อัจฉริยะ ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงคดีหมอทำอนาจารคนไข้ พบมีพิรุธในคดี

วันที่ 19 พ.ย. อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เปิดเผย ถึงกรณีที่มีแพทย์ทำการล่วงละเมิดทางเพศคนไข้ในขณะทำการรักษาภายในคลีนิกแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.นครสวรรค์ ว่า ในวันพรุ่งนี้จะลงพื้นที่เพื่อไปดูบาดแผลของผู้เสียหาย ที่อ้างว่าถูกข่มขืน เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผู้เสียหายมีการไปรักษาครั้งแรก และ ไปอีกครั้งในวันที่ 21 ก.ย. ก่อนจะอ้างว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศบนเตียงขาหยั่งเป็นเวลานานประมาณ 15 นาที จนกระทั่งมีการไปแจ้งความในวันที่ 3 ต.ค.ถ้านับเวลาก็ประมาณ 10 กว่าวัน ได้มีการสอบปากคำในวันที่ 6 ต.ค. นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะไปดูภาพถ่ายบาดแผลที่เกิดขึ้นที่อ้างว่าบาดแผลอยู่ตรงหน้าขา เป็นลักษณะรอยเขียวชำแดง อยู่ตำแหน่งไหน ตรงหน้าขาเลย หรืออยู่ด้านข้าง หรืออยู่ด้านในฝั่งขาหนีบ ซึ่งรอยบาดแผลจะเป็นตัวชี้ชัดเลยว่าถูกข่มขืนจริงหรือไม่ พิรุธอีกอยากคือ วันที่รักษาแฟนของผู้เสียหายนั่งรอที่หน้าห้อง ถ้าถูกล่วงละเมิดจริงทำไมไม่ร้องหรือบอกให้แฟนช่วย หรือไม่ไปแจ้งความในทันที ระยะเวลาเกิดเหตุและเข้าแจ้งความนั้น 10 กว่าวันมันก็เป็นข้อเหตุสงสัยได้ว่าบาดแผลอาจจะเกิดจากคนภายนอกทำหรือไม่ แล้วก็มีเรื่องเงิน 3 แสน ต้องมาดูว่าเกิดจากการสมยอมเองแล้วมาเรียกค่าเสียหายหรือไม่ ส่วนประเด็นของคุณหมอก็เป็นเรื่องระยะเวลาและขั้นตอนการตรวจ โดยพรุ่งนี้จะมีแพทย์ของทางนิติเวชไปด้วย จะมีการจำลองเหตุการณ์ทั้งหมด โดยจะดูเรื่องความสูงของเตียงขอหยั่ง และความสูงของคุณหมอ ความน่าจะเป็นไปได้ที่คุญหมอจะโน้มตัวลงไปจูบหรือไซ้ซอกคอตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างนั้นเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าหากถูกล่วงละเมิดทางเพศจริงแผลที่เกิดขึ้นจะต้องอยู่ฝั่งด้านในขาหนีบ เพราะการขึ้นขาหยั่ง ผู้หญิงจะต้องอ้าขา 45 องศา แล้วหมออยู่ด้านในจึงจะเกิดแผลในลักษณะที่ชี้ว่าเป็นการล่วงละเมิดทางเพศได้ นอกจากนี้ขณะทำการรักษามีบุคคลที่ 3 หรือพยาบาลอยู่ด้วยหรือไม่ เพราะถ้าหากมีบุคคลที่ 3 อยู่โอกาสการล่วงละเมิดก็จะไม่เกิด และหากขณะเกิดเหตุอยู่สองต่อสองก็ต้องถามหมอว่าเพราะอะไร ซึ่งจากการสืบประวัติคุณหมอก็เป็นคนเจ้าชู้ ประเด็นที่มีผู้เสียหายประมาณ 30-40 คนนั้น ตนยืนยันว่าไม่มีจริง เพราะฟังจากการพูดลักษณะมันเป็นขั้นตอนของตรวจภายในเท่านั้น ซึ่งได้มีการเอาคลิปที่เป็นข่าวไปให้แพทย์ผู้เชียวชาญดูว่ามีการสอดนิ้วเข้าไป ซึ่งทางโฆษกแพทย์สภาก็ยืนยันว่าเป็นขั้นตอนของการรักษาจริง อย่างไรก็ตามจากการสืบประวัติหมอก็ถือว่าเป็นคนค่อนข้างอาจจะเจ้าชู้บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำผิด ในเรื่องการถูกกล่าวหาเป็นคนละเรื่อง ขอยืนยันว่าการไปในวันพรุ่งนี้ไม่ได้อยู่ข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถ้าหมอผิดก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าอีกฝั่งยินยอมแล้วมาเรียกค่าเสียหายก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน นายอัจฉริยะ กล่าว