#SaveRalph ความดำมืดของ “เครื่องสำอาง” ที่สังเวยด้วย “ชีวิต”

ไม่กี่วันมานี้เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็น #SaveRalph ผ่านหูผ่านตาในโลกออนไลน์กันมาบ้าง ว่าแต่มันคืออะไร ทำไมใครๆ ต่างก็พูดถึงกันนะ… Save Ralph เป็นแคมเปญระดับโลกจาก Humane Society International (HSI) หรือ สมาคมมนุษยธรรมนานาชาติ ที่ร่วมมือกับผู้กำกับและนักแสดงฮอลลีวูดในการสร้างสรรค์แอนิเมชันแบบสต๊อปโมชันเพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกยุติการใช้เครื่องสำอางที่ทดลองกับสัตว์ โดยหนังสั้นเรื่องนี้ได้เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา สุดยอด…!! “นายแพทย์ทวีศิลป์” เผยผลิตวัคซีนโควิด-19 สำเร็จในหนูทดลอง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจเลือด หนูทดลอง ที่ถูกฉีดวัคซีนต้านโควิดต้นแบบจากจุฬาฯ นักวิจัยเตรียมการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุดเริ่มต้นที่ทำให้หนังสั้นเรื่องนี้ได้รับความสนใจคือ มีผู้ใช้ TikTok หลายคนออกมาสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับการแต่งหน้าโดยใช้เครื่องสำอางที่สิ้นเปลือง เช่น การเทรองพื้นในปริมาณมากลงบนใบหน้า เป็นต้น ทำให้หลายคนเห็นแล้วนึกถึงหนังสั้นเรื่อง Save Ralph และมีการตัดสลับระหว่างการใช้เครื่องสำอางที่เยอะกับหนังสั้นที่มีสัตว์ถูกทรมานจากการทดลองกับเครื่องสำอาง หนังสั้นเรื่อง Save Ralph เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตประจำวันของเจ้ากระต่ายที่ชื่อว่า ราล์ฟ (Ralph) พากย์เสียงโดย Taika Waititi แบบสารคดีตามติดชีวิตราล์ฟในโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่ใช้กระต่ายในการทดลองเพื่อความปลอดภัยของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง […]

สุดยอด…!! “นายแพทย์ทวีศิลป์” เผยผลิตวัคซีนโควิด-19 สำเร็จในหนูทดลอง

ถือเป็นข่าวที่ดีสำหรับคนไทย โดยศูนย์บริหารสถานการณ์ c๐vid โดยนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยถึง วัคซีน c๐vid จะใช้ได้ปีหน้า ซึ่งเป็นวัคซีนที่คนไทยได้ทำเองผ่านการทดสอบในหนู และเตรียมใช้กับลิงในสัปดาห์หน้า ซึ่งวัคซีนป้องกันc๐vid – 19 mRNA จะมีใช้ปีหน้า โดยผลงานวิจัยศูนย์วัคซีนจุฬาฯ ร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หลังประสบความสำเร็จในหนูทดลองแล้ว และกำลังเตรียมตรวจสอบในลิงสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม รมว.การอุดมศึกษาฯ เผยนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่มีวัคซีนใช้อย่างเพียงพอสำหรับคนไทย ประสานเตรียมการผลิตวัคซีนชุดแรกกับโรงงานผลิตในสหรัฐฯ และแคนาดาแล้ว เพื่อนำมาใช้ทดสอบในคนตามขั้นตอนมาตรฐานสากล    

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจเลือด หนูทดลอง ที่ถูกฉีดวัคซีนต้านโควิดต้นแบบจากจุฬาฯ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่าขณะนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พัฒนาวัคซีนชนิดดีเอ็นเอเพื่อป้องกันโรคโควิด ได้ดำเนินการทดลงฉีดวัคซีนในหนูทดลองแล้ว และนำเลือดของหนูทดลองมาให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจว่ามีภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีขึ้นหรือไม่ ผลการตรวจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ออกมาพบว่าหนูทดลองที่รับการฉีดวัคซีนต้นแบบ มีแอนติบอดีขึ้นค่อนข้างดี ให้ผลน่าพอใจ แต่จะป้องกันเชื้อโควิดได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องที่ต้องศึกษาต่อไป นพ.โอภาสกล่าวว่า ในระยะถัดไปจะมีการทดลองฉีดวัคซีนต้นแบบนี้ในหนูทดลองหลายๆ รูปแบบ ดูว่าแบบไหนกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด เช่น ฉีด 1 เข็ม หรือ 2 เข็ม แล้วเอามาตรวจซ้ำจนแน่ใจ แล้วจะเอาวัควีนต้นแบบที่ผลิตขึ้นไปทดสอบในสัตว์ใหญ่ขึ้น เช่น ลิง เมื่อแน่ใจความปลอดภัยแล้วก็จะฉีดทดลองในมนุษย์ต่อไป ซึ่งก็ถือว่าดำเนินการได้เร็วในเวลา 1 เดือน แม้อาจจะไม่ทันจีนที่มีการพัฒนาไปก่อนหน้านั้น แต่ประเทศไทยก็ต้องดำเนินการต่อ เมื่อถามว่าการทดลองว่าภูมิคุ้มกันจะป้องกันเชื้อได้หรือไม่ จะอยู่ในขั้นไหน นพ.โอภาสกล่าวว่า ภูมิคุ้มกันจะป้องกันได้หรือไม่ จะต้องอยู่ในสัตว์ใหญ่และในคน ส่วนหนูจะดูแค่ว่าภูมิขึ้นหรือไม่ ซึ่งในคนก็จะดูทั้งเรื่องของความปลอดภัย กระตุ้นภูมิได้หรือไม่ ป้องกันเชื้อได้หรือไม่ คงต้องใช้เวลา แต่ขณะนี้ก็เริ่มพัฒนาวัคซีนต้นแบบได้เร็ว ก็น่ายินดีว่าคนไทยสามารถทำได้ ถ้าไม่ทำวันนี้ก็ไม่รู้จะเริ่มทำวันไหนแล้วถามถึงการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิดแบบเชื้อตายของศิริราช นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งผลมา ซึ่งปกติแล้วการพัฒนาวัคซีนแบบเดิมคือแบบเชื้อตายจะมีความช้ากว่า ส่วนของจุฬาฯ ใช้เทคนิคใหม่คือดีเอ็นเอวัคซีนจะค่อนข้างเร็วกว่า