ส.ว. จอดขวางถนน ทางเข้าห้องฉุกเฉิน ทำรถติดระนาว!!

ล่าสุดวันนี้ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง โพสต์แฉรถเบนซ์สีดำ ซึ่งจอดอยู่ริมถนนไม่สนใจใคร และบริเวณที่จอดนั้น เป็นเส้นขาว-แดงห้ามจอด ใกล้กับห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง อันเป็นเหตุให้ถนนเส้นนั้นรถติดขัดอย่างหนัก โดยจากนั้น เจ้าของทวิตเตอร์ ได้เข้าไปถ่ายรูปหน้ารถ ซึ่งสติ๊กเกอร์หน้ารถ มีสติ๊กเกอร์ของรัฐสภา และระบุว่าเป็นของ ส.ว. 026 อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าของทวิตเตอร์เข้าไปถ่ายรูปแล้ว ปรากฏว่าคนที่อยู่ในรถกลับด่าใส่ ซึ่งต่อมา ได้มีการไปค้นและพบว่า ส.ว. ท่านนี้คือใคร ซึ่งพบว่า เป็น ส.ว. ที่มีอาชีพเป็นแพทย์ จนนำไปสู่เสียงวิจารณ์ตามมา โดยคาดว่า ส.ว. ท่านนี้ น่าจะมาติดต่อธุระกับทางโรงพยาบาล แต่ว่าหาที่จอดไม่ได้ เลยจอดรถริมถนนจนรถติดดังกล่าว

สว.เสียงแตก!! หนุน-ค้านสละเงินเดือนช่วยแก้ ‘โควิด’ ชี้ไม่ได้รวยเหมือนกัน

ส.ว.เสียงแตก เสรี สุวรรณภานนท์ เห็นด้วยหักเงินเดือนส.ว.ช่วยโควิด แต่กิตติศักดิ์ คัดค้าน เหตุเงินเดือนส.ว.ไม่มาก แถมต่างคนก็มีภาระลงพื้นที่ วันที่ 7 เม.ย.นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีการเรียกร้องให้ส.ส.และส.ว. สละเงินเดือน เพื่อนำไปสมทบทุนแก้สถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19ว่า ส่วนตัวยินดีสละเงินเดือนส.ว.ทั้งหมด เพื่อนำไปช่วยเหลือคลี่คลายการระบาดของเชื้อโควิด-19 และเชื่อว่าส.ว.ทุกคนก็เห็นด้วยกับหลักการสละเงินเดือนเพื่อนำไปช่วยเหลือในการจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือให้รัฐบาลนำไปใช้จ่ายในการหยุดยั้งการแพร่ระบาด ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะสละเงินเดือนได้มากน้อยเพียงใด เพราะแต่ละคนมีภาระความจำเป็นในการใช้จ่ายไม่เหมือนกัน “ในสภาวะโรคระบาดเช่นนี้ การช่วยเหลือกันเป็นสิ่งสมควร ส.ว.ทุกคนทำงานกันตลอด ไม่ได้อยู่เฉยๆ มีการหารือกันตลอดเวลา ที่ผ่านมานำสิ่งของไปแจกประชาชนตลอด มีทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ส่วนที่รัฐบาลจะกู้เงิน1.6ล้านล้านบาท มาใช้แก้สถานการณ์โควิด-19 นั้น ถือเป็นความจำเป็น แต่เมื่อกู้แล้วต้องบริหารจัดการใช้เงินให้ดี มีความระมัดระวังในการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนจริงๆ ไม่ไปเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดหรือไปสร้างภาระในอนาคตมากเกินไป แต่ถ้าจะไม่ให้กู้เลยก็คงไม่ได้ เพราะถ้ากลัวไปหมดทุกเรื่องก็แก้ปัญหาไม่ได้” นายเสรี กล่าว ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.กล่าวว่า ไม่เห็นด้วย หากจะให้ส.ว.สละเงินเดือนทั้งหมดไปช่วยแก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เพราะต่อให้ส.ส.-ส.ว.สละเงินเดือน 3 เดือนก็ได้เงินมากสุดแค่ 300 กว่าล้านบาท ไม่สามารถนำไปแก้ไขอะไรได้มาก ส.ส.และส.ว.ทุกคนไม่ได้รวยเหมือนกันทุกคน บางคนมีแค่เงินเดือนอย่างเดียว แต่มีภาระค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่มาก […]

รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงเรื่อง ผลกระทบการยื่นตรวจสอบเรื่องการถือครองหุ้นกันกว่า 100 คน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณี ส.ส. ที่มีการยื่นตรวจสอบเรื่องการถือครองหุ้นกันกว่า 100 คน จะกระทบต่อการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็นไร จะให้ทำอย่างไรจะกี่คนก็ตามที มีสิทธิ์ยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ส่วนศาลจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่แล้วแต่ศาล โดยดูจากความเสียหายที่จะได้รับหากให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่เกี่ยวว่าจะมีมูลหรือไม่ เช่น กรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตำแหน่งหนึ่งเดียวจึงไม่ได้ให้หยุด เพราะถ้าหยุดปฏิบัติหน้าที่จะมีผลกระทบ เมื่อถามว่า ขั้นตอนที่เขาทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถูกต้องแต่เวลาปฏิบัติจริงจะมีอะไรผิดพลาดหรือไม่ ตนไม่ทราบ เมื่อถามอีกว่า การยื่นตรวจสอบ ส.ส.ขณะนี้เหมือนยื่นแก้เกี้ยวระหว่างกัน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีอะไรจะวิจารณ์ ส่วนจะเทียบเคียงกรณีศาลสั่งให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หยุดปฏิบัติหน้าที่กับกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.ที่เหลืออยู่ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อยู่ที่ศาล หากศาลจะสั่งคงมีเหตุผล ไม่สามารถตอบแทนศาลได้ และการทำงานในสภาฯ เมื่อถามว่า หาก ส.ส.หายไปเกือบ 100 คนสภาฯ ยังทำงานได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังทำงานได้ […]

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว.

จากการตรวจสอบพบว่า คำสั่งคสช.ที่1/2562 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว. ลงวันที่ 8 ก.พ. 2562 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุในหนังสือที่ส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมาไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย โดยอ้างว่าคำสั่งคสช.ที่ 1/2562 มิใช่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยนั้น เมื่อตรวจสอบจากเวปไซต์ราชกิจจาฯ ปรากฎว่าไม่พบคำสั่งคสช.ที่ 1/2562 ในสาระบบข้อมูล ซึ่งปกติจะเรียงลำดับเลขที่คำสั่ง ตามประเภท ชื่อเรื่อง และเล่มเพื่อความชัดเจนในการตรวจค้นและอ้างอิง โดยในเวปไซต์ราชกิจจาฯ ระบุลำดับที่ 164 คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นคำสั่งคสช.สุดท้ายของปี 2561 จากนั้น ในลำดับถัดมาได้เข้าสู่ปี 2562 แต่ลำดับที่ 165 กลายเป็นคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/2562 เรื่องแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เล่ม 136 โดยไม่พบว่ามีคำสั่งคสช.ที่ 1/2562 ซึ่งว่าด้วยเรื่องคณะกรรมการสรรหาส.ว. รวมถึงคำสั่งคสช.ที่ 2/2562 ในเวปไซต์ของราชกิจจาฯ ด้วย

“จิรายุ” บอกผิดหวัง อดกราบเท้าส.ว. หลังล้วนยกมือให้บิ๊กตู่ ไร้เสียงแตกแถว

จิรายุ ห่วงทรัพย์ พรรคเพื่อไทย เปิดใจเล่าถึงเหตุ 250 ส.ว.ไม่แตกแถว เทคะแนนโหวตให้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรี แบบเกิดมาไม่เคยเจอมาก่อน เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อคืนที่ผ่านมา ว่าตนรู้สึกแปลกใจมากที่สุด ตั้งแต่ทำงานร่วมกับสมาชิกวุฒิสภามาหลายสมัยเพิ่งเห็นสมาชิกวุฒิสภาสมัยนี้ที่ถูกกล่าวหาว่า ตั้งกันมาจาก คสช.ทั้ง 250 คน ปรากฎว่าเมื่อคืนลงมติเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ครบทุกคนชนิดไม่มีแตกแถวแม้แต่เสียงเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสภาสูงซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิวัยวุฒิ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าข่าวลือที่บอกว่าสมาชิกวุฒิสภาสามารถสั่งซ้ายหันขวาหันได้นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในการอภิปรายสรุปก่อนปิดประชุมเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ยินข่าวว่าผู้มีอำนาจกำชับให้ส.ว.ทั้ง 250 ต้องเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สถานเดียวหากไม่เลือกมีโอกาศหลุดจากตำแหน่ง ตนถึงกล้าอภิปรายกลางที่ประชุมว่า ถ้าส.ว.ท่านใดงดออกเสียงหรือไม่โหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ ตนจะเดินไปกราบเท้าทันที ซึ่งก็ไม่มีใครโหวตสวนเลยทำให้ตนผิดหวังที่ไม่ได้ไปกราบเท้าใครเลย ทั้งนี้ สิ่งที่สังคมคราบแคลงใจและอาจคิดว่าสมาชิกวุฒิสภาจะต้องเป็นกลางนั้นตนเชื่อว่า ประชาชนวันนี้เข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร

1 2