เพจดังแฉ อบต. จัดซื้อชุดห่วงใย พบ ไม่โปร่งใส?!

เพจเฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้โพสต์คลิปเสียง อ้างว่าเป็นการสนทนาระหว่าง นายก อบต.แห่งหนึ่ง ในจังหวัดเพชรบูรณ์ และกรรมการตรวจรับการจัดซื้อชุดห่วงใย พร้อมข้อความ ระบุว่ามีการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่สมควร โดยที่อบต.แห่งนี้ ได้จัดซื้อชุดถุงห่วงใย 200 ชุด วงเงิน 70,000 บาท เฉลี่ยตกชุดละ 350 บาท ตามรายการแต่ละชุดประกอบด้วยหน้ากาก 10 ชิ้น เจลแอลกฮอล์ ฟ้าทะลายโจร พาราเซตามอล ยาละลายเสมหะ ยาอมมะแว้ง และยาแก้ไอ แต่เมื่อนำมาเช็กกับราคาท้องตลาด ทั้งชุดราคาไม่เกิน 150 บาท และเมื่อกรรมการท้วงติงขอทำหนังสือแย้งก่อนเซ็นรับ มีการโทรข่มขู่อ้างนายอำเภอสั่ง และอ้างถึงการเลื่อนขั้นเงินเดือน ขณะนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดต่อเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อีกครั้ง ข่าวที่เกี่ยวข้อง รมต.กระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมมาตรการป้องกันโควิดที่สยามพารากอน ลั่น หากทุกคนร่วมมือกันไม่มีคลัสเตอร์ใหม่แน่นอน ขอบคุณภาพ : เพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน

ชาวบ้านโวย! บ้านหรูไร้จิตสำนึก ปล่อยน้ำเสียลงถนน เดือดร้อนทั้งซอย

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2564 ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ‘อยากดังเดี๋ยวจัดให้ Kim Signature’ ได้แชร์เรื่องราวว่า “”#เหรียญต่างมุมมอง กรณีน้ำเสียในบ้านมันสามารถปล่อยออกมาทิ้งบนถนนสาธารณะได้ไหม ในบ้านมันต้องมีบ่อพักน้ำเสียก่อนลงท่อใช่เป่าอะ บ้านราคาก้อแพงนะแต่ปล่อยน้ำเน่าเสียออกถนนสาธารณะแบบนี้ไม่เคยมีใครแก้ไขจุดนี้ได้เลยรถเล็กวิ่งผ่านไปมาอันตรายมากๆคับ รบกวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบด้วยคับ พิกัดซอยต้นสน -เห็นตอนแรกมีคนด่า วันต่อมาใส่ข้องอ 90 เพื่อ.? โคตรมักง่าย #ซอยต้นสน #แจ้งวัฒนะปากเกร็ด20 -คนอยู่ซอยนี้ไม่รู้จะพูดคําว่าอะไร แล้วฝากหน่วยงานที่เกียวข้องลงมาดูน่อยครับ -มีคนเคยไปบอกแล้วแต่ก็ไม่เคยแก้ไข / ต้นสน ประมาน ซ.2″ ชาวบ้านห่วงคนใช้รถใช้ถนน อาจจะเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะรถเล็ก เลยเกิดประเด็นนี้ขึ้นมา เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านโวย! ฝนชะล้างสารพิษลงแม่น้ำ ปลาตายเป็นแถว ชาวบ้านโวย! มือโรยตะปูเกลื่อน คาดล้างแค้นร้องบุกรุกป่าต้นน้ำ มีเจ้าหน้าที่สำนักกองช่างเทศบาลนครปากเกร็ด เดินทางมาพร้อมหนังสือแจ้งเตือนจากทางเทศบาลนครปากเกร็ดเพื่อให้ทำการรื้อถอนท่อน้ำทิ้งของบ้านหลังดังกล่าว แต่ปรากฏว่าไม่มีใครในบ้านออกมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับหนังสือแจ้งเตือนโดยเจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเทศบาลนครปากเกร็ด กล่าวว่า หลังทราบข่าวแล้ว จึงได้รีบเดินทางนำหนังสือแจ้งเตือนของทางเทศบาลนครปากเกร็ดมาแจ้งกับทางเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ให้ดำเนินการรื้อถอนท่อน้ำทิ้งดังกล่าวออกหรือแก้ไขปรับปรุงไม่ให้ส่งผลกระทบส่วนรวมกับประชาชนที่ใช้ถนนในซอยดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่าวแสดงความเห็นกันว่า “อยู่ซอยนี้มา30กว่าปี ตั้งแต่ถนนเป็นลูกรังแดง เห็นตั้งแต่เริ่มสร้างบ้าน ก็เป็นแบบนี้มาตลอด รถอ่ะไม่เท่าไหร่ คนเดินถนนอันตรายกว่า บ้านที่ไร้จิตสำนึกไม่พอ รถไร้จิตสำนึกเหยียบคันเร่งอย่างกับอยู่ในสนามแข่ง คนเดินถนนต้องหลบน้ำกระเด็น” บ้างก็บอกว่า “เจ้าหน้าที่ หรือ คนทำงานใน เขต อบต. สำนักงานพวกไม่เห็นกันเลยเหรอ”

