พายุดีเปรสชัน “เกรซ” จ่อถล่มเฮติซ้ำหลังแผ่นดินไหวรุนแรง

พายุดีเปรสชัน “เกรซ” จ่อถล่มเฮติซ้ำหลังแผ่นดินไหวรุนแรง ขณะยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,297 ราย ความคืบหน้าในประเทศเฮติ หลังประสบภัยแผ่นดินใหญ่ขนาด 7.2 แม็กนิจูดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ทางการยืนยันยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,297 ราย มากกว่า 5,700 คน ได้รับบาดเจ็บ และยังมีผู้สูญหายจำนวนมาก แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้มีจุดศูนย์กลางใกล้กับเมือง เปอตีต์-ทรู-เดอ-นีพส์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของประเทศ เป็นระยะทางราว 125 กิโลเมตร โดยเกิดขึ้นในระดับใต้พื้นดินราว 10 กิโลเมตร และยังมีการสั่นสะเทือน หรือ อาฟเตอร์ช็อก (aftershock) อีกหลายครั้ง สำนักงานคุ้มครองพลเรือนของเฮติระบุว่า ในเขตเลกาเย ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว มีบ้านเรือนราว 1,500 หลังพังราบ และ 3,000 หลังพังเสียหายบางส่วน ที่เขตนิปเปมีบ้านเรือน 899 หลังพังราบ 723 หลังเสียหาย และเขตกร็องดองมีบ้าน 469 หลัง พังยับ 1,687 หลังเสียหาย ข่าวที่เกี่ยวข้อง รัฐอะแลสกา ผวา! หลังเกิดแผ่นดินไหว ลำปาง เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น ในรอบ 100 ปี นายกรัฐมนตรี อาเรียล อองรี ผู้รับตำแหน่งเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ได้ประกาศภาวะสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ พร้อมสั่งการให้ส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยต่าง ๆ ​แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่เฮติ ทำลายบ้านเรือน ถนนและสะพานจำนวนมากในฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และทำให้มีผู้ไร้ถิ่นฐานหลายพันคน นอกจากนั้น ทางการยังเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือกับพายุ “เกรซ” ที่ความเร็วลมสูงสุด 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวในมะเลแคริเบียน และคาดว่าจะพัดถล่มพื้นที่บางส่วนของเฮติช่วงบ่ายวันอังคารที่ 17 ส.ค. ก่อนมุ่งหน้าโจมตีคิวบา ซึ่งแม้พายุโซนร้อนเกรซจะอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชั่น แต่อิทธิพลของพายุยังก่อให้เกิดฝนตกหนัก และอาจมีปริมาณน้ำฝนมากถึง 200 มิลลิเมตร ในเฮติและสาธารณรัฐโดมินิกัน สำนักงานธรณีวิทยาของสหรัฐฯ เตือนว่า ความเสียหายจากแผ่นดินไหวเพิ่มความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดดินถล่มในหลายพื้นที่ และเพิ่มอุปสรรคต่อความพยายามช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะเดียวกัน สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ตรัสเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ส.ค. ว่าทรงโศกเศร้ากับเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น พระองค์ขอสวดภาวนาแก่เหยื่อผู้ประสบภัย พร้อมให้กำลังใจผู้รอดชีวิต และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาคมโลกจะช่วยเหลือเฮติในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ นอกจากสหรัฐอเมริกาที่ประกาศให้ความช่วยเหลือเป็นประเทศแรกๆ แล้ว ทางการโดมินิกันยังเสนอส่งอาหารและอุปกรณ์การแพทย์ให้เฮติ ส่วนคิวบาจะส่งแพทย์มากกว่า 250 คนไปยังเฮติเพื่อช่วยรักษาเหยื่อ หลังจากโรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถรักษาผู้ประสบภัยได้ เพราะขาดบุคลากรทางการแพทย์ และกองทัพอากาศเม็กซิโกเร่งนำส่งของยังชีพให้เฮติ ซึ่งถือเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกา   สนับสนุนเนื้อหา ขอบคุณภาพ : REGINALD LOUISSAINT JR / AFP

นายกฯญี่ปุ่นเตือนเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก หวนนึกถึงภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.3 สะเทือนไกลถึงกรุงโตเกียว นายกฯญี่ปุ่นเตือนเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก หวนนึกถึงภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว นายโยชิฮิเดะ ซูกะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เตือนเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวระดับ 7.3 นอกชายฝั่งจังหวัดฟูกูชิมะ ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 ตามเวลาท้องถิ่น ขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่ในที่พักอาศัย และได้จัดตั้งศูนย์รับมือภัยพิบัติในทันที โดยยังไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ และไม่พบความผิดปกติของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่ เบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวราว 100 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการโดนเศษแก้วที่ตกแตกบาดเท้า และข้อเท้าแพลงจากการตกบันไดโดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่นอกชายฝั่งเมืองนามิเอะไป 74 กิโลเมตร และมีความลึกอยู่ที่ 55 กิโลเมตร โดยจังหวัดฟูกูชิมะ, เซนได และมิยางิ สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้รุนแรงที่สุด ส่วนประชาชนในกรุงโตเกียวรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นเวลา 30 วินาที ขณะเดียวกัน มีรายงานบ้านเรือนประชาชนราว 860,000 หลังคาเรือนในภูมิภาคคันโต และโทฮุกุ รวมไปถึงพื้นที่รอบนอกกรุงโตเกียว ต้องเผชิญกับไฟฟ้าดับ และเกิดดินถล่มในบางพื้นที่ ส่งผลให้มีการระงับการเดินรถไฟทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความเสียหาย ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น เชื่อว่าเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้เป็นอาฟเตอร์ช็อกจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หรือเมื่อปี 2554 ที่จังหวัดฟูกูชิมะ และเซนได ซึ่งเป็นภัยพิบัติธรรมชาติครั้งใหญ่ ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ และเกิดเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ-ไดอิจิ ระเบิด ทำให้มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล เป็นเหตุให้ผู้คนกว่า 20,000 รายเสียเสียชีวิตหรือสูญหาย และอีกกว่า 100,000 รายต้องไร้ที่อยู่อาศัย ด้านทางการญี่ปุ่นได้ใช้เวลา 10 ปีที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าจะต้องใช้เวลาอีกกว่า 10 ปีแผนฟื้นฟูจึงจะเสร็จสิ้น