ไรเดอร์ใจดี ไม่เก็บเงินลูกค้า เพราะรู้ว่าป่วยโควิด!!

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความประทับใจ ที่แชร์กันโลกออนไลน์ในช่วงวิกฤตโควิดแบบนี้ เป็นเรื่องราวของผู้ป่วยโควิดที่สั่งอาหารผ่านแอปฯ เดลิเวอรี่ แล้วไรเดอร์ทราบว่าลูกค้าป่วยโควิด จึงได้แนบเงินสดคืนมาพร้อมกับอาหาร พร้อมเขียนโน้ตแนบมากับเงิน ทำเอาใครได้อ่านเป็นต้องยิ้ม ข่าวที่เกี่ยวข้อง สั่งข้าวราดกะเพราได้ข้าวคลุก เจอไรเดอร์แบบนี้โกรธไม่ลง ยายโอนเงินผิด ให้ไรเดอร์ดัง จาก 314 เป็น 31,400 ทวงคืนไม่ให้ เรื่องราวเปิดเผยโดยผู้ใช้ชื่อ @Pparraryy โพสต์ภาพเงินในถุง ที่วางมาบนกล่องอาหาร พร้อมมีกระดาษที่เขียนข้อความว่า “ค่าอาหารผมไม่คิดนะครับ เก็บเงินไว้รักษาตัวนะครับ บ้านผมก็อยู่ซอย2 เหมือนกัน สู้กับโรคหายไวๆนะครับ …(ชื่อหมู่บ้าน)..ไม่ทิ้งกันครับ” ผู้โพสต์ระบุว่า เราสั่งข้าวจากไลน์แมนมาค่ะ แต่เรากดจ่ายแบบเงินสด เพราะว่าไม่มีบัตร เลยบอกให้พี่ไรเดอร์ลงเลขบัญชีมา แล้วบอกเค้าว่า แขวนไว้เลยเราเป็นโควิด ทีนี้พอพี่เค้ามาส่งข้าวแล้ว เค้าก็โทรมาบอกว่า แขวนไว้ให้แล้วนะครับ หายไวๆนะครับ เราก็ขอบคุณไป พอเปิดข้าวออกมาคือ งงค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ made my day คือเราสั่งข้าวจากไลน์แมนมาค่ะแต่เรากดจ่ายแบบเงินสดเพราะว่าไม่มีบัตร เลยบอกให้พี่ไรเดอร์ส่งลทบชมาแล้วบอกเค้าว่าแขวนไว้เลยเราเป็นโควิดทีนี้พอพี่เค้ามาส่งข้าวแล้วเค้าก็โทรมาบอกว่าแขวนไว้แล้วนะครับ ขอให้หายไวๆนะครับ เราก็ขอบคุณไป พอเปิดข้าวออกมาคือแงงงขอบคุณมากเลยนะคะ🥺🤍 made my day pic.twitter.com/eWvo70JNdh — พ. (@ppararyy) August 17, 2021

(มีคลิป) หนุ่มส่งอาหาร ถึงกับงง เมื่อมาส่งอาหารตามGPS แต่เอ๊ะ!! สถานที่มันแปลกๆ??

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เป็นที่ฮือฮอา เมื่อมีผู้ใช้ Tiktok ชื่อ “boychainat” ลงคลิปวิดีโอ โดยข้อความระบุว่า หลุมไหนสั่ง ยกมือหน่อยย เอออะ ทั้งในน้ำ บนเรือ. อันนี้…….. อย่าหาทำเด้อ ดีนะกลางวัน. #ตามgps #ส่งอาหาร #แพนด้า #ลายแมน เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ฮือฮา!! หนุ่มกางเต้นท์ในป่า พอแหงนมองไปบนต้นไม้แทบช็อก เงินเเบงค์ 70 บาท เรียกเสียงฮือฮาในโซเชียล

ข้าราชการระดับ บิ๊ก ได้ปลอมตัวเป็นคนส่งอาหาร เพื่อจะได้เข้าใจปัญหาและจะได้นำไปพัฒนา !