อบต.เสนอทางออกช่วยยาย 89 ปี ให้ผ่อนไร้ดอกเบี้ย 1 ปี

จากกรณี นางบวน โล่ห์สุวรรณ อายุ 89 ปี ผู้สูงอายุ ชาว ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ถูกกรมบัญชีกลาง เรียกเก็บเงินเบี้ยผู้สูงอายุคืนรวมดอกเบี้ย เป็นเงิน 84,000 บาท เนื่องจากได้รับบำนาญ กรณี จ.ส.อ.จักราวุทธ โล่ห์สุวรรณ ลูกชาย ซึ่งเป็นทหารสังกัด มทบ.21 นครราชสีมา เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลังแสงระเบิดที่โคราช เมื่อวันที่ 25 ต.ค.44 ทางต้นสังกัดจึงได้พิจารณา จ่ายเงินบำนาญพิเศษ ให้กับพ่อแม่คนละ 5,000 บาทต่อเดือน ทำให้เจ้าตัวโอดครวญว่า ทำไมไม่ทักท้วงตั้งแต่แรกจ่าย ผ่านมา 10 ปีแล้วกลับเรียกคืน… ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2564  พล.ต. ภัชรพล ศิริรักษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 (ผบ.มทบ.26) พร้อมด้วย พ.ต.อ. มานิตย์ สร้อยจิตร ผู้กำกับการ สภ.เฉลิมพระเกียรติ นายธนศักดิ์ ปุ่นประโคน ปลัดอำเภออาวุโส, นายทินกรวรนุช นายก อบต.เจริญสุข, น.ส.ธสา ชินรัมย์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม อบต.เจริญสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำการประชุมหารือร่วมกันแล้ว เพื่อช่วยเหลือคุณยายบวน ที่ถูกเรียกเงินผู้สูงอายุคืน 10 ปี หลังจากที่ประชุมกันก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า “คุณยายและครอบครัวจะต้องจ่ายเงินคืนเหมือนเดิม เพราะเป็นเงินของรัฐ” พร้อมแนะนำว่าตามระเบียบแล้วก็คือคุณยายจะสามารถผ่อนชำระโดยไม่เสียดอกเบี้ยได้ 1 ปี ตกอยู่ที่เดือนละ 7,030 บาท แต่หากเกิน 1 ปี ก็จะต้องคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นำข้อเสนอนี้ไปพูดคุยกับคุณยาย พร้อมกับให้คำแนะนำว่าหากนำเงินบำนาญพิเศษที่ได้อยู่แล้วเป็นจำนวน 10,000 บาท ไปจ่ายต่อเดือน ก็จะเหลือเงินให้ใช้เป็นจำนวน 3,000 บาท ซึ่งทางคุณยายบอกว่าขอปรึกษาหารือกับลูกหลานก่อน อย่างไรก็ตามคุณยายมีความเข้าใจว่าตามระเบียบแล้วจะต้องคืนเงิน แต่ทว่าด้วยความที่ฐานะยากจน จึงไม่มีเงินก้อนไปคืนเลยมีความตกใจเมื่อทราบข่าวในครั้งแรก ทางด้าน ผบ.มทบ.26 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของช่วยเหลือคุณยายในเบื้องต้นแล้วด้วย ส่วนทางด้านท่านนายก อบต. เจริญสุข ระบุว่าทางอบต. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามหาทางออกให้กับคุณยาย เพราะทางฝั่งเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการก็ไม่สามารถทำได้ เพราะจะทำให้มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ลุงหื่น นัดเด็กป.6 เข้าไปในป่า ก่อนจะล่วงละเมิดทางเพศ อ้างเด็กสมยอม

