธูปไหว้ขอขมาเจ้าที่เจ้าทางและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากจุดที่งูอยู่เป็นหิ้งพระ จากนั้นใช้บ่วงพยายามคล้องที่หัวของงูจงอาง แต่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากจุดที่งูอยู่สูงกว่าเจ้าหน้าที่ สุดท้ายสามารถจับงูจงอางได้สำเร็จ วัดความยาวได้ 3 เมตร แล้วนำใส่กระสอบไปปล่อยป่าห่างไกลบ้านเรือน ป้าแดง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ปรากฏว่างูตัวดังกล่าวเลื้อยไล่กวดแมวตัวหนึ่งผ่านหน้าตนเข้าภายในบ้านอย่างรวดเร็วเข้าไปติดภายในห้องโถงของบ้าน แล้วเลื้อยขึ้นบนราวตากผ้านอนขดตัวซ่อนอยู่บนหิ้งพระ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากชาวบ้านทราบข่าวว่ามีงูเข้าไปในบ้านแล้วขึ้นไปนอนขดตัวอยู่บนหิ้งพระ จึงแห่มาดูพร้อมสอบถามเลขที่บ้าน เพื่อนำไปเสี่ยงโชคหวยงวดที่จะถึงนี้ เพราะเชื่อว่างูจะให้โชคลาภ “เลขเด็ด” 212 อย่างแน่นอน.

ดับอีกราย…!! “น้องอนุ” อาสาน้ำท่วมอุบลฯ โดนเชื้อราเล่นงาน

ดับอีกราย…!! “น้องอนุ” อาสาน้ำท่วมอุบลฯ โดนเชื้อราเล่นงาน เป็นเรื่องราวที่เศร้าอย่างมาก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ช ซื่อว่า วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี ได้ออกมาเผยแพร่ โพสต์ ขอแสดงความเสียใจกับ ครอบครัว น้องอนุ สุขสมอรรถ อาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดวังน้อย ได้เสียชีวิตลงอีกหนึ่งราย เนื่องจากน้องได้ไปช่วยเหลือพี่น้องชาวอุบลฯราชธานี ที่ประสบภัยน้ำท่วม จน ติดเชื้อรา าการทรุดหนักลงเรื่อยๆ เสียชีวิตลงอย่างสงบ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า… คุณคือฮีโรของชาวบุบลฯ ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ น้องได้ไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดอุบลฯ และหลังจาก เขาก้ได้ติด เชื่อรา จากกที่ได้ทำหน้าที่ของพลเมืองดีาร กำหนดการ ฌาปนกิจ ณ วันอาทิตย์ที่6 ตุลาคม 2562 เรียนเชิญเพื่อนๆ พี่น้องหีอคนที่รู้จักน้องอนุ ร่วมฟัง พระอภิธรรม ณ วัดสหกรณ์นิมิต ตำบล สนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา 13170 (ความคิดเห็น) ************************************************************ (ขอขอบคุณเรื่องจาก วารินชำราบบ้านเฮา […]

1 2 3