ด่วน! ครม. อนุมัติซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พ.ศ.2564 มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเเจ้งว่า ที่ประชุมครม.ได้มีมติอนุมัติลงนามสัญญา ซื้อวัคซีนโควิด-19 ยี่ห้อไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส เพื่อนำเข้ามาในประเทศไทย ภายในไตรมาส 4 หรือภายในเดือน ต.ค.2564 ข่าวที่เกี่ยวข้อง  แปลกตรงไหน ! ครม. ” ถอดแมสก์ ” นั่งรับประทานอาหารริมทะเล วิวมันสวย ! ครม. นั่งล้อมวง ” ริมทะเลภูเก็ต ” ไร้หน้ากากอนามัย ครม.อนุมัติแล้ว เยียวยาคนงาน รายละ 2000 บาท และชดเชยร้อยละ 50 ของฐานเงินเดือน ก่อนหน้านี้นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) แถลงข่าวถึงการฉีดวัคซีนโควิด ช่วงหนึ่งได้เผยถึงวัคซีนไฟเซอร์ โดยผู้สื่อข่าวถามว่าอนาคตจะนำเข้าวัคซีน mRNA เป็นตัวหลักฉีดให้ประชาชนหรือไม่ นพ.อุดมกล่าวว่า ศบค.กำหนดแล้ว เราเลือกไฟเซอร์ที่เป็นราชการให้ฟรี แต่เนื่องจากสั่งแล้วไม่ได้มาทันที เพราะตอนนี้แย่งกันมาก […]

นายกแถลง ประเทศไทยต้องเปิดประเทศ ภายใน 120 วัน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2564 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงเผยโรดแมป “ประเทศไทยต้องเปิดประเทศ ภายใน 120 วัน”โดยกล่าวว่า ในช่วง 1 เดือนกว่าที่ผ่านมานี้ ได้สั่งการตรงเพื่อบูรณาการการทำงานหน่วยงาน และคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันอย่างฉับไวและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการรับฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้มีความคืบหน้าเจรจากับผู้ผลิตวัคซีน จำนวน 6 รายแล้ว ได้แก่ ไฟเซอร์ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน โมเดิร์นน่า แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค และซิโนฟาร์ม ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรี ออกโรงขอโทษประชาชน !! ชาวเน็ตสงสัย! รถโดยสาร BRT ขึ้นป้ายกราบวิงวอน ให้นายกรัฐมนตรี ชำระค่าจ้าง โดยลงนามในสัญญาจองหรือสัญญาซื้อไปแล้ว 105.5 ล้านโดส โดยทั้งหมดจะทยอยส่งมอบเข้ามาภายในปีนี้ และเดินหน้าจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีกสำหรับปีหน้า ยืนยันว่า สามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนเฉลี่ยประมาณเดือนละกว่า 10 […]

ใครถือบัตรมีเฮ!! ครม.อนุมัติ บัตรคนจน เติมเงิน กดเงินสดได้แล้ว

ได้เฮอีกแล้ว  นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่แสดงความประสงค์จะพัฒนาตนเองในแบบประเมินและเมนูการพัฒนารายบุคคล โดยการปรับเปลี่ยนการเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นรายเดือน ที่รายได้ไม่เกิน 30,000 บาท วงเงิน 200 บาท/เดือน/คน และผู้มีบัตรฯ ที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท เพิ่มวงเงิน 100 บาท/เดือน/คน ระยะเวลาโครงการตั้งแต่เดือนก.ย.-ธ.ค. 2561 โดยวงเงิน 200 บาท และ 100 บาท ที่ได้จะสามารถถอนเป็นเงินสดได้จากตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย โดยวงเงินที่ให้เพิ่มเติม 200 บาท/เดือน/คน และ 100 บาท/เดือน/คน หากใช้ไม่หมดสามารถสะสมไปเรื่อยๆ แล้วกดทีเดียวก็ได้ ซึ่งมาตรการที่ครม. อนุมัติในวันนี้ เกิดจากมีผู้ถือบัตร เรียกร้องให้สามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ เพราะที่ผ่านมาเงินที่ใช้ไม่หมดจะถูกส่งคืนคลัง การอนุมัติให้สามารถถอนเงินสดออกมาได้ครั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกและกำลังซื้อให้แก่ผู้มีสิทธิสามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการ อันจะช่วยบรรเทาปัญหาค่าครองชีพ และส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ดำเนินการเพิ่มวงเงินสวัสดิการค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นฯ ให้แก่ ผู้มีสิทธิแล้วเป็นระยะเวลา 6 เดือน […]