พอกันทีกับการนั่งเทียนเขียนนโยบายโดยไม่ได้เข้าใจหรือลิ้มรสถึงปัญหาของประชาชนจริงๆ  รองผู้อำนวยการสำนักแรงงานสัมพันธ์ แห่งกรมสวัสดิการ กรุงปักกิ่ง “หวังหลิน” 王林 โด่งดังเป็นพลุแตก รูปภาพจาก http://www.macaodaily.com หลังจากเปิดปฏิบัติการลงมือลงแรงสัมผัสชีวิตชาวบ้านด้วยตนเอง ด้วยการปลอมตัวลงไปขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่งอาหารเดลิเวอรี่ นี่เป็นนโยบายจากกรุงปักกิ่งสั่งลงมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ให้หน่วยงานระดับกรมและสำนักงาน พรางตัวลงไปสัมผัสชีวิตจริงในสังคม เพื่อรับรู้ถึงปัญหา , ข้อด้อย , จุดเสี่ยง และความทุกข์ใจของผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะกลุ่ม “ผู้ขับขี่รถส่งอาหาร” หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 外卖小哥 wàimài xiǎogē (ไว่-ไม่-เสี่ยว-เกอ) ซึ่งเป็นอาชีพที่เพิ่มจำนวนบุคลากรขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย หากแต่สวัสดิภาพและสวัสดิการของพวกเขา ยังคงถูกมองข้าม รวมถึงบางส่วนยังถูกบริษัทผู้ให้บริการเอารัดเอาเปรียบ ท่านรองผอ. “หวัง” อาสาเป็นตัวแทนสำนักงาน ลงพื้นที่ขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากการฝึกงานกับผู้ขับขี่รถเดลิเวอรี่ตัวจริง 1 วัน ก่อนที่วันต่อมาจะลุยเดี่ยว วันแรกของ “รองหวัง” ผู้น่าสงสาร ส่งอาหารผิดตึก หาร้านอาหารไม่เจอ จราจรติดขัด โทรหาลูกค้าไม่ติด ไปส่งอาหารช้าโดนปรับเงิน! สารพัดปัญหา ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอุปสรรคที่บรรดาผู้ทำอาชีพส่งอาหารต้องพบเจอในแต่ละวัน . หลังจากลิ้มรสความลำบากพอสมควรแล้ว วันที่ 2 รองหวังขอแก้ตัว เมื่อประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ขอตั้งเป้าทำเงินให้ได้สัก 100 หยวน (500 บาท) จัดเต็มขี่รถส่งของแบบลืมเหนื่อยสัก 12 ชั่วโมง! ปรากฏว่าสาหัสเอาเรื่อง ในเวลามากถึง 12 ชั่วโมง ท่านรองฯ ส่งอาหารได้เพียงแค่ 5 ออเดอร์ ได้เงินค่าเหนื่อยรวมแค่ 41 หยวน หรือราว 200 บาท เท่ากับ 1 ชั่วโมงได้เงินไม่ถึง 17 บาท ซึ่งอย่าลืมว่าค่าครองชีพปักกิ่งสูงกว่าเมืองไทยพอสมควร เจ็บปวดที่สุดคือ ช่วงใกล้ค่ำ วิ่งรถไปส่งอาหาร เนื่องจากการจราจรติดขัดสุดขีด ทำให้ไปช้ากว่าเวลานัดหมาย โดนหักเงินไปอีก 60% เหลือได้รับค่าจ้างเพียง 6.6 หยวน หรือประมาณ 30 บาท! “งานนี้ไม่ง่ายจริง ๆ ผมรู้สึกท้อใจมาก ด้วยเวลาทำงานมากถึง 12 ชั่วโมง ทำเงินได้แค่นี้ (200 บาท) ยังห่างจากเป้าที่ผมวางไว้มากโข” แน่นอนว่าประสบการณ์ลงพื้นที่ อาบเหงื่อสัมผัสชีวิตคนหาเช้ากินค่ำในครั้งนี้ ทำให้รองหวังได้ข้อมูลมากมาย นำกลับไปทำรายงาน เพื่อการปรับแก้นโยบายและบังคับใช้อย่างเข้าเป้าและตรงจุด เพื่อความพึงพอใจของประชาชน “ผมรู้เลยว่ายุคนี้นโยบายต้องยืดหยุ่น และเราต้องลงรายละเอียดในแต่ละอาชีพ จะเหมารวมไม่ได้ โดยเฉพาะอาชีพใหม่ ๆ เราต้องทำการบ้าน หาข้อมูลกันหนักกว่านี้” “พอกันทีกับการนั่งเทียนเขียน คิดนโยบายเอาเองจากในออฟฟิศ การคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงานที่ได้ผล ผู้บังคับใช้กฎหมายจะเข้าใจอาชีพนั้น ๆ อย่างถ่องแท้จริง ๆ” นโยบายที่รัดกุม ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ จะทำให้การเอารัดเอาเปรียบ และความขัดแย้งระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้างลดน้อยลง ความสุขของประชาชน โดยเฉพาะคนทำงานในระดับฐานรากจะเพิ่มมากขึ้น สังคมจะน่าอยู่ขึ้น หลังจากเรื่องราวการผจญภัยของรองผู้อำนวยการสำนักแรงงานสัมพันธ์ปักกิ่งถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดบริษัทผู้ให้บริการส่งอาหารชั้นนำของจีนถึง 2 แห่ง ออกแถลงการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน พร้อมทบทวนระเบียบ “การปรับเงิน” ค่าจ้าง กรณีส่งอาหารล่าช้า และให้คำมั่นจะส่งทีมงานสำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของบรรดาพนักงานขับขี่ รวมถึงพัฒนาประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าการ “ขยับตัว” ลงพื้นที่ทำงานจริงจังของเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนในครั้งนี้ ส่งแรงกระเพื่อมมหาศาล ทั้งเป็นตัวอย่างให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ ปฏิบัติตาม รวมถึงช่วยกระตุ้นเตือนบรรดาผู้ประกอบการ ไม่ให้ค้ากำไรเกินควร และเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน เป็นปฏิบัติการพิชิตใจพี่น้องประชาชน ทำให้ทุกคนรู้สึกว่ารัฐบาลปกป้องดูแล ภาษีที่เสียไปคุ้มค่าทุกหยวนทุกสตางค์ ขอขอบคุณข้อมูล http://www.macaodaily.com , FB ไทยคำ-จีนคำ  ข่าวที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลจีนลบข่าว โคลอี จ้าว คว้าออสการ์ เกลี้ยงเน็ต เหตุเคยวิจารณ์ประเทศ คุณแม่ชาวจีนใจป้ำ ทุ่มเงิน 6 ล้าน สร้างสะพานลอย เพื่อให้ลูกข้ามถนน โควิด-19 : ขณะโลกยังไม่ฟื้นจากโรคระบาด เศรษฐกิจจีนไตรมาส […]