แจ้งจับลุงหื่น นัดเด็ก ป.6 มาทำอนาจารในป่า อ้างกอดจูบด้วยความเอ็นดูและเด็กสมยอม ส่วนที่ยื่นเสนอเงิน 1 แสน ไม่อยากให้เด็กเสียอนาคต นายดี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ชาว ต.เมืองฝ้าย อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ได้พา ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นหลานสาว ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองหงส์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.ยงยุทธ ไผ่ล้อมวรกุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองหงส์ ให้เอาผิดกับนายมณี หรือโขน อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แห่งหนึ่งใน อ.หนองหงส์ โดยกล่าวหาว่า​ นายมณี ได้ล่อลวง ด.ญ.เอ หลานสาวไปล่วงละเมิดทางเพศในป่าข้างบ้าน เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ (2 ม.ค.64) ที่ผ่านมา โดยนายดี ซึ่งเป็นลุงยืนยันว่า​ เห็นกับตาของตัวเอง แต่ตอนที่ไม่แจ้งความเพราะไม่อยากให้หลานอับอาย และก็ไม่รู้ว่าจะต้องเดินเรื่องอะไรยังไงบ้าง จากการสอบถามนายดี บอกว่า เคยได้ยินคนเล่าให้ฟังหลายครั้งว่า อบต.โขน มีความสัมพันธ์กับหลานสาวของตัวเอง ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อแต่ก็พยายามเค้นถามหลาน แต่หลานก็ไม่ยอมบอกอะไรเอาแต่เงียบ จึงพยายามสังเกตและตักเตือนหลานเพราะตนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก หลังจากพ่อแม่แยกทางกันก็รักเหมือนลูก กระทั่งวันที่ 2 ม.ค. ไม่เห็นหลานสาวอยู่บ้านก็เริ่มเอะใจจึงไปตามหา กระทั่งไปเห็น อบต.โขน กำลังกระทำชำเราหลานสาวอยู่ในป่าข้างบ้าน  ก็ตกใจมากไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จึงไปต่อว่า อบต.ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ หลังจากนั้นวันที่เกิดเหตุ อบต.ก็ให้คนเอาเงินมาให้ 1 แสนบาท​ เพื่อให้จบ ยอมรับว่า​ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก และไม่กล้ามาแจ้งความเพราะไม่อยากให้หลานอับอาย จึงบอกให้นายมณี เลิกพฤติกรรมดังกล่าว และห้ามหลานไม่ให้ติดต่อหรือไปมาหาสู่กันอีก แต่หลังเกิดเหตุนายมณี ก็ยังไม่ยอมหยุด จึงตัดสินใจพาหลานเข้าแจ้งความให้เอาผิดตามกฎหมายกับนายมณี ส.อบต. เพราะไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับเด็กคนอื่นอีก เสียใจมากไม่คิดว่าคนที่อายุมากขนาดนี้และมีตำแหน่งเป็นถึง ส.อบต.เป็นผู้นำชุมชน จะทำตัวแบบนี้ ยืนยันว่าจะเอาเรื่องตามกฎหมายให้ถึงที่สุด จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามนายมณี หรือ อบต.โขน ที่ถูกกล่าวหา ก็ยืดอกยอมรับว่า​ ได้กระทำชำเรา ด.ญ.เอ จริง แต่ไม่ได้เป็นการบังคับก็เป็นการสมยอมทั้งสองฝ่าย ก็ยอมรับว่ามีความผูกพันกับเด็กจนเกิดความพลั้งเผลอไป แต่ก็ยอมรับผิดเพราะอีกฝ่ายเป็นเด็กก็ไม่ได้ปฏิเสธ ก็พร้อมเดินทางไปพบตำรวจและยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ และพร้อมที่จะยื่นลาออกจาก ส.อบต.ด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากให้กระทบต่อภาพลักษณ์หรือทำให้เสื่อมเสีย ส่วนเรื่องคดีก็ว่ากันไปตามกระบวนการ แต่ก็ขอโทษเด็กผู้เสียหาย และครอบครัวของเด็กด้วยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่ยืนยันว่าไม่ได้บังคับขืนใจเป็นการสมยอมกันทั้งสองฝ่าย ขณะที่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีก็ได้พา ด.ญ.เอ ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหนองหงส์ และทำการสอบปากคำเบื้องต้น จากนั้นก็จะได้เรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานก่อนจะแจ้งข้อหาตามขั้นตอน

