“เสนาลิง” เกือบไม่รอด เพราะเพื่อนร่วมถนน!!!

“เสนาลิง” ฉุนจัดเพราะเกือบจะไม่มีชีวิตรอดกลับบ้าน หลังจากประสบอุบัติเหตุบนถนน ข่าวที่เกี่ยวข้อง ดูกันชัดๆ รีสอร์ต “เสนาลิง” เสียหายขนาดไหน หลังถูกน้ำป่าไหลเข้าท่วม!! น้ำท่วมรีสอร์ต “เสนาลิง” ได้แต่ภาวนาเราต้องรอด ปีนี้อ่วมหนัก สำหรับพิธีกรตลกมากความสามารถชื่อดัง เสนาลิง-สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์ เล่าถึงนาทีเหตุการณ์เกือบตายเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 พ.ค. ล้อรถบรรทุกกลิ้งเข้าใต้ท้องรถจนทำให้รถพังเสียหายหนัก โชคดีที่รถไม่พลิกคว่ำ ทำเอาแฟนคลับและเหล่าคนบันเทิงตกใจกันยกใหญ่ และเสนาลิงเองได้โพสต์คลิปรถยนต์ที่อยู่ในศูนย์ซ่อม ให้แคปชั่นว่า “ผมโชคร้ายแต่ผมโชคดี โมโห ผมโชคดีที่ไม่พลิกคว่ำ เพราะความประมาทเลิ่นเล่อของคนอื่นในการใช้รถใช้ถนน เฮ่อ รอซ่อมไปยาวๆ1เดือน” พร้อมอิโมติค่อนหน้าโกรธ เป็นโชคดีของเสนาลิงจริงๆที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก

ซาเล้งเมา จับเด็กกดน้ำ!!

“ซาเล้งเมา” จับเด็ก 3 ขวบกดน้ำในโอ่งหวิดดับ  เมื่อเวลา 00.16 น.วันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดเหตุ มีคนทำร้ายเด็กได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยถั่วงอก ริมถนนเลียบทางรถไฟ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเขต เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ซาเล้งเมา จับเด็ก3ขวบกดน้ำ เด็ก14 ปี ตะโกนเรียกชาวบ้านช่วยทัน ที่เกิดเหตุพบ น.ส.กาญจนา 32 ปี มารดา กอดลูกน้อยวัย 3 ขวบ ซึ่งอยู่ในอาการหวาดผวา เนื้อตัวสั่นเทา กลัวไม่กล้าเข้าให้ใครเข้าใกล้ โดยมีชาวบ้านค่อยสังเกตการณ์อยู่จำนวนไม่น้อย พร้อมเล่าเหตุการณ์ ซึ่งทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นายใบ้ เป็นคนเก็บขยะ และของเก่าซึ่งหลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีไป แต่ได้ทิ้งรถซาเล้งเก็บของเก่าไว้ เป็นรถจยย.ยี่ห้อเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สอบถาม ด.ช.นัทธพงศ์ อายุ 14 ปี ทราบว่า ได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่ในห้องน้ำ จึงเดินตามเสียงเข้าไปดู ก็เห็นว่านายใบ้ กำลังตีน้องวัย 3 ขวบ แล้วเอาหัวกดลงไปในโอ่งน้ำ จึงรีบตะโกนเรียกเพื่อนบ้านออกมาช่วยเหลือ ทำให้นายใบ้ได้วิ่งหลบหนีไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเข้าตรวจสอบพบว่าน้อง วัย 3 ขวบ ได้รับบาดเจ็บถลอกและเป็นแนวที่ด้านหลัง แต่อยู่ในอาการหวาดกลัวไม่ยอมออกจากอ้อมกอดมารดา ต่อมากลุ่มพลเมืองดีได้ติดตามจนกระทั่งได้ตัวนายใบ้ อยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก จึงควบคุมตัวไว้รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมตัวได้เนื่องจากต้องรอให้ผู้ปกครองของเด็กเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ก่อน อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการกระทำทารุณต่อเด็ก และถือว่าโชคดีที่มีคนเข้าไปพบเห็นเสียก่อน

