นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมจ.สุโขทัย บรรยากาศต้อนรับอบอุ่น

วันที่ 26 ก.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายกรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ พร้อมด้วย พล.อ.อนุ​พงษ์​ เผ่า​จินดา ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​และเฉลิมชัย​ ศรีอ่อน รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​เกษตรและสหกรณ์ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ศรีสะเกษ น้ำท่วมหนัก 5อำเภอ ผู้ว่า เร่งสูบน้ำระบายออก กรมอุตุฯเตือน ฝนยังคงตกหนัก มรสุมยังอยู่ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน! เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสุโขทัย​ โดยมี สมศักดิ์​ เทพสุทิน​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ยุติธรรม พร้อม ​สุริยะ​ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและ อนุชา​นาคาศัย​ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ​ จ.สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก ลำปาง นครสวรรค์ และพิจิตร มารอต้อนรับประมาณ​ 20 คน​ให้การต้อนรับ ก่อนนายกฯ จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอศรีสำโรง จำนวน 2 จุด ได้แก่ บ้านคลองชัด หมู่ ที่ 