“สหรัฐ” ส่งโดรนปลิดชีพหนึ่งในสมาชิกกลุ่มอิสลาม “อัฟกานิสถาน”

เมื่อวันเสาร์ กองทัพสหรัฐฯ ใช้โดรนโจมตีตอบโต้สมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามคนหนึ่งในอัฟกานิสถานภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ใกล้สนามบินในกรุงคาบูลเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งทำให้ชาวอัฟกานิสถานเสียชีวิตอย่างน้อย 169 คน รวมทั้งทหารอเมริกันอีก 13 คน ตามรายงานของสำนักข่าว The Associated Press กองบัญชาการภูมิภาคเอเซียกลางและตะวันออกกลางของสหรัฐฯ หรือ U.S. Central Command ระบุว่าปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนในจังหวัดนันกาฮาร์นี้มุ่งเป้าไปที่สมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามคนหนึ่งซึ่งเชื่อว่ามีส่วนร่วมในการวางแผนโจมตีที่ตั้งของสหรัฐฯ หลายครั้งในกรุงคาบูล อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามบินกรุงกาบูลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมาหรือไม่ การโจมตีครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน และนาวาเอกวิลเลียม เออร์บัน โฆษกของกองบัญชาการฯ ระบุว่า ยังไม่มีรายงานพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ให้คำมั่นเมื่อวันพฤหัสบดีว่าผู้ก่อเหตุจะไม่สามารถหลบซ่อนตัวและสหรัฐฯ จะตามล่าและทำให้พวกเขาต้องชดใช้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์เช่นกันว่า พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการตอบโต้ทุกรูปแบบตามคำสั่งของประธานาธิบดี ข่าวที่เกี่ยวข้อง โจ ไบเดน ! คิดไอเดียเจ๋ง ” ฉีดวัคซีนให้ถึงบ้าน ” กังวลการแพร่ระบาด ” เชื้อเดลตา “ ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานเปิดใจครั้งแรก หลังลี้ภัยไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ที่มา: สำนักข่าว The Associated Press) VOA Thai

นาทีชีวิต ! หญิงอัฟกันฯ คลอดลูกบนเครื่องบินอพยพ

​กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ท่ามกลางความโกลาหนที่กำลังเกิดขึ้นในอัฟกานิสถานหลังการถูกยึดโดยกลุ่มตาลีบันเมื่อวันที่ 15 ส.ค. เครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ ที่ได้อพยพผู้คนออกมาจากอัฟกานิสถานมุ่งหน้าไปยังฐานทัพอากาศแรมสไตน์ในเยอรมนี (Ramstein Air Base) หญิงชาวอัฟกันคนหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ “เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น” ระหว่างการเดินทาง จนนักบินต้องลดระดับการบินให้ต่ำลงเพื่อลดความกดอากาศภายในตัวเครื่อง ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม หนีอลหม่าน ! ชาวอัฟกันอพยพหนีจากกลุ่มตาลีบัน หวังให้พ้นจากการก่อการร้าย ยังละเมิดสิทธิ ! กลุ่มตาลีบัน ก่อเหตุกับสตรีอัฟกัน เพราะไม่ใส่ ” บุรกา ” ออกนอกบ้าน  ก่อนหน้า ” สัญญา ” จะ ” คุ้มครองสิทธิสตรี “ BBC ชี้ว่า การตัดสินใจดังกล่าวของกัปตันทำให้อาการของผู้เป็นมารดาคงที่ขึ้นและสามารถช่วยชีวิตเธอและลูกไว้ได้ โดยหลังจากการลงจอดที่ฐานทัพอากาศแรมสไตน์แล้ว เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์รีบเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและสามารถทำคลอดบนเครื่องบินลำดังกล่าวได้สำเร็จ และหญิงอัฟกันก็ได้ให้กำเนินบุตรสาวบนเครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ อย่างปลอดภัย โดยบุตรสาวของเธอมีสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรง ก่อนถูกส่งเข้าพักฟื้นที่สถานพยาบาลใกล้เคียง สถานการณ์บริเวณหน้าสนามบินของกรุงคาบูลยังคงเต็มไปด้วยความวุ่นวายของประชาชนหลายพันคนที่พยายามหนีออกจากประเทศเพื่อเอาชีวิตรอด รอคอยด้วยความหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือในการอพยพท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ โดยนาโตกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่ามีประชาชนเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 20 รายระหว่างรอความช่วยเหลือนี้ ขณะนี้สนามบินกรุงคาบูลยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งประธานาธิบดี โจ ไบเดน ยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ช่วยอพยพผู้คนไปแล้วเกือบ 28,000 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา “มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะทำการอพยพผู้คนจำนวนมหาศาลขนาดนี้โดยไม่มีภาพที่น่าเจ็บปวดให้เห็น หนทางยังอีกยาวไกลนัก และความผิดพลาดมากมายยังคงสามารถเกิดขึ้นได้” ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าว ณ ทำเนียบขาว กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือ ‘เพนตากอน’ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะส่งเครื่องบินพาณิชย์อีก 18 ลำไปยังอัฟกานิสถานเพื่ออพยพผู้คนเพิ่ม โดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ยื่นคำขาดว่า 31 ส.ค.จะเป็นวันสุดท้ายที่ทหารอเมริกันจะอยู่ในอัฟกานิสถาน ขณะที่อีกหลายประเทศพยายามยืดระยะเวลาออกไปเพื่อทำการช่วยเหลืออพยพพลเมืองของตนและพลเมืองอัฟกันที่เคยทำงานให้กับองค์กรนานาชาติจากชาติตะวันตกออกจากประเทศอย่างปลอดภัยให้ได้มากที่สุด เพราะไม่มั่นใจว่ากลุ่มตาลิบันจะละเว้นโทษให้กับประชาชนกลุ่มนี้ตามที่ให้คำมั่นสัญญาจริงหรือไม่

“มิ้นท์ I Roam Alone” โพสต์ออกจากอัฟกานิสถานแล้วพร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ทึ่ผ่านมา

จากกรณี่ที่มีประเด็นดราม่าเต็มสนั่นโซเชี่ยลเกี่ยวกับ “มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล หรือ มิ้นท์ I Roam Alone” เพจดังที่มียอดผู้ติดตามเพจเป็นจำนวนมาก ที่มีข่าวว่าออกเดินทางไป “อัฟกานิสถาน” คนเดียว ในขณะเกิดไฟสงครามกลุ่มตาลีบันรุกหนักเข้าโจมตี ต่อมาเธอนั้นได้ออกมาตอบคำถาม 18 ข้อ โพสต์ผ่านเพจ I Roam Alone กลายเป็นประเด็นหนักจนมีแฮชแท็ก #IRoamAlon ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ มากที่สุด พร้อมกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย ข่าวที่เกี่ยวข้อง สรุปดราม่าเดือด ! มิ้นท์ I Roam Alone” เยือนอัฟกานิสถาน ขณะเกิดสงครามกลุ่มตาลีบันโจมตี ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานเปิดใจครั้งแรก หลังลี้ภัยไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์     เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 “มิ้นท์ I Roam Alone” ได้ออกมาโพสต์อัพเดตเรื่องราวต่างๆผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า”ขอบคุณทุกๆคนที่เป็นห่วงนะคะ มิ้นท์ออกจากอัฟกานิสถานมาได้สักพักและปลอดภัยดี มิ้นท์ยังคุยกับเพื่อนๆที่อัฟกานิสถานอยู่ตลอด ตอนนี้ทุกคนยังปลอดภัย บอกพวกเขาด้วยว่าหลายคนที่ไทยตามข่าวอยู่และเป็นห่วงพวกเขามากๆ ทุกคนหวังให้พวกเขาปลอดภัยเช่นกันสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มิ้นท์อยากจะบอกทุกคนว่าขอโทษนะคะหลังจากที่ได้ไปทบทวนทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมิ้นท์ติดค้างคำขอโทษกับหลายคนมากเลย กับตัวมิ้นท์เองที่พาตัวเองไปเสี่ยง กับคนรอบข้างที่ทำให้ว้าวุ่นใจ และกับทุกๆคนที่เป็นห่วงและคอยตักเตือนมิ้นท์เสมอช่วงเดินทางที่อัฟกานิสถานเป็นช่วงที่ตึงเครียด ทั้งสถานการณ์เอง แล้วก็คอมเม้นท์ด้านลบที่มาพร้อมๆกัน มิ้นท์เองทำผิดพลาดไปหลายอย่าง ทั้งการตอบที่ไม่น่ารัก ลบคอมเม้นท์ แสดงความโมโหใส่คนอื่น หลังจากได้ทบทวนกับตัวเองแล้ว ก็รู้ว่าเราทำไม่ถูก มิ้นท์ควรใจเย็นกว่านี้และหยุดการตอบโต้ในเวลาที่ไม่พร้อม รอจนอารมณ์เราเป็นกลาง แล้วเราจะมองเห็นความห่วงใยของคนมากมายสำหรับคำชี้แจงที่ดูอวดดีและหลายส่วนไม่น่ารักเลย มิ้นท์ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ มิ้นท์อยากจะเล่าให้ฟังว่าช่วงที่หายไปเป็นช่วงที่มิ้นท์รอเวลาที่เครื่องบินจะออกจาก Herat ได้ ตอนนั้นจริงๆมิ้นท์รู้สึกกลัว มากๆและเราโทษตัวเองที่มาช่วงนั้นเป็นเวลาที่มิ้นท์เห็นคน Tag มาอยากให้ถูกจับเป็นตัวประกัน มีคนชี้เป้าเรากับตาลีบัน จากนั้นก็เห็นหลายๆเพจเอาเรื่องของมิ้นท์ไปวิเคราะห์ ตีความการกระทำของเราไปไกล และมีคนจำนวนมากแชร์ไปด่าเต็มไปหมดมิ้นท์สารภาพว่ามิ้นท์รู้สึกโกรธจริงๆ แต่ที่มากกว่าความโกรธ คือ ความกลัว เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความเกลียด เกลียดจนอยากให้เราตาย พอคิดแบบนั้นก็ยิ่งไม่กล้าแสดงความอ่อนแอ หรือยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง เพราะเราอยากปกป้องตัวเองและคิดแค่ว่าไม่อยากถูกซ้ำเติมอีก โพสท์ชี้แจงที่ผ่านมาเลยออกมาในสภาพนั้น เต็มไปความแข็งกระด้าง ความอวดดี แสดงความมั่นใจแบบผิดๆ และดูไม่น่ารักเลย โดยลืมคิดว่าจริงๆแล้วมีคนจำนวนมากกำลังเป็นห่วงเราจริงๆ และเราทำร้ายจิตใจเขาอยู่แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน ก็ไม่ได้เป็นข้ออ้างของความไม่น่ารักในครั้งนี้ มิ้นท์ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะสุดท้ายมิ้นท์ขอบคุณทุกคนมากๆที่ยังติดตามมิ้นท์ มิ้นท์เป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนนึงที่มีข้อเสียเต็มไปหมด เป็นคนธรรมดาๆที่มีทั้งความอ่อนแอ ความไม่เข้าใจ ความกลัว เป็นคนที่จะทำพลาดอีก จะเรียนรู้อีก แล้วเดี๋ยวก็จะพลาดอีกไปเรื่อยๆ อยากให้ทุกคนที่นี่ได้อยู่เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน และอยากให้เชื่อว่ามิ้นท์พร้อมจะเรียนรู้และปรับปรุงเสมอนะขอให้ทุกคนปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงนะคะ”  

ยังละเมิดสิทธิ ! กลุ่มตาลีบัน ก่อเหตุกับสตรีอัฟกัน เพราะไม่ใส่ ” บุรกา ” ออกนอกบ้าน  ก่อนหน้า ” สัญญา ” จะ ” คุ้มครองสิทธิสตรี “

ยังละเมิดสิทธิ ! กลุ่มตาลีบัน ก่อเหตุกับสตรีอัฟกัน เพราะไม่ใส่ ” บุรกา ” ออกนอกบ้าน  ก่อนหน้า ” สัญญา ” จะ ” คุ้มครองสิทธิสตรี ” กลุ่มตาลิบันได้สังหารผู้หญิงคนหนึ่งในจังหวัดทาคาร์ เนื่องจากเธอออกจากที่พักอาศัยโดยไม่สวมใส่บุรกา หญิงคนดังกล่าวนอนเสียชีวิต โดยมีครอบครัวรายล้อมอยู่ข้างๆ นอกจากนี้กลุ่มตาลิบันได้ตั้งขบวนเคลื่อนรถไปตามถนนในกรุงคาบูลพร้อมยิงปืนไรเฟิลขึ้นฟ้าเป็นระยะๆ ภาพของผู้หญิงในเครื่องแต่งกายสมัยใหม่ถูกทำลาย ประชาชนต้องกลับไปสวมใส่ชุดแบบดั้งเดิม ถึงแม้ว่า กลุ่มตาลิบัน จะออกมาแถลงข่าวประเด็น “สิทธิสตรี” แล้วว่าพวกเขาจะอนุญาตให้ผู้หญิงทำงานและได้รับการศึกษา พร้อมให้สิทธิเพิ่มมากขึ้นถึงแม้ว่าจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายชีอะห์ก็ตาม แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม สำนักข่าว ฟอกซ์นิวส์ รายงานว่า หญิงอัฟกันรายหนึ่งถูกสังหารโดยกลุ่มตาลิบัน เนื่องจากเธอไม่สวมผ้าคลุมศีรษะ  “บุรกา” ตามหลักกฎหมายอิสลาม  ข่าวที่เกี่ยวข้อง ยึดเมืองสำเร็จ ! กลุ่มตาลีบันเข้ายึด อัฟกานิสถานได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมวางประธานาธิบดีของรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน นาทีวิกฤต สนามบินคาบูลแตก คนหนีตาย เหยียบกันเจ็บ หลังตาลีบันประกาศชัย นอกจากนี้สำนักข่าว CNN ได้รายงานถึงกรณีหญิงชาวอัฟกันวัย 45 ปีที่ถูกก่อเหตุ หลังจากที่เธอไม่สามารถทำอาหารเลี้ยงทหาร 15 คนได้ ตามรายงานระบุว่าเธอถูกก่อเหตุอย่างโหดร้ายจนเสียชีวิตและบ้านยังถูกทำลายด้วยระเบิดอีกด้วย ทั้งนี้กลุ่มตาลิบันได้ออกมาปฏิเสธเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งขัดแย้งต่อคำให้การของชาวบ้านและลูกสาวผู้เสียชีวิต  ราคา “บุรกา”  เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าหลังจากขายไม่ออกมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา หญิงสาวอัฟกันคนหนึ่งให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับวิกฤตครั้งนี้ว่า ครอบครัวของเธอมีฐานะที่ยากจน ทั้งบ้านมีบุรกา แค่ 2 ชุด เธอจำเป็นต้องแบ่งกันใช้กับแม่และน้องสาว ซึ่งถ้าสถานการณ์เข้าขั้นเลวร้ายไปมากกว่านี้เธออาจต้องใช้ผ้าคลุมเตียงหรือเศษผ้าอื่นมาคลุมร่างกายแทน                       ขอบคุณข้อมูลจาก :  foxnews.com//edition.cnn.com

ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานเปิดใจครั้งแรก หลังลี้ภัยไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานเปิดใจครั้งแรก หลังลี้ภัยไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชี้ไม่ต้องการให้เกิดเหตุนองเลือดจากการแย่งชิงอำนาจ ปฏิเสธขนเงินสด 5,600 ล้านบาทติดตัวไปด้วย วันที่ 19 ส.ค. 2564 เว็บไซต์ Al Jazeera รายงานว่า นายอัชราฟ กานี ประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน ซึ่งตัดสินใจลี้ภัยไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังกลุ่มตาลีบันบุกยึดกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานสำเร็จ ออกมาเปิดใจครั้งแรกว่า การที่เขาหนีออกนอกประเทศและขอลี้ภัยเป็นไปเพื่อป้องกันเหตุนองเลือด ข่าวที่เกี่ยวข้อง ยึดเมืองสำเร็จ ! กลุ่มตาลีบันเข้ายึด อัฟกานิสถานได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมวางประธานาธิบดีของรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน สรุปดราม่าเดือด ! มิ้นท์ I Roam Alone” เยือนอัฟกานิสถาน ขณะเกิดสงครามกลุ่มตาลีบันโจมตี เกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายครั้งในอัฟกานิสถาน หลัง มีกลุ่มมือปืนก่อเหตุยิงโจมตีร้านค้าและสถานที่ราชการ นายกานีระบุว่า เขาไม่อยากให้อัฟกานิสถานกลายเป็นเยเมนหรือซีเรียที่มีแต่การแย่งชิงอำนาจ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจออกจากอัฟกานิสถานดีกว่า ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานยืนยันว่า ที่ผ่านมาเขาสนับสนุนการเจรจาระหว่างกลุ่มตาลีบันกับรัฐบาลอัฟกานิสถาน พร้อมเปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะกลับไปอัฟกานิสถาน ภายใต้ระบบที่มีความยุติธรรม เป็นอิสลามที่แท้จริงและมีคุณค่าของความเป็นชาติ ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวที่หลากหลายเกี่ยวกับประธานาธิบดีอัฟกานิสถานคนนี้ โดยในตอนแรกมีรายงานว่า เขาอาจออกจากประเทศไปทาจิกิสถาน อุซเบกิสถานหรือโอมาน ขณะเดียวกันยังมีข้อกล่าวหาจากทูตอัฟกานิสถานประจำทาจิกิสถานด้วยว่า นายกานียักยอกเงินจากกองทุนของรัฐมากถึง 169 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5,600 ล้านบาท ติดตัวไป เช่นเดียวกับสื่อของรัสเซียที่เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีกานีขนรถยนต์ 4 คันและเฮลิคอปเตอร์ออกนอกประเทศด้วย ข้อกล่าวหาดังกล่าวทำให้หลายฝ่าย รวมถึงอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลอัฟกานิสถานเรียกร้องให้ตำรวจสากลจับกุมนายกานีมาดำเนินคดี พร้อมโจมตีถึงการหลบหนีออกนอกประเทศ ทิ้งให้ฝ่ายรัฐบาลที่เหลือต้องจัดการกับกลุ่มตาลีบัน อย่างไรก็ตาม นายกานีปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีเหตุผล พร้อมย้อนให้ไปถามเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้เลยว่าเขาขนเงินออกมาจริงหรือไม่

1 2