ชาวเน็ตชื่นชม! เจ้าของไม่อยู่บ้าน สั่งอาหารให้หมา ไลน์แมนใจดีเป่าข้าวให้น้องด้วย (มีคลิป)

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2564 กลายเป็นคลิปที่ได้รับการแชร์ด้วยความชื่นชมในโลกออนไลน์ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ คงเคยมีประสบการณ์เมื่อมีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างจังหวัด แต่ไม่มีใครคอยดูแลสัตว์เลี้ยง บางคนอาจจะฝากเพื่อนบ้านให้ช่วยให้อาหาร แต่โลกยุคนี้ที่ทุกอย่างออนไลน์ วิธีการให้อาหารสัตว์เลี้ยงก็เปลี่ยนไป ด้วยการสั่งอาหารแบบเดลิเวอร์รี่ และฝากให้อาหารเจ้าตัวเล็ก เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ชาวเน็ตชื่นชม! คุณลุงมีโชว์ให้ดูระหว่างรอรับรถ สร้างรอยยิ้มให้ชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก ชาวเน็ตชื่นชม! หนูน้อยตัวเล็กมาก มาเกณฑ์ทหาร จะเป็นยังไง…? (มีคลิป) โดยคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ประทับใจ เมื่อเจ้าของสุนัขสองตัวไม่อยู่บ้านแล้วใช้บริการสั่งอาหารเดลิเวอร์รี่มา แต่เนื่องจากข้าวร้อนเกินไป หนุ่มไลน์แมน เลยช่วยเป่าข้าวให้เจ้าตัวเล็กที่รอกินข้าวด้วยความดีใจ กลายเป็นคลิปประทับใจคนรักสัตว์ ถึงความมีน้ำใจของไลน์แมนคนนี้   อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นชื่นชมไลน์แมนเป็นจำนวนมาก “น่ารักมาก หายากนะส่วนมากเค้าเปิดวางให้เฉยๆ” บ้างก็บอกว่า “นี่แหละเป็นจ๊อบพิเศษของไลน์แมน น่ารักมาก” ชาวเน็ตเมื่อเห็นคลิปนี้ต่างยิ้มกันเป็นแถว

เจอตัวแล้ว! หนุ่มส่งอาหาร แก้ผ้าล่อนจ้อนขี่จักรยานยนต์ กลางเมืองสงขลา

กรณีชายหนุ่มคนหนึ่งขี่ จยย.เปลือยกายล่อนจ้อนบริเวณถนนกาญจนวนิช หน้า ม.ทักษิณ ล่าสุด ชายคนดังกล่าวเข้าพบ ตร.สภ.เมืองสงขลาแล้ว โดนปรับ 500 บาท ฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล กรณีมีชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์เปลือยกายล่อนจ้อน บริเวณถนนกาญจนวนิช หน้ามหาวิทยาลัยทักษิณ ใน อ.เมืองสงขลา โดยท้ายรถมีกระเป๋าส่งอาหารเดลิเวอรี่เจ้าหนึ่ง รวมถึงมีโทรศัพท์ติดที่หัวรถเหมือนแบบเดียวกับรถที่รับส่งอาหาร ซึ่งมีผู้ขับรถรายหนึ่งบันทึกภาพเอาไว้ได้ เมื่อวันนี้ (21 ก.ย.63) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุที่หนุ่มคนนี้ขับรถผ่าน เพื่อสอบถามเหตุการณ์จากชาวบ้าน แม่ค้ารายหนึ่งบอกว่า รับไม่ได้กับภาพนี้ เพราะหากชายหนุ่มคนนี้รับส่งอาหารจริงๆ ก็รู้สึกไม่ดี และหากเจอคนมาส่งอาหารในลักษณะแบบนี้ก็คงไม่อยากกินแล้ว ส่วนอีกคนคือ นายใบ อ้วมอุ่ม อายุ 66 ปี วินรถจักรยานยนต์ที่หน้าวัดอุทัยธาราม กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันนี้ (21 ก.ย.) เห็นชายหนุ่มคนนี้ได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าวัด พร้อมกับแก้ผ้าออก และเดินไปเดินมา ถามก็ไม่ตอบ สักพักก็ขับรถจักรยานยนต์ออกไปในสภาพที่แก้ผ้าตามในคลิป ต่อมาได้ขับรถมาจอดที่หน้าวัดอุทัยธาราม และเดินล่อนจ้อนเข้าไปในวัด และเดินออกมาใส่เสื้อผ้าขับรถออกไปทันที ซึ่งน่าจะมาจากอาการของเข้า ด้าน พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสของชายคนนี้ว่าเป็นใคร และที่ทำไปเพราะสาเหตุใด ซึ่งในทางกฎหมายเป็นความผิดลหุโทษข้อหา “กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น” แต่กรณีนี้ก็สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้จากผู้คนที่หันมามอง และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนจากรถที่ผ่านไปมา ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันนี้ ชายคนนี้ได้เข้าพบตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ตามที่ตำรวจได้เรียกตัวไป ทราบชื่อ นายโษฑสิน เดือนจำรูญ อายุ 24 ปี เป็นชาว ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งทำงานเป็นพนักงานรับส่งอาหารเดลิเวอรี่ของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยตำรวจได้เปรียบเทียบปรับไปจำนวน 500 บาท ตามมาตรา 388 ฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่นโดย นายโษฑสิน ให้การว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะความเครียดจากปัญหาส่วนตัว หลังเสียค่าปรับเสร็จก็รีบเดินทางกลับไปทันที.

1 2 3