หนุ่มจีนเข้าไอซียู หลังบีบสิวบริเวณสามเหลี่ยมอันตราย อาการโคม่า ปอดติดเชื้อ

นายเฉิน จากเมืองเจียงซู ทางตะวันออกจีน เขาเริ่มมีอาการไข้และหายใจลำบากไม่นานหลังจากบีบสิวบริเวณริมฝีปากเมื่อต้นเดือน ธ.ค. โดยอาการของเขาได้ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว จนต้องนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ได้วินิฉัยว่าปอดของเขาติดเชื้อและบวมทั้ง 2 ข้าง แพทย์แจ้งว่าสิวที่ปากเป็นจุดเริ่มต้นของอาการป่วยของ นายเฉินมีอาการติดเชื้อในช่องปาก ทำให้ลามไปถึงการติดเชื้อที่เยื้อบุปอด จนทำปอดทั้ง 2 ข้างล้มเหลวทำให้เขาต้องนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูในเวลาต่อมา นายเฉินรักษาตัวอยู่ในแผนกไอซียูนานถึง 1 เดือน ซึ่งขณะนี้อาการทรงตัวแล้วแต่ยังต้องอยู่ในแผนกไอซียูต่อไปเพื่อเฝ้าดูอาการ บีบสิวในจุดสามเหลี่ยมอันตรายบนใบหน้าอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ โดยพื้นที่สามเหลี่ยมนี้จะครอบคลุมในส่วนของจมูกและปากส่วนบน รวมถึงมุมปากทั้งสองข้าง เพราะเส้นเลือดบริเวณนี้จะเชื่อมต่อไปยังด้านหลังของศีรษะคือบริเวณสมองส่วนท้าย โดยปกติการบีบสิวจะทำให้ผิวหน้าของเราอักเสบและอาจเกิดบาดแผลที่เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าไปได้ง่ายอยู่แล้วแต่ที่ทำให้จุดดังกล่าวมีความอันตรายมากกว่าปกติ ก็เพราะว่ามันเป็นจุดที่บอบบางและยังมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าไม่ควรบีบสิวในบริเวณดังกล่าวโดยเด็ดขาด ที่สำคัญก็คือเมื่อผิวหนังโดยรอบมีสีแดงหรือเจ็บปวดและถ้าผู้ป่วยมีอาการไข้ร่วมด้วย แนะนำให้ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด                             ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก dailymail.co.uk , Khaosod

แม่ใจจะขาด…!! ร้อง “ปวีณา” ช่วยเหลือลูกสาวคนเล็กวัย 3 ขวบ 5 เดือน ถูกคนเลี้ยงทำร้ายร่างกายอาการโคม่า

แม่ใจจะขาดร้อง “ปวีณา” ช่วยเหลือลูกสาวคนเล็กวัย 3 ขวบ 5 เดือน ถูกคนเลี้ยงทำร้ายร่างกายอาการโคม่า เลือดคั่งในสมอง สมองบวม ซี่โครงหัก ขณะที่ลูกสาวคนโต 4 ขวบ 7 เดือน ก็ถูกทำร้ายเช่นกัน พูดชัดเจนคนเลี้ยงหนูกับน้อง “ปวีณา” ประสาน พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คลองหลวง ออกหมายจับและจับกุมทันที ก่อนนำตัวฝากขังศาล ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวตั้งแต่ 13 พ.ย.63 วันอังคารที่ 1 ธ.ค.63 ที่มูลนิธิปวีณาฯ น.ส.กิม (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี เข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯประชุมหารือความคืบหน้าอาการของด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ 5 เดือน ลูกสาวคนเล็กของน.ส.กิม ที่ถูกคนเลี้ยงทำร้ายจนอาการโคม่าเลือดคั่งในสมอง ซึ่งเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจ.ปทุมธานี โดยก่อนหน้านี้ นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ […]

ผัวเก่า…!! สุดช้ำใจหลังรู้ลูก 4 ขวบ ถูกอดีตเมียทำร้ายโคม่า นำเรื่องแจ้ง ตร.

ผัวเก่าช้ำใจหลังรู้ลูก 4 ขวบ ถูกอดีตเมียทำร้ายอาการโคม่า นำเรื่องแจ้งความกับตำรวจเอาผิดเมียเก่าที่ทำร้ายลูกแท้ๆได้ลงคอ สลด แม่ทำร้ายลูกวัย 4 ขวบอาการโคม่า ต้องนำตัวส่ง รพ. ก่อนจะโทรบอกอดีตสามีให้หาเงินมารักษา แต่ฝ่ายชายสงสัยจึงสืบค้นข้อมูล กระทั่งพบลูกมีอาการสาหัสถูกทำร้ายตามร่างกาย โดยอดีตเมียอ้างว่าลื่นในห้องน้ำและหมอไม่อนุญาตเยี่ยม จึงนำเรื่องเข้าแจ้งความ เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 ส.ค.63 ร.ต.อ.ธีระ หล้านามวงษ์ รองสว.สอบสวน สน.บางเขน รับแจ้งความจากนายเอ(นามสมมุติ) อายุ 23 ปี พ่อของ ด.ช.ต้น(นามสมมุติ) อายุ 4 ปี หลังทราบว่าลูกชายของตนถูกทำร้ายร่างกายจนอาการสาหัส ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่รพ.ภูมิพล นายเอ กล่าวว่า ตนได้เลิกรากับแม่ของเด็กมาประมาณ 2 ปีแล้ว และไม่ได้ติดต่อกันเลย ส่วนลูกชายฝ่ายแม่เป็นผู้ดูแลอยู่ย่านนวลจันทร์ จนกระทั่งเมื่อวันที่16 ส.ค. ได้รับโทรศัพท์จากแฟนเก่าว่า ลูกชายลื่นล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำ ต้องทำการผ่าตัดด่วนให้ช่วยหาเงินประมาณ 1 แสนบาท นานเอ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นตนได้พยามยามติดต่อแฟนเก่าเพื่อจะเข้าเยี่ยมลูกชาย แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธโดยอ้างว่าทางรพ.ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมเนื่องจากกลัวติดเชื้อ […]

เปิดสาเหตุ น้องลิ้นจี่ นักศึกษาจบใหม่ โดนชนสมองตาย บิ๊กไบค์มัวแต่ดูมือถือ พ่อร่ำไห้ลูกยังไม่รับปริญญา

จากกรณี น้องลิ้นจี่ นักศึกษาสาวจบใหม่ เดินทางไปทำงานวันแรก ขณะข้ามทางม้าลายก็ถูกหนุ่มขี่รถบิ๊กไบค์พุ่งเข้าชนจนกระดูกบริเวณขาหัก 5 ท่อน, แขนหักและสมองตายอาการโคม่า ทำคนเป็นพ่อแม่หัวใจสลายหวังปาฏิหาริย์ให้ลูกสาวฟื้นกลับมาเป็นปกตินั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุด (6 กรกฎาคม2562) มีรายงานว่า เพื่อนของน้องลิ้นจี่ เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดอุบัติเหตุน้องลิ้นจี่ยังมีสติอยู่ แต่หลังจากนั้นน้องลิ้นจี่ก็เริ่มอาเจียน พอเอกซเรย์รอบที่สองก็พบว่ากระดูกขาหัก 5 ท่อน กระดูกไหล่ขวาหัก มีเลือดคั่งในสมอง และอาการเริ่มทรุดลงเรื่อยๆ ผ่านไป 2 วันร่างกายของน้องลิ้นจี่เริ่มไม่ขยับ และมีบางช่วงที่หยุดหายใจคุณหมอบอกว่า น้องลิ้นจี่มีโอกาสรอดชีวิตแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ทางด้านคุณพ่อและคุณแม่ของน้องลิ้นจี่ เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่าน้องลิ้นจี่เป็นเด็กดีไม่เคยเกเร ซึ่งน้องเพิ่งจะเรียนจบและกำลังจะเริ่มต้นชีวิตของการทำงาน ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นก็เคยเจอกับหนุ่มคู่กรณีแค่ครั้งเดียว และไม่เคยมาเยี่ยมลูกสาวเลยซ้ำยังพูดแบบไม่สำนึกในทำนองที่ว่าถ้าหากไม่มีหลักฐานก็จะไม่รับผิดชอบ โดยสิ่งที่ทางครอบครัวกังวลที่สุดก็คือ ขณะนี้ได้มีการเซ็นเอกสารยินยอมในการไม่ให้ปั๊มหัวใจน้องลิ้นจี่ถ้าหากน้องหยุดหายใจ แต่ตอนนี้หัวใจของน้องยังเต้นอยู่ คุณหมอจึงให้อยู่ไปแบบนี้ก่อน ซึ่งทางครอบครัวรู้สึกรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะน้องเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ และยังไม่ได้รับปริญญาเลย จากการสอบถามไปยังคู่กรณีได้ความว่า ทางคู่กรณีไม่ขอเปิดเผยตัวและให้พี่สาวออกมาพูดแทนโดยพี่สาวเล่าว่า น้องชายติดตั้งโทรศัพท์มือถือเอาไว้ด้านหน้าของรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งน้องชายมัวแต่มองโทรศัพท์มือถือพอไฟเขียวก็ขี่รถออกตัวโดยที่ไม่ทันระวังจึงไปชนเข้ากับน้องลิ้นจี่ ทั้งนี้ พี่สาวของคู่กรณีกล่าวว่า หากฝ่ายน้องชายผิดก็ยินดีที่จะรับผิดชอบ นอกจากนี้ทางน้องชายเองก็เพิ่งจะเริ่มงานวันแรกเหมือนกัน     ภาพและข้อมูลจาก อมรินทร์ทีวี  

รุ่นพี่ ม. 6 สุดโหด กระทืบรุ่นน้องนอนโคม่า หลังมาขอแลกเลสข้อมือ อาการน่าห่วง ยังอยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจ

จากกรณีผู้ใช้ เฟซบุ๊กเหน่อ หนองกระโดน ลงเรื่องราวพร้อมภาพประกอบระบุว่า น้องเข้าไปรับเลสข้อมือรุ่นจากรุ่นพี่ ม.6 ไปประมาณ 10 คน โดนทำร้ายประมาณสามคน น้องคนนี้โดนเตะหน้าอกจนหายใจไม่ออก ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ทำให้นอกจากปอดช้ำแล้วสมองบวมไปด้วย ได้รับแจ้งว่า น้องหัวใจหยุดเต้นไปแล้วสามรอบ ซึ่งพฤติการณ์แบบนี้ไม่เคยปรากฏพบที่โรงเรียนมาก่อนเป็นการคิดอยากทำและสืบทอดกันเอง รับแจ้งว่า ตอนนี้รุ่นพี่ที่ทำร้ายร่างกายไม่ได้อยู่ออกมารับผิดชอบแล้วหนีไปกบดานทางภาคตะวันออก เกี่ยวกับเรื่องนี้วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 มีรายงานว่า นางสาวอิน (นามสมมติ) อายุ 25 ปี พี่สาวนักเรียนที่บาดเจ็บเผยว่า สาเหตุที่น้องถูกทำร้ายเกิดมาจากการรับเลสข้อมือซึ่งเป็นธรรมเนียมที่รุ่นพี่กับรุ่นน้องทำกันมาทุกปี หากรุ่นน้องต้องการเลสข้อมือของรุ่นพี่คนไหนก็จะต้องถูกรุ่นพี่คนดังกล่าวเตะจำนวน 3 ครั้ง ปกติก็จะเป็นการเตะเพื่อสานมิตรหรือสานสัมพันธ์ แต่เหตุการณ์ของน้องตนเชื่อว่าเป็นการทำร้ายร่างกายมากกว่า เพราะอาการค่อนข้างแย่และยังเชื่อว่ามีการร่วมกันทำร้ายร่างกายไม่ได้ลงมือทำเพียงแค่คนเดียว นางสาวอินเล่าว่า ในวันเกิดเหตุมีการนัดหมายให้ไปเจอกันนอกวิทยาลัย เพื่อส่งมอบเลสข้อมือจากรุ่นพี่คนหนึ่งน้องก็เดินทางออกไปตามนัดพร้อมเพื่อนอีก 2 คน แต่เพื่อนอีก2 คนกลับมาถึงบ้านกินยาก็อาการดีขึ้น ส่วนน้องชายตนอาการโคม่าต้องยื้อชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจถึง 3 ครั้ง และตอนนี้อยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจ หากมีการถอดเครื่องช่วยหายใจก็อาจจะจากไปโดยทันที แต่ครอบครัวยังหวังว่าจะหายเป็นปกติ ตนเองอยากให้ตำรวจจับกุมตัวคนกระทำผิดมาลงโทษให้ได้เพราะเป็นการทำเกินกว่าเหตุ และร่วมกันกระทำผิด ส่วนวิทยาลัยทราบเรื่องแล้ว แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนอกวิทยาลัย แต่ก็รับปากกับครอบครัวว่าจะช่วยเหลือส่วนตัวอยากฝากถึงคนกระทำผิดให้เข้ามอบตัวและบอกความจริงที่เกิดขึ้น และอยากให้การรับน้องด้วยการรับเลสข้อมือแบบนี้ยกเลิกไปเสียที ทั้งนี้ เลสข้อมือดังกล่าวที่คนเจ็บได้มาจากรุ่นพี่พบมีข้อความระบุว่า “23 มกราสถาปนาพระปฐมวิทยาลัย รุ่น105″ โดยพี่สาวให้ข้อมูลว่าน้องชายเข้าเรียนรุ่นที่ 108 ต้องการรับเลสของรุ่น 105 ซึ่งด้านหลังระบุข้อความเป็นชื่อของเจ้าของเลสข้อมือว่า “ศิริศักดิ์“ เลสข้อมือดังกล่าวในวันที่ถูกทำร้ายร่างกายรุ่นพี่ยังไม่ได้มอบให้กับคนเจ็บแต่หลังจากที่มีอาการโคม่านอนอยู่ที่โรงพยาบาลรุ่นพี่ได้ฝากให้เพื่อนคนหนึ่งเอามาให้ ขณะที่ล่าสุด มีรายงานว่า รุ่นพี่คนดังกล่าวเตรียมจะเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว       ภาพและข้อมูลจาก อมรินทร์ทีวี, เฟซบุ๊ก เหน่อ หนองกระโดน

1 2