ความหึงเป็นเหตุ มนุษย์เมียเดือด แจ้งความสาวข้างบ้าน ตากชุดชั้นในอ่อยสามี

บางบ้านอาจจะมีปัญหาหรือเกิดความขัดแย้งขึ้น กับเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน ซึ่งบางครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก้ต้องยื่นมือไปเป็นตัวกลางและช่วยไกล่เกลี่ย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับเสียงที่น่ารำคาญ ความเข้าใจผิดกันในชุมชน รวมไปถึงการตากผ้าของหญิงสาวรายนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ได้มีรายงานว่า ยูวิทซา อี. วัย 42 ปี ได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อนบ้านสาววัย 23 ปีที่ ‘ไร้ยางอาย’ ของตัวเอง โดยได้กล่าวหาว่าเธอนั้นละเมิด “ศีลธรรมอันดีงามและความเหมาะสม” และเธอกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ใช่การกระทำของเพื่อนบ้านสาวนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะที่ผ่านมานั้นเพื่อนบ้านสาวของเธอมักจะซักผ้าและชุดชั้นในในวันเสาร์ เวลาประมาณเที่ยง ซึ่งจะตรงกับเวลาที่สามีของเธออยู่บ้าน กำลังพักผ่อนและสามารถเห็นเพื่อนบ้านสาวคนนี้ได้ ทั้งยูวิทซายังกล่าวว่าเพื่อนบ้านสาวนั้นจงใจตากชุดชั้นในในจุดที่มองเห็นได้ง่าย และทำให้สามีของเธอมักจะเหลือบไปมองอยู่บ่อย ๆ จนเธอมั่นใจว่าเพื่อนบ้านตั้งใจ ‘อ่อย’ สามีของเธอแน่นอน จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เธอตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อนบ้านสาวคนนี้ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหญิงสาวรายนี้ เนื่องจากเธอขาดศีลธรรมและความเหมาะสม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเดินทางไปยังบ้านของยูวิทซา เพื่อไกล่เกลี่ยกรณีที่เกิดขึ้น ก่อนจะพบว่าบ้านของทั้งสองนั้นอยู่ห่างออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ว่า เวลาทั้งสองตากผ้านั้น ก็จะสามารถมองเห็นบ้านอีกหลังได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ชี้แจ้งกับยูวิทซาว่าเพื่อนบ้านสาวไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย พร้อมทั้งยังแนะนำกับยูวิทซา ควรจะพูดคุยกับเพื่อนบ้านและสามีของเธอ เพื่อแก้ปัญหาและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ สามีชาวอินเดีย หึงโหด คิดว่าฝ่ายหญิงแอบนอกใจไปมีชู้ เลยใช้เข็มและด้ายเย็บปิดอวัยวะเพศ

สาวใหญ่ไต้หวันหึงโหด!! แอบตัดเจ้าโลกกดลงชักโครก หมดสิทธิ์ต่อคืน

ผู้หญิงวัย 40 ปีรายหนึ่งในไต้หวัน ซึ่งมีพื้นเพมาจากเวียดนาม แอบตัดอวัยวะเพศของแฟน ขณะที่เขากำลังหลบใหล แล้วนำส่วนที่ตัดออกกดลงชักโครก สืบเนื่องจากสงสัยว่าเขากำลังนอกใจเธอ ตามรายงานข่าวของอีทีทูเดย์ พบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ตอนเวลาประมาณ 23.00 น. ในเขตชางฮัวของไต้หวัน และผู้หญิงที่ก่อเหตุมอบตัวกับตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีทีทูเดย์รายงานว่าแฟนของนายหวง ใช้กรรไกร 2 ด้าม ลงมือตอนที่นายหวง หลับสนิท และพอตำรวจกับทีมแพทย์ฉุกเฉินเดินทางไปยังจุดกิดเหตุ สอบถามเกี่ยวกับอวัยวะเพศส่วนที่ตัดออก แฟนของหวงตอบว่าเธอกดลงชักโครกทิ้งไปแล้ว ข่าวที่เกี่ยวข้อง ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต! สามีหญิงฆ่าตัดเจ้าโลกพ่อ ขืนใจลูกสาว 8 ขวบ อำมหิต..!! ฆ่าตัดเจ้าโลก! สวป.ร่องคำ แทงคอ ท้องไส้ทะลัก หึงโหด! ใช้กรรไกรตัดเจ้าโลกผู้ชาย ก่อนจะกินยาหลับ 40 เม็ดหนีความผิด   จากการตรวจหาหลักฐาน ตำรวจยังพบรองเท้าแตะเปื้อนเลือดคู่หนึ่งอยู่บริเวณนอกบ้าน รายงานข่าวระบุว่านายหวงเพิ่งมารู้ตัวว่าถูกแฟนสาวแอบตัดอวัยวะเพศทิ้งตอนที่งัวเงียตื่นขึ้นมา หลังรู้สึกเจ็บปวดแถวๆบริเวณอวัยวะเพศ จากนั้นเขาถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในสภาพยังที่มีสติอยู่ แม้มีเลือดออกในปริมาณมาก นายหวงให้ปากคำกับตำรวจว่าเขางีบหลับไปหลังกินบะหมี่ไก่ไวน์ Huadiao โดยไวน์ Huadiao เป็นไวน์สำหรับปรุงอาหารของคนจีน มีปริมาณแอลกอฮอล์เฉลี่ย 16% ตำรวจกำลังสืบสวนด้วยว่าแฟนของนายหวงแอบใส่ไวน์เพิ่มหรือวางยาในบะหมี่หรือไม่ โฆษกของโรงพยาบาลเผยว่าคณะแพทย์ลงมือผ่าตัดในทันทีเพื่อหยุดเลือดที่ไหลทะลักออกมาและซ่อมซอมส่วนที่เหลือ อาการของชายรายนี้ไม่เลวร้ายถึงขั้นเสี่ยงต่อการเสียชีวิต แต่เขาเหลืออวัยวะเพศเพียง 20% หรือราวๆ 1.5 เซนติเมตร เป็นเรื่องยากที่จะค้นหาอวัยวะเพศในส่วนที่ถูกตัดขาด และแม้หากหาจนพบ ก็แทบไม่มีทางที่จะนำมาต่อได้เหมือนเดิมอยู่ดี รายงานข่าวระบุ แอปเปิลเดลี รายงานว่าแฟนสาวของหวง สารภาพกับตำรวจว่าเธอลงมือเพราะสิ่งเร้า และเสียใจที่ทำมันลงไป เบื้องต้นยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าผู้หญิงรายดังกล่าวจะต้องเผชิญกับข้อหาใด โดยเวลานี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสืบสวน

กระสุนเพียงนัดเดียว ทำให้ชีวิตพังพินาศ ผัวหึงโหด ชักปืนยิงเมียดับคาวงเหล้า

ผัวชักปืน 9 มม.จ่อยิงเมียดับคาห้องเช่า หลังเกิดความระแวงเมียไปมีกิ๊ก ขณะตั้งวงดื่มเบียร์ในห้องกับเมียและเพื่อนข้างห้อง จนมีอาการเมาพูดแขวะเมีย ทำให้ฝ่ายหญิงพูดประชด “มีผัวใหม่แล้ว” โมโหชักปืนยิงแล้วเผ่นหนี ต่อมาสำนึกผิดเข้ามอบตัว ตำรวจคุมตัวทำแผนฯร่ำไห้พร้อมพูดเตือนสติ “กระสุนเพียงนัดเดียว ทำให้ชีวิตพังพินาศ” พ.ต.ท.สันต์ภพ พลเรือง สว. (สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี พร้อมกำลังคุมตัวนายนเรศ ลือกิจนา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 7 ต.น้ำสุด อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุยิง น.ส.สุภัทรษร สีจันทร์งาม อายุ 30 ปี ภรรยา เสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเช่าเลขที่ 15 หมู่ 14 ซอย 14 ต.พัฒนานิคม ระหว่างทำแผนฆ่านายนเรศร้องไห้โฮ พูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า “กระสุนปืนเพียงนัดเดียวพังพินาศทั้งชีวิต เป็นเพราะความโมโหขาดสติยั้งคิด” นายนเรศเปิดเผยอีกว่า หลังก่อเหตุยิงเมียตายต่อหน้า ตนตั้งสติได้โผเข้าไปกอดศพเมียด้วยความเสียใจ พร้อมกล่าวขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ขณะหลบหนีพกปืนติดตัวไปด้วยในใจคิดว่าจะยิงตัวตายตามเมีย แต่ไม่กล้า เพราะเป็นห่วงลูก กระทั่งขี่รถ จยย.ไปบอกกับญาติและครอบครัว จากนั้นเข้ามอบตัวที่ สภ.พัฒนานิคม หลังจากทำแผนฯเสร็จ ตำรวจคุมตัวนายนเรศไปฝากขังที่ศาลจังหวัดลพบุรี ส่งตัวเข้าเรือนจำกลางลพบุรี จากการสอบสวนพยานทราบว่า นายนเรศเป็นพนักงานขับรถส่งของ ส่วนผู้ตายเป็นพนักงานขายร้านสะดวกซื้อ ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 1 คน ภายหลังนายนเรศขับรถออกไปต่างจังหวัดบ่อยครั้ง เมื่อกลับมาเกิดความหวาด ระแวงและหึงหวงกลัวเมียปันใจให้กับชายอื่น ช่วงเกิดเหตุนายนเรศ ผู้ตายและเพื่อนข้างห้องนั่งดื่มเบียร์อยู่ในห้องที่เกิดเหตุ เมื่อนายนเรศมีอาการเมาบอกผู้ตายว่า หากมีคนใหม่จะเลิกกันให้รีบเก็บเสื้อผ้าออกไปจากห้อง ผู้ตายพูดย้อนกลับไปด้วยความโมโหเช่นกันว่า “เออ…กูมีผัวใหม่แล้ว” ทำให้นายนเรศโมโหไปหยิบปืนยิงใส่ 1 นัด กระสุนเข้ากกหูผู้ตายจนเสียชีวิตคาที่

หนุ่มน้อยใจแฟน กระโดดตึกดับ หลังถูกแฟนจับได้ไปยุ่งกับคนอื่นไม่ซ้ำหน้า

วันนี้ (25 มี.ค.62) ร.ต.อ.ชาลี ศรีไชยยันต์ รองสว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุชายกระโดดจากที่สูงลงมาเสียชีวิตที่อาคารลุมพินีคอนโดทาวน์ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี  จึงพร้อมด้วย  พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก. พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส. แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุหน้าอาคาร ซึ่งเป็นคอนโดสูง 9 ชั้น เจ้าหน้าที่พบศพ นายธีรภัทร อายุ 26 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพกระโหลกศีรษะแตก กระดูกซี่โครงหัก มีนายกฤษณะ อายุ 25 ปี แฟนผู้ตายร้องไห้ด้วยความเสียใจ สอบสวนทราบว่าทั้งคู่อาศัยอยู่ที่ชั้น 5 ของคอนโดดังกล่าว มักมีปากเสียงหึงหวงกันเป็นประจำ ก่อนผู้ตายจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย นายกฤษณะเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุจับได้ว่านายธีรภัทรไปมั่วและยุ่งกับกะเทยไม่ซ้ำหน้า เลยเกิดปากเสียงทะเลาะกัน ระหว่างนั่นตนเองเข้าห้องน้ำผู้ตายได้กระโดดจากระเบียงหน้าต่างลงไปจนเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตายคงน้อยใจและเสียใจที่ทะเลาะกับคู่ขาเลยตัดสินปัญหาด้วยการคิดสั้น เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรให้ละเอียดอีกครั้งก่อนมอบให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

พิษรักแรงหึง!! หนุ่มยิงแฟนสาวและฆ่าตัวตายตาม ระหว่างเดินทางกลับชายแดนใต้

พิษรักแรงหึง!! หนุ่มยิงแฟนสาว-ฆ่าตัวดับคู่ ระหว่างเดินทางกลับชายแดนใต้ เมื่อเวลา 20.30น.เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 พ.ต.ต.พรชัย ประพิน พนักงานสอบสวนเวร สภ.ศรีบุญเรือง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณด้านข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารในตลาดศรีบุญเรือง ช่วงหน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและนาฬิกา มีผู้บาดเจ็บ จึงแจ้งหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลศรีบุญเรือง และหน่วยกู้ภัยมังกรอำเภอศรีบุญเรือง ก่อนเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลศรีบุญเรือง และส่งต่อโรงพยาบาลหนองบัวลำภูแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นได้รับแจ้งอีกว่า เกิดเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตอยู่ในซอยหลังสถานีขนส่งผู้โดยสาร ห่างจากจุดเกิดเหตุแรกประมาณ 100 เมตร จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ และ ญาติผู้บาดเจ็บทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บคือ นางลำใย ประวัติ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 7 ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เดินทางพร้อมลูกสาว เพื่อส่งแฟนหนุ่ม คือ อส.ทพ.วีระพงษ์ ไตรณรงค์ กรมทหารพรานที่ 22 อายุ 29 ปี อยู่บ้านที่ 37 หมู่ที่ 2 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง เดินทางกลับกรุงเทพฯและเดินทางต่อไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างทางทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันมาตลอดทางจากเรื่องหึงหวง กระทั่งซื้อตั๋วโดยสารและรอขึ้นรถ ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น โดยอส.ทพ.วีระพงษ์ ใช้อาวุธปืนพกสั้น CZ ขนาด 9 ม.ม.ยิงนางลำใย 5 นัดกระสุนถูกปลายคาง ช่องท้องทะลุด้านหลัง และ ข้อศอกขวา ทำให้นางลำไยล้มจมกองเลือดข้างรถยนต์ที่มาส่ง จากนั้น อส.ทพ.วีระพงษ์ วิ่งเข้าซอยหลังสถานีขนส่ง ห่างจุดเกิดประมาณ 100 เมตร ไปถึงบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 341/2 หมู่ที่ 13 บ้านสันติสุข ในเขตเทศบาลโนนสูงเปลือย ซึ่งเป็นบ้านของนายอำนวย ประพันธ์พินิจ พ่อค้าขายของตลาดเช้า ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงขมับซ้ายเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพ มีอาวุธปืนตกอยู่ตรงกลางหว่างขา สภาพปืนขึ้นลำกล้องค้างหมดลูกกระสุน และพบกระสุนที่ยังไม่ใช้อีกหนึ่งนัดตกอยู่ข้างขาผู้ตาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจพิสูจน์ และเก็บหลักฐาน ก่อนส่งศพผู้ตายไปเก็บที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภูจากนั้นจะแจ้งญาติต่อไป สำหรับนางลำใย เคยแต่งงานกับสามีเก่าในหมู่บ้านเดียวกันและหย่าร้างกันไปหลายปีแล้ว จากนั้นเดินทางไปทำงานที่ ประเทศญี่ปุ่น หลังกลับมาได้รู้จักคบหากับ อส.ทพ.วีระพงษ์ ไตรณรงค์ ได้ประมาณ 3 เดือนผ่านทางเฟสบุ๊คก่อนมาเกิดเหตุดังกล่าว