แม่ปล่อยโฮ!! หลังเผลอหลับทับลูกน้อยวัยแบเบาะ ขาดอากาศหายใจ ดับสลด

แม่ตื่นมาพบลูกไม่หายใจ รีบแจ้งกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาบ แพทย์ชี้ขาดอากาศหายใจ คาดแม่อาจเผลอหลับทับลูกน้อย อายุ 25 วัน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ร.ต.อ.พิเชฐพงศ์ ราชบัวโคตร ร้อยเวร สภ.ศรีบุญเรือง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ศรีบุญเรือง ว่ามีเด็กทารกเพศหญิงอายุประมาณ 25 วันขาดอากาศหายใจเสียชีวิตระหว่างที่แม่เด็กให้นมเมื่อช่วงเวลา 06.00 น. โดย เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย อบต.นากอก ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศรีบุญเรือง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ และเดินทางไปตรวจสอบที่ โรงพยาบาลและบ้านหลังเกิดเหตุ ภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลศรีบุญเรือง เจ้าหน้าที่พบนางสาวสะกาว ไพรเขต อายุ 39 ปี กำลังร้องไห้เสียใจกอดศพทารกเพศหญิง อายุได้ 25 วัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีบาดแผลถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 2 ชั่วโมง จึงมอบศพให้ญาติเพื่อนำไประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป จากการสอบถามนางสาวสะกาว แม่ของเด็กให้การทั้งน้ำตาว่า ตนเอง มีลูกด้วยกัน 4 คน คนแรกเสียชีวิตเมื่อวัยเด็ก และมีน้องสาวอีก 2 คน ส่วนน้องคนเล็กที่เสียชีวิตเป็นคนที่ 4 โดยสามีทำงานที่ กทม. เพิ่งทราบข่าว ก่อนเกิดเหตุช่วงค่ำวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมลูกสาวได้มานอนที่บ้านแม่ ซึ่งอยู่คนละหมู่บ้าน เนื่องจากช่วงเช้ามีธุระจะเข้าตัวอำเภอ ก่อนนอนตนเองก็ให้ลูกนอนอยู่ข้างๆ หน้าประตูบ้านแม่ ตนคอยดูแลและให้นมลูกในช่วงค่ำและดึกๆ 2 ครั้ง แต่ด้วยความอ่อนเพลียจากการเลี้ยงลูกมาตลอดคืน จึงทำให้ตนเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ตนก็ขยับตัวจะอุ้มลูกขึ้นมากินนมก็พบว่าลูกสาวไม่หายใจแล้ว จึงรีบแจ้งกู้ชีพกู้ภัย อบต.นากอก นำตัวมาส่งที่โรงพยาบาลศรีบุญเรือง แต่แพทย์แจ้งว่าลูกสาวตนเสียชีวิตก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว หลังจากแพทย์ทำการชันสูตรศพทารกน้อยแล้วน้องเสียชีวิตเพราะระบบหายใจ อาจจะเนื่องจากมีส่วนใดส่วนหนึ่งของหนักมาทับตัวทารกน้อย จนขาดอากาศหายใจ ด้าน ร.ต.อ.พิเชฐพงศ์ ฯพนักงานสอบสวน สภ.ศรีบุญเรือง กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบคราบเลือดและรอยบาดแผลใดๆ ส่วนสาเหตุของการตายนั้น เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะสำลักน้ำนมแม่ หรือไม่ก็ถูกแม่นอนทับจนขาดอากาศหายใจ เพราะความอ่อนเพลียจากการเลี้ยงลูกทำให้หลับสนิทจนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือเป็นเพราะกรรมพันธุ์ เพราะลูกคนแรกก็เสียชีวิตเพราะโรคเฉียบพลันมาแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สังเกตุพบว่า นางสะกาวมีพฤติกรรมบางอย่างคล้ายคนไม่ปกตินัก อาจจะเป็นเหตุให้ไม่ค่อยรอบคอบหรือระมัดระวังเท่าที่ควร จนเป็นสาเหตุให้นอนทับลูกโดยไม่รู้ตัว สาเหตุชัดเจนรอแพทย์สรุปอีกครั้ง “เด็กทารก” ถูกทิ้งไว้กลางป่า เจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาทั้งคืน แต่ไร้วี่แวว ฟ้ามีตา…!! เด็กทารกถูกนำมาทิ้งไว้ที่กองขยะ เพศชายมีมดแดงกัดทั่วทั้งตัว

สุดทน! นร.หญิงแจ้งความ เอาผิดครูพละสุดหื่น แชทคุกคามทางเพศ ตั้งแต่อายุ 14 จนอายุ 17 ปียังไม่หยุด

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีเด็กนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี ใน อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ได้ออกมาเปิดบทสนทนาจากแอปพลิเคชันของครูสอนพละชาย ซึ่งสอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีข้อความว่าจะบังคับให้เด็กมาหาที่บ้านพักโดยไม่ให้บอกใครและให้มาแก้ 0 ทั้งที่เด็กนักเรียนหญิงคนนี้ได้ตอบไปว่า ได้ทำกิจกรรมและเล่นกีฬาทุกอย่างจนผ่านหมดทำไมถึงจะให้ติด 0 แต่คุณครูพละคนนี้ยังใช้ถ้อยคำเชิงข่มขู่ว่า ถ้าไม่มาพบที่บ้านพักครูจะให้ติด 0 นางสาวเอ (นามสมมุติ) ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุเกิดเริ่มแรกตอนนั้นตนเองเรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุ 14 ปี ในโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอแห่งหนึ่งในอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภูโดยคุณครูพละผู้ชายคนดังกล่าวได้แชทข้อความ คุกคามตนเองมาโดยตลอด หลังจากนั้นตนเองได้เล่าให้ผู้ปกครองฟังและได้มีการพูดคุยกันว่าอย่าทำแบบนี้อีก จนตนเองจบการศึกษามัธยมปีที่ 3 จึงได้ย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนประจำจังหวัดหนองบัวลำภู หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 3 ปี จนมาถึงเมื่อวานวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลากลางคืน คุณครูพละคนดังกล่าวก็ยังส่งแชทข้อความมาหาตนเองโดยครั้งแรกเสนอเงินให้ 3,000 บาท และต่อมาได้เสนอเงินให้อีก 3,500 บาทโดยแจ้งออกอุบายว่าให้ไปหาที่บ้านพัก และมาคนเดียวไม่ต้องบอกใครให้มาเต้นให้ดู ในแชทพยายามพูดส่อไปในทางคุกคามทางเพศซึ่งตนเองก็สุดจะทน ไม่อยากจะโพสต์แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ คุณครูพละก็คงไม่หยุดคุกคามตนเอง หลังจากนั้นตนเองได้แชทต่อว่าคุณครูคนดังกล่าวไป ช่วงสายๆของวันนี้ครูพละก็ได้แชทข้อความมาขอโทษว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วย เพราะว่าเมาเลยโพสต์ไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งตรงนี้พฤติกรรมแบบนี้คุณครูคนดังกล่าวได้กระทำกับตนเองมาหลายครั้ง จะมาอ้างว่าเมาไม่รู้ตัวไม่ได้ และพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้ทำกับตนเองคนเดียว ได้ทำกับเพื่อนนักเรียนผู้หญิงในโรงเรียนเดียวกันมาหลายคนแล้ว และได้พูดคุยกับเพื่อนที่โดนคุณครูพละคนดังกล่าวส่งแชทข้อความคุกคาม และพูดเกี้ยวพาราสีขณะอยู่ในโรงเรียนซึ่งตอนนี้ตนเองได้ลงมาฝึกงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ตนเองได้เรียนสาขาบัญชี จะต้องฝึกงานอยู่ที่กรุงเทพฯประมาณ 6 เดือน แต่ตอนนี้ได้ประสานผู้ปกครองที่อยู่อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ให้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ครูหื่น…!! ชำเราเด็ก ม.1 ถ่ายคลิป อ้างอดใจไม่ไหว ยังไม่ไล่ออกราชการ ครูสาวขอนแก่น เครียด ถูกชายโรคจิตคุกคามทางเพศ วางเพลิงนับไม่ถ้วน

ใครมาจากพื้นที่สีแดง จังหวัดไหน ต้องกักตัวกี่วัน เช็คที่นี่!

อัพเดทรายชื่อจังหวัดต่างๆ ที่ทยอยประกาศให้คนที่มาจากพื้นที่ควบคุมต้องกักตัว 14 วันแม้จะไม่มีสีแดงแต่หลายจังหวัดยังคงเน้น 9 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุม ยังคงต้องปฎิบัติตามมาตรการที่จังหวัดนั้นๆ กำหนดเหมือนเดิมทางจังหวัดออกประกาศจากทางราชการ คนที่มาจากจังหวัดในพื้นที่ควบคุม ให้ต้องกักตัว 14 วัน มีดังนี้รายละเอียด ข้อบังคับ ของแต่ละพื้นที่ หาดูกันได้จากในเพจประชาสัมพันธ์ของทางจังหวัดนั้นๆ  ถ้ายังไม่มีชื่อจังหวัดไหนแสดงว่ายังไม่มีประกาศ หรือว่า จังหวัดนั้นไม่มีการกักตัว เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง “ชลบุรี” เจอโควิดอีก! โยงคลัสเตอร์ทองหล่อ-ผับฟริ้นสโตน เร่งตรวจเชิงรุก รพ.บุรีรัมย์ เปิดให้บริการตรวจโควิด-19 แก่ผู้เดินทางจากพื้นที่สีแดง   1.บุรีรัมย์ 2.นครราชสีมา (รออัพเดทพรุ่งนี้) 3.ประจวบคีรีขันธ์ 4.ขอนแก่น 5.บึงกาฬ 6.อุดรธานี 7.สุรินทร์ 8.หนองคาย (10 วัน) 9.ร้อยเอ็ด 10.อุบลราชธานี 11.มหาสารคาม 12.สกลนคร 13.ลำปาง 14.แพร่ 15.เพชรบูรณ์ 16.อุทัยธานี 17.ชัยภูมิ 18.พิจิตร (กักตัวในบ้านจนกว่าจะออกจากพื้นที่) 19.สุราษฎร์ธานี 20.เชียงใหม่ไม่กักแต่ไป อ.ดอยเต่าต้องกักตัว 21.หนองบัวลำภู (กักตัวในบ้านจนกว่าจะออกนอกพื้นที่) 22.ชุมพร 23.มุกดาหาร 24.ลำปาง *ถ้ายังไม่มีชื่อจังหวัดไหนแสดงว่ายังไม่มีประกาศ หรือว่า จังหวัดนั้นไม่มีการกักตัว

เกิดเหตุบั้งไฟระเบิด พุ่งเข้าใส่ชาวบ้านที่มางาน เสียชีวิต1 ราย บาดเจ็บ 14 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุบั้งไฟพุ่งใส่ประชาชน บริเวณฐานจุดบั้งไฟ ที่หมู่บ้านหนองเหมือดแอ่ ต.หนองเรือ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายหนูฤทธิ์ ชัยสิงห์ ถูกแรงกระแทกที่ศีรษะ เป็นแผลขนาดใหญ่ และผู้บาดเจ็บ 14 ราย ทั้งหมดถูกส่งไปโรงพยาบาลโนนสัง จากนั้นถูกส่งต่อไปที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภู 4 ราย และส่งต่อไปที่โรงพยาบาลอำเภอศรีบุญเรือง 3 ราย เนื่องจากเป็นภูมิลำเนาของตนเอง และรักษาตัวที่โรงพยาบาลโนนสัง 3 ราย ส่วนที่เหลือได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ งานประเพณีบุญบั้งไฟ ครั้งนี้ ชาวบ้านหนองเหมือดแอ่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2562 โดยมีชาวบ้านเหมือดแอ่และชาวบ้านใกล้เคียงจำนวนมากมาร่วมงาน ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากมารอดูการจุดบั้งไฟอยู่นั้น เซียนบั้งไฟเตรียมจะนำบั้งไฟหมื่นขึ้นจุด ได้ล้างบั้งไฟ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าล้างหางบั้งไฟ เพื่อให้บั้งไฟขึ้นได้สูงและขึ้นนาน โดยใช้เหล็กเส้นขนาดเล็กแหย่เข้าไปในรูบั้งไฟที่มีดินปืนอยู่ แต่เกิดระเบิดและวิ่งพุ่งใส่คน จนต้องหนีตายกันอย่างอลหม่าน เมื่อเหตุสงบ จึงพบว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนมากนอนร้องด้วยความเจ็บปวด และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย หลังเกิดเหตุ นายพิทักษ์ พิศสิริวัฒนสุทธิ์ นายอำเภอโนนสัง นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ จะให้หยุดการจุดบั้งไฟ หากใคร หรือหมู่บ้านไหนยังทำอยู่จะถือว่าทำผิดกฎหมาย.

รวบแล้ว หนุ่มทะเลาะกับแฟนสาวจับมัดโยงกับต้นไม้ ขู่ว่าจะเผา

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมาได้มีผู้ใช้ facebook ได้โพสต์ภาพลักษณะหญิงสาวถูกจับมัดข้อมือโยงกับต้นไม้ และมีชายถอดเสื้อนั่งดื่มสุราอยู่บริเวณข้างๆ และได้นำฟางมาจุดไฟเผาบริเวณใกล้กับหญิงสาว วันนี้ (24 พ.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพันตำรวจเอกทวีศักดิ์ สุขเกษม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู ได้นำตัวนายสมพงษ์หรือตั๊ก เฉลิมสะคุ อายุ 30 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 6 ตำบลกุดดินจี่ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภูได้พร้อมด้วยของกลางคือเชือกสีแดงยาวประมาณ 1.6 เมตร นางสาวปาลิตา แสนศรี ผู้เสียหาย ได้ให้การว่าเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 01.30 น.นายสมพงษ์ ได้ไปหาตนเองที่บ้าน เรียกให้เปิดประตูบ้านแต่ตนไม่ยอมเปิด เพราะเห็นว่านายสมพงษ์ เมาสุรามา จากนั้นจึงได้ทำลายกระจกหน้าต่างบ้านของตนเอง และมีปากเสียงกัน และต่อมารุ่งเช้าของ วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 ตนเองโมโหจึงได้ออกติดตามมาเจอนายสมพงษ์ กำลังนั่งดื่มสุราอยู่ที่เกิดเหตุ จึงได้คว้าไม้บริเวณใกล้เคียงเข้าไปฟาด และทำร้ายนายสมพงษ์ก่อน จึ่งเกิดการชุนละมุนกัน ตนเองสู้แรงของนายสมพงษ์ไม่ได้ นายสมพงษ์ ได้นำเชือกมามัดแขนของตนเองผูกโยงกับต้นไผ่ และนำก้อนฟางมาจุดไฟบริเวณใกล้กับที่ตัวเองยืนอยู่ๆ หลังจากนั้นตนเองจึงได้ตะโกนเรียกให้คนช่วย จึงได้มีหลานของตนเองซึ่งอยู่ในบริเวณละแวกนั้นได้เข้ามาถ่ายรูปโพสลงโซเชียล เพื่อขอความช่วยเหลือจนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาช่วยเหลือตนเองดังกล่าว ซึ่งตนเองยืนยันจะดำเนินคดีกับนายสมพงษ์ให้ถึงที่สุด ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายสมพงษ์ โดยให้การรับสารภาพว่าตนเองได้ก่อเหตุจริงและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากจะขอโทษแฟนสาว ที่ใช้เชือกมัดโยงกับต้นไม้เพื่อให้นางปาลิตาสงบสติอารมณ์ ส่วนที่นำก้อนฟางมาเผาข้างๆ เพื่อเป็นการขู่เฉยๆ ตนเองกับนางปาลิตาได้คบหาดูใจกันมาประมาณเกือบ 1 ปีแล้ว ไม่มีบุตรและไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตนเองต้องขอโทษทำให้เหตุการณ์เรื่องบานปลายเป็นเรื่องใหญ่ และถ้ามีโอกาสตนเองก็จะขอแก้ตัวอีกสักครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางญาติพี่น้องของผู้เสียหายเกือบ 100 คน ได้ตะโกนด่าสาปแช่งผู้ต้องหาอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นแต่อย่างใด จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหากลับไปที่ สภ.นากลาง และได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำโดยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น ซึ่งในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้าและดื่มสุรามาด้วย ส่วนข้อหาอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนพยาน และจะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาต่อไป