สลด! หาค่าเทอมไม่ได้ อดีต อบต. ใช้ลูกซองจบปัญหายกครัว 3 ศพ

ดับยกครัว 3 ศพ ส่งไลน์ลาตายกับญาติ สั่งเสียพร้อม คาดสาเหตุปลิดชีพครั้งนี้เรื่องหนี้สิน เงินทอง เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ร.ต.อ.ปรัชญา ทาบ้านฆ้อง รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองกำแพงเพชร รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ เป็นพ่อแม่ลูก ภายในบ้านไม้ยกสูง มุงด้วยสังกะสี ไม่มีเลขที่ ต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมืองกำแพงเพชร ด้านข้างปลูกสวนมะนาว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองกำแพงเพชร พ.ต.ท.ไพฑูรย์ นัยเจริญ รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกำแพงเพชร พ.ต.ท.เทวิน นาจารย์ รองผกก.สส.สภ.เมืองกำแพงเพชร ที่เกิดเหตุพบศพนายพยอม ศรีทอง อายุ 59 ปี นอนหงายอยู่ข้างที่นอน มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่คางมีบาดแผลฉกรรจ์ และยังพบปืนลูกซองยาวอยู่บริเวณปลายเท้า ส่วนบนที่นอนพบศพนางสำราญ ศรีทอง อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธยิงเข้าที่ด้านหลัง ด้านข้างพบศพน.ส.วิภาวรรณ ภูนากเกี้ยว อายุ 20 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย มีผ้าห่อคลุมอยู่ ทรัพย์สินภายในบ้านยังอยู่เป็นปกติ ไม่มีร่องรอยรื้อค้นหรือต่อสู้ ในเหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และยังมีหลักฐานของการสั่งเสียของผู้ก่อเหตุคือนางศุภวรรณ พุ่มเจริญ อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นญาติทางฝ่ายภรรยา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพยอมได้พิมพ์ข้อความสั่งเสียในไลน์กลุ่มญาติ โดยมีข้อความว่า… ชาตินี้เกิดมาบุญน้อยลาก่อนพี่น้องทุกคนที่ผ่านมาขอให้อโหสิกรรมให้กับครอบครัวกระผมด้วย เกิดมาน้อยวาสนา ( งานแต่งหลานๆ ก็ไม่ได้ไป รักพี่น้องทุกคนลาก่อน….. ผมมีประกันอยู่ที่พรานกระต่าย 1 แสนบาท แดงอยู่บ่อทอง 1 แสนบาท( เป็นรถยนต์กับรถเครื่อง) เดินเรื่องให้ด้วยครับ ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์ ขณะที่หลานชายที่อยู่ในกลุ่มไลน์เดียวกันก็พยายามเหนี่ยวรั้งไม่ให้ผู้ก่อเหตุนั้นคิดร้าย โดยมีข้อความว่า อาอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจอะไรครับ ปัญหาทุกอย่างมีทางออกนะครับ รักอานะครับ นางศุภวรรณ พุ่มเจริญ  ด้วยความห่วงจะเกิดเหตุร้าย จึงได้รีบเดินทางไปที่บ้านของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ห่างกัน เมื่อมาถึงพบกับนายพยอมอยู่ภายในบ้านปิดประตูล็อคข้างในไว้ ตนจึงมองไปที่ช่องหน้าต่าง เห็นนายพยอมร้องไห้ จึงได้ชวนคุยถามถึงภรรยากับลูกไปไหน ได้ยินเสียงตอบว่าไม่อยู่แล้ว จากนั้นชักลำปืนขึ้นบอกให้ตนเองกลับไป ด้วยความกลัวจึงถอยห่างออกมา และได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนนัดที่ 2 ตามมาแล้วก็เงียบไปด้วยความตกใจตนจึงได้รีบไปตามญาติมาดู เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบว่าทั้ง 3 คนนั้นเสียชีวิตไปหมดแล้ว ในที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทั้งคราบเขม่าดินปืนและจุดกระสุนปืนที่ฝาบ้านและร่องรอยกระสุนปืน แต่ไม่พบการต่อสู้หรือร่องรอยอื่นๆ หลังจากใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้หน่วยกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน และจุดใกล้เคียงได้นำศพทั้ง 3 ส่ง รพ.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล ให้แพทย์ชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุการก่อเหตุสลดในครั้งนี้ของนายพยอม น่าจะมาจากปัญหาเรื่องหนี้สิน แม้ว่าจะทำสวนมะนาว มีรถกระบะ 1 คัน มีรถจักรยานยนต์ 2 คัน และมีรถไถอีก 2 คัน แต่พื้นที่สวนมะนาวบางส่วนได้ให้เช่าต่อไป เหลือพื้นที่อยู่เพียงไม่มากนักที่เป็นที่ทำกิน นายพยอมยังเป็นอดีตอบต.ตำบลสระแก้ว เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา จึงมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ชาวบ้าน เล่าว่า ปกตินายพยอมเป็นคนที่นิสัยดี อารมณ์ดี เป็นคนตลกขบขัน ใครเจอนายพยอมแล้วจะต้องมีความสุขไม่เคยมีอารมณ์เครียด  แต่เคยพูดขำๆว่า ถ้าเขาเครียดเขาจะก่อเหตุยิงทั้งบ้านเลย ซึ่งชาวบ้านก็คิดว่าเป็นแค่พูดเล่นเท่านั้น เพราะลักษณะนิสัยเป็นคนใจดี ไม่เคยคิดว่าจะมาก่อเหตุสลดยิงภรรยาตัวเองและลูกบุญธรรมที่กำลังศึกษาอยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.พะเยา ล่าสุดได้กลับมาที่บ้านเพื่อขอค่าเทอม ซึ่งนายพยอมกำลังขัดสนและได้ออกไปหยิบยืมหาเงินนอกบ้านแล้วแต่ไม่สามารถยืมใครได้ จึงสันนิษฐานเป็นประเด็นของการก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด ปลิดชีพยกครัวเพื่อยุติปัญหา ในช่วงก่อนรุ่งสาง ซึ่งคาดว่านายพยอมใช้อาวุธปืนยิงภรรยาและลูกบุญธรรมก่อน จากนั้นได้ส่งข้อความแชทไปในไลน์กลุ่มของญาติเพื่อสั่งเสีย    

1 2