‘พิธา’ ถกถาม ! สตช. ขอซื้ออาวุธสงคราม ใช้ควบคุมฝูงชนหรือไม่ ?

ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของหน่วยรับงบประมาณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อวานนี้ 22 ก.ค. 64 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณว่า ประเด็นแรก งบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ควบคุมการชุมนุม จำนวน 1,040 หน่วย งบประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณส่วนนี้ปีที่แล้วมีการตั้งซื้อ 900 ล้านบาท ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม พิธา-พรรคก้าวไกล ลั่น ” มีจิตสำนึกและความเป็นคนไหม ” จวกเจ้าหน้าที่ต่อความรุนแรงที่เกิด เปิดประวัติ “ทิม พิธา” หล่อ เก่ง ฮาร์วาร์ดคนแรกของไทย? ในชั้นกรรมาธิการไม่ทราบรายละเอียดเลยว่างบประมาณที่ขอนั้น ใช้ซื้ออะไร อาวุธประเภทไหน เป็นอาวุธรุนแรงมีคู่มือข้อกำหนดในการใช้ควบคุมฝูงชนตามหลักประชาธิปไตยสากลหรือไม่ “หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือต้องดูแลอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะใช้สิทธิในการชุมนุม หรือสิทธิการแสดงออกเพื่อส่งเสียงให้สาธารณะได้รับทราบ แต่ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความสำคัญไปกับการควบคุมปราบปรามมากกว่าดูแล ซึ่งถ้าประชาชนไม่เดือดร้อน ไม่ถูกกดขี่ รัฐบาลทำงานได้ดี ก็คงไม่มีใครอยากออกมาบนท้องถนนให้ตำรวจปราบปรามหรอก” ในอีกประเด็นที่ นายพิธา ตั้งคำถาม คือ ความกังวลใจเกี่ยวกับการใช้งบประมาณซื้ออาวุธสงครามหนักจนเหมือนกับตำรวจจะเป็นทหารไปเสียเอง  “สตช. มีการขอซื้ออาวุธสงคราม เช่น ปืนเล็กสั้น (Carbine) ปืนเล็กยาว (Rifle) ปืนกลมือ (Submachine gun) รวม 7,000 กระบอก, มีการซื้อดาบปลายปืนสำหรับปืนเล็กยาว 2,000 กระบอกและรถหุ้มเกราะกันกระสุน 10 คันของ ตชด. ขอถามถึงความจำเป็นในการใช้อาวุธสงคราม ดาบปลายปืน และรถหุ้มเกราะ ในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ไม่แน่ใจว่าการใช้อาวุธหนักขนาดนี้ จะตรงกับวิสัยทัศน์ในการให้ความเป็นธรรมของพี่น้องประชาชน ปกป้องสิทธิ์พี่น้องประชาชนตามสิทธิ์ของประชาชนไทยอย่างไร จึงต้องขอเอกสารสำหรับอาวุธหนักเหล่านี้ว่ามีไว้เพื่ออะไร และใช้ในกรณีไหน และมีคู่มือในการใช้อย่างไร” นายพิธา กล่าวทิ้งท้าย

พิธา-พรรคก้าวไกล ลั่น ” มีจิตสำนึกและความเป็นคนไหม ” จวกเจ้าหน้าที่ต่อความรุนแรงที่เกิด

พิธา-พรรคก้าวไกล ลั่น ” มีจิตสำนึกและความเป็นคนไหม ” จวกเจ้าหน้าที่ต่อความรุนแรงที่เกิด กรณีกลุ่มประชาชนนัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง แนวร่วมราษฎร กว่า 15 กลุ่ม นำโดย กลุ่มเยาวชนปลดแอก ประกาศเชิญชวนประชาชน ร่วมชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยผู้ชุมนุมรวมตัว เพื่อจัดขบวนประชาชน เคลื่อนไปยังทำเนียบรัฐบาล จนมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่บ่ายจนถึงช่วงเย็น โดยเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตา และ กระสุนยาง ใส่กลุ่มประชาชนนั้น ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทดลองขั้นสุดท้าย ฉีดวัคซีน Sinovac เข็มที่ 3 เพื่อป้องกันสายพันธุ์ที่ร้ายแรงอย่างเดลตา สาธารณสุขของมาเลเซีย ประกาศจะยุติการฉีดวัคซีน “ซิโนแวค” เปลี่ยนมาใช้วัคซีน “ไฟเซอร์” แทน ให้กับปชช.กว่า 70% ของประเทศ ต่อเรื่องดังกล่าว นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นว่า ” ผมเตือนแล้วหลายครั้ง แต่ก็ดูเหมือนพวกคุณจะไม่เข้าใจซักนิดว่า กระสุนยางนั้นไม่สามารถหยุดยั้งกงล้อของเวลา แก๊สน้ำตาก็จะยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดไฟลุกลามที่มาจากน้ำตาแห่งความโกรธแค้นของประชาชนการทำแบบนี้จะยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก ซึ่งพวกคุณต้องรับผิดชอบ ”  ขณะที่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม และ โฆษกพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นว่า คนที่พวกคุณยิงกระสุนยางใส่ เป็นพ่อของใครสักคน เป็นแม่ของใครสักคน เป็นลูกของใครสักคน พวกเขาไม่ใช่ผักปลา พวกเขามีชีวิตมีจิตใจเจ้าหน้าที่ต้องไม่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ถึงจะอ้างว่าทำตามคำสั่ง แต่ก็ขอให้มีจิตสำนึกของความเป็นคนบ้าง ! หยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชน นอกจากนี้ยังมีส.ส.พรรคก้าวไกล หลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน