น้ำตาซึม! หนูน้อยยอดกตัญญูประกาศขายไต หวังหาเงินช่วยแม่ปลดหนี้ ดึงสติแม่คิดฆ่าตัวตาย

กรณีเด็กอายุ 12 ปี กตัญญูรักแม่ แม่ป่วย ขาเดินไม่สะดวกเพราะประสบอุบัติเหตุ มีน้องเล็กมากต้องกินนม กินข้าว แต่บ้านไม่มีเงิน พ่อก็แยกทางกับคุณแม่ไป แม่ไปกู้หนี้นอกระบบเพื่อรักษาตัวเอง ซื้อข้าวซื้อนมให้ลูก สุดท้ายหนี้นอกระบบดอกงอกจาก 1 แสน เป็น 5 แสน แม่คิดทำร้ายตัวเอง แต่เด็กคนนี้ห้ามแม่ แม่เคยประกาศขายไต เด็กบอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ขอขายไตแทน รายการโหนกระแสวันที่ 24 ก.พ. 64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ “น้องมาย” (นามสมมติ) และ “แม่มด” แม่น้องมาย “แรมรุ้ง วรวัธ” รองปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม. ) “ฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์” ผู้ปกครองสถานวสงเคราะห์เด็กชายบ้านมหาเมฆ กรมกิจการเด็กและเยาวชน “ปรเมศว์ มีสมภพ” กู้ภัยที่ลงพื้นที่ไปเจอครอบครัวนี้ อยากเชิดชูน้องเพราะกตัญญูจริงๆ แม่อายุเท่าไหร่? แม่ : “37 ค่ะ แม่มีลูก […]

เซียนพระเครียดจัด ติดหนี้นอกระบบ คิดไม่ตกปีนสะพานข้ามแยกท่าพระ ก่อนจ่อขมับ ยิงตัวดับ ร่างร่วงกระแทกพื้น เผยเจ้าหนี้ส่งลูกน้องมาทวงเงินเกือบทุกวัน

เมื่อเวลา 02.45 น.วันที่ 21 ก.ค. พ.ต.ท.ธรรมกฤต ศรีประเทือง สว.(สอบสวน) สน.ท่าพระ รับแจ้งเหตุพบศพชายเสียชีวิตบริเวณสี่แยกท่าพระ ถนนเพชรเกษม แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม.จึงรุดตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส รองผกก.ป.สน.ท่าพระ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าพระ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวชรพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุบริเวณแยกท่าพระ บนถนนเพชรเกษม พบศพนายวิชัย ศักดิ์ศรีเจริญยิ่ง อายุ 56 ปี อยู่บ้านภายในซอยอิสรภาพ 21 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กทม.สภาพศพสวมเสื้อโปโลสีฟ้ากางเกงขาสั้นสีดำ นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่กลางถนน โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะบริเวณขมับขวาลูกกระสุนปืนตุงขมับซ้าย ที่ศพสะพายกระเป๋าข้างสีดำภายในกระเป๋าพบเงินสดจำนวนกว่า 7,000 บาท พระเครื่อง 4 องค์ และเอกสารสำคัญประจำตัว ใกล้กันพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบคิงคอบบร้าขนาด.22 ตกอยู่ข้างศพผู้เสียชีวิต จากการตรวจสอบเพิ่มเติมบริเวณด้านบนสะพานข้ามแยกท่าพระ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกูปปี้ไอสีดำหมายเลขทะเบียน 1 กฎ3528 กรุงเทพมหานคร และมีรองเท้าแตะอีก 1 คู่ถอดทิ้งวางไว้เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวชฯ พ.ต.ท.ธรรมกฤต เปิดเผยว่า ก่อนเหตุเกิดระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ท่าพระ ปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจตราพื้นที่ตามปกติอยู่นั้น เมื่อถึงบริเวณแยกท่าพระมุ่งหน้าไปเพชรเกษมพบผู้ตายนอนจมกองเลือดหายใจรวยรินอยู่ตรงจุดดังกล่าวจากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้าช่วยเหลือปั้มหัวใจ แต่การช่วยเหลือก็ไม่เป็นผลและเสียชีวิตในต่อมา จึงตรวจสอบโดยรอบพื้นที่กระทั่งพบรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้และมีรองเท้าแตะของผู้ตายวางอยู่บนสะพานข้ามแยกท่าพระก่อนจะประสานญาติผู้ตายให้มาตรวจสอบ จากการสอบสวนญาติผู้เสียชีวิตให้การว่า ผู้ตายพักอยู่กับญาติพี่น้องอยู่ในซอยวัดสังข์กระจาย ย่านถนนอิสรภาพ ซึ่งผู้ตายมีอาชีพเป็นเซียนพระ ซื้อขายพระเครื่อง โดยช่วงก่อนเกิดเหตุเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาผู้ตายมีอาการเครียดจากการเป็นหนี้สินเงินกู้นอกระบบอยู่หลายหมื่นบาท ประกอบกับระยะหลังมีพวกเจ้าหนี้ส่งลูกน้องมาทวงเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยกับผู้ตายเกือบทุกวัน จนเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายเอ่ยปากพูดขอยืมเงินญาติพี่น้องในครอบครัวจำนวน 30,000 บาท เพื่อเอาไปใช้หนี้พวกเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ ซึ่งญาติก็รับปากว่าจะให้ยืม แต่ต้องขอเป็นวันจันทร์ซึ่งธนาคารเปิด จะเบิกมาให้จนกระทั่งมาพบผู้ตายก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงตัวตายเสียก่อน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า การก่อเหตุของผู้ตายนั้นน่าจะเครียดเรื่องปัญหาหนี้สิน ก่อนที่ผู้ตายน่าจะขี่รถจยย.ขึ้นไปบนสะพานข้ามแยกท่าพระ ก่อนจะจอดรถและถอดรองเท้าก่อนปีนขึ้นไปนั่งห้อยขาอยู่บนราวสะพาน จากนั้นจึงใช้อาวุธปืนยิงตัวตายและร่างร่วงตกลงมาเสียชีวิตด้านล่างตรงจุดพบศพ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะตรวจสอบภาพจากกล้องวรจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานว่าผู้ตายยิงตัวตายเองหรือถูกผู้อื่นยิงเสียชีวิตส่วนประเด็นเรื่องเงินกู้นอกระบบนั้นต้องรอสอบปากคำญาติผู้ตายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นข้อมูลและหลักฐานว่า มีการกู้ยืมกันจริงหรือไม่และคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่หากพบว่ามีเก็บดอกเบี้ยโหดก็ต้องดำเนินคดีกับเจ้าหนี้นอกระบบดังกล่าว     ข้อมูลจาก Khaosod

บิ๊กป้อมลงพื้นที่อีสานตอนล่างเกาะติดปัญหาหนี้นอกระบบ และสั่งปราบยาเสพติด

วันที่ 23 ก.ค.61 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจราชการและมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการต่างๆ ณ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยที่ประชุมสรุปภาพรวมว่า พื้นที่ของภาคอีสานตอนล่างเป็นประตูสู่การค้าและการลงทุนที่สำคัญติดชายแดน 2 ประเทศ คือ กัมพูชาและลาว ซึ่งต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการระบบงานความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจผ่านแดน ทั้งสินค้า-แรงงานต่างด้าว รวมทั้งเป็นช่องทางนำเข้าและลำเลียงยาเสพติดที่ต้องเฝ้าระวัง นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับทุกส่วนราชการในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา พร้อมทั้งกำชับฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ ให้ยึดมั่นเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และร่วมกันขับเคลื่อนเดินหน้าแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความเป็นธรรมในพื้นที่ให้ปรากฏผลชัดเจนเป็นที่เชื่อมั่นจากประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะต้องลดปัญหาอาชญกรรม และปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้ง 16 ฐานความผิดต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มมือปืนรับจ้างและการค้าอาวุธสงคราม รวมทั้งกลุ่มอิทธิพลอื่น ๆ ที่ยังคงปรากฏการเอารัด เอาเปรียบประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิและมีเสรีภาพอันชอบธรรมสามารถประกอบสัมมาชีพได้อย่างเสมอภาคและปลอดภัย ขณะเดียวกันให้ติดตามปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดที่ยังคงมีกระจายตัวในชุมชนเมือง และสกัดกั้นในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยต้องไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องและต้องไม่มีใครมีอิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่รัฐ สำหรับปัญหาหนี้นอกระบบในแต่ละพื้นที่ ขอให้ถือเป็นหน้าที่ร่วมกันสำรวจและให้ความสำคัญ เร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาทั้งการไกล่เกลี่ยและส่งให้ตำรวจสืบสวนขยายผล ดำเนินคดีกับนายทุนฉ้อโกง ที่เอาเปรียบข่มขู่ประชาชน โดยพยายามช่วยเหลือนำคืนโฉนดที่ดินทำกินกลับมา พร้อมทั้งขอให้มีกลไกติดตามดูแล เสริมความเข้มแข็งและพัฒนาทักษะอาชีพให้เกษตรกรกลับมายืนเข้มแข็งอย่างพอเพียงให้ได้

พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ขอนแก่น คืนโฉนดที่ดิน หลังแก้หนี้นอกระบบสำเร็จ

วันที่ 20 ก.ค.61 ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับตำรวจภูธรภาค 4 หลังจากรัฐบาลให้นโยบายในการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบที่เรียกดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งแพร่กระจายอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ ขอนแก่น และอุดรธานีจำนวนมาก จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เป็นประธานมอบโฉนดที่ดินคืนให้กับประชาชนผู้เสียหาย 135 คน โฉนดรวม 140 ฉบับ รวมเนื้อที่ 285 ไร่ 1 งาน 64 ตารางวา รวมราคาที่ดินที่นำมาคืนให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เป็นเงินกว่า 120 ล้านบาท โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นายทุน ต้องคำนึงถึงผู้มีรายได้น้อยที่มีคำจเป็นต้องใช้เงิน ให้การออกดอกเบี้ยปล่อยเงินกู้ต้องคำนึงถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อยด้วย อย่าเอาเปรียบมากนัก ต้องขอขอบคุณนายทุนที่ยอมเจรจาให้ได้ผล ลดปัญหาเรื่องที่ดินให้คืนเจ้าของเก่า รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกันในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำให้ได้ ซึ่งทุกๆ จังหวัดจะต้องทำอย่างนี้