หวิดดับ…!! น้องวัย 3 ขวบ ทาเจลแอลกอฮอล์ก่อนไปร.ร. พี่ชายจุดไฟแช็กลุกพึ่บทั้งตัว

เด็กชาย 3 ขวบนั่งเล่นเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกับพี่ชาย 5 ขวบ ขณะรอขึ้นรถไปโรงเรียน ป้ายตามมือ ตามแขน ลำตัว พี่ไปคว้าเอาไฟแช็กมาจุด ลุกพึ่บ ยังดีอาได้ยินเสียงร้องรีบวิ่งมาช่วย เวลา 11.00 น. วันที่ 26 ส.ค. นายวิษณุพงษ์ สงวนสัจพงษ์ นายอำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย นายจเด็จ ปัถวี สาธารณสุขอำเภอพระประแดง กำนันตำบลบางกอบัว และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก จ.สมุทรปราการ เดินทางไปที่บ้าน นางพีรพร ชื่นบุบผา อายุ 49 ปี ที่อยู่ 32 หมู่ 6 ต.บางกอบัว อ.พระประแดง เป็นยายของ ด.ช.พัชรพล หรือน้องกัปตัน ชื่นบุบผา อายุ 3 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้ที่แขนทั้ง 2 ข้าง และขาข้างซ้าย ในขณะแต่งชุดนักเรียนกำลังจะไปโรงเรียน เมื่อวันที่ 17 ส.ค. เวลาประมาณ 07.30 น. สาเหตุจากน้องกัปตัน ผู้บาดเจ็บนั่งเล่นเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกับ น้องโนโน่ อายุ 5 ปี ซึ่งเป็นพี่ชาย ได้เอาไฟแช็กมาจุดทำให้เกิดไฟลุกไหม้ชุดนักเรียน และตามร่างกายน้องชายได้รับบาดเจ็บต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลบางจาก จากการสอบถาม นายธันวา ชื่นบุบผา อายุ 26 ปี เป็นอาของน้องกัปตัน เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันเกิดเหตุ ตนนอนพักอยู่บนบ้านชั้น 2 ได้ยินเสียงน้องกัปตันร้องเสียงหลง จึงได้วิ่งลงมาดูด้านล่าง พบน้องกัปตันมีไฟลุกท่วมที่มือ ลำตัว จึงเข้าไปช่วยเหลือโดยการใช้มือปัดเพื่อดับไฟที่กำลังลุกท่วมตัว ใช้เวลาประมาณเกือบ 20 นาทีไฟจึงดับ จากนั้นรีบนำน้องกัปตันไปส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุเกิดจากน้องกัปตันและพี่ชาย ซึ่งแต่งชุดนักเรียนเรียบร้อยแล้วจะไปโรงเรียน แต่มานั่งเล่นกันบริเวณหน้าบ้านตรงจุดเกิดเหตุ โดยน้องกัปตีนนำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือมาเล่น ป้ายตามตัว ตามมือ ตามแขน ส่วนพี่ชายไปหยิบไฟแช็กบนโต๊ะที่วางไว้เอามาจุดเล่น ทำให้เกิดประกายไฟลุกท่วมน้องกัปตันจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนอาที่มาช่วยได้รับบาดเจ็บไฟลวกที่มือซ้ายด้วย.   ******************************* (ขอขอบคุณเรื่องจาก ไทยรัฐออนไลน์)

หญิงสาวใช้ก้านสำลีปั่นในหู จนเริ่มไม่ได้ยินเสียง ไปพบแพทย์เจอติดเชื้อภายในรูหู จุดใกล้กับสมองอันตรายเกือบตาย

แม้ว่าจะมีการเตือนจากแพทย์หลายครั้งเกี่ยวกับการใช้คอตตันบัด หรือก้านสำลีเขี่ยหู ว่ามีอันตราย แต่ก็เชื่อว่า ยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังติดกับนิสัยชอบใช้คอตตันบัดปั่นทำความสะอาดภายในรูหู แม้ว่าอาจเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเป็นหูอักเสบก็ตาม เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซเผยประสบการณ์อุทาหรณ์เตือนภัยจาก จัสมิน สมอลล์ คุณแม่ลูกสี่ ชาวออสเตรเลียวัย 38 ปี จากรัฐนิวเซาธ์เวลล์ ที่หวิดจะเกิดการติดเชื้อในสมอง ซึ่งทำให้เธอมีอันตรายถึงชีวิตได้เลย โดยมีต้นเหตุมาจากการใช้ก้านสำลีเขี่ยหู จัสมิน เผยว่า เธอมักจะชอบใช้คอตตอนบัดเขี่ยหูทำความสะอาดเป็นประจำ โดยจะมีขี้หูสีน้ำตาลมีกลิ่นติดออกมากับสำลี และบางครั้งก็มีเลือดปนออกมาด้วย เป็นเวลานานกว่าหลายเดือน ที่จัสมินเริ่มรู้สึกว่าหูข้างซ้ายของเธอไม่ค่อยได้ยินเสียง ตอนแรกที่ไปพบแพทย์ เธอได้รับยาหยอดหูฆ่าเชื้อมา แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย กระทั่งในที่สุด ในปี 2560 จัสมิน ถูกส่งตัวไปพบแพทย์เฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก โดยภายหลังจากแพทย์ได้ทำการซีทีสแกน ก็มีอันต้องตกใจไม่น้อย เมื่อพบว่า มีการติดเชื้อภายในช่องหูลึก ในจุดที่ใกล้กับสมองมาก อันเป็นผลมาจากเศษชิ้นส่วนสำลีจากคอตตอนบัดที่หลุดเข้าไป จัสมินเผยว่า แพทย์กล่าวกับเธอว่า ถ้าเธอเอาสำลีแหย่หูไปมากกว่านี้ เธออาจจะตายไปแล้ว แพทย์รีบดำเนินช่วยเหลือรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ และเคราะห์ดีที่การผ่าตัดลุล่วงไปด้วยดี สามารถยับยั้งการติดเชื้อได้สำเร็จ แต่การได้ยินของเธอถูกทำลายไปอย่างถาวร แพทย์ให้ทางเลือกเธอว่า จะทำการผ่าตัดอีกครั้ง เพื่ออาจจะกลับมาได้ยินอีกครั้ง หรือการติดตั้งเครื่องช่วยฟัง “ฉันต้องมาใส่เครื่องช่วยฟังตอนอายุ 38 มันไม่ใช่เรื่องที่โอเคเลย” จัสมิน กล่าว ทั้งนี้ แพทย์เชื่อว่า เศษสำลีดังกล่าวติดอยู่ในช่องหูของจัสมินมานานถึง 5 ปีด้วยกัน     ข้อมูลจาก Kapook

1 2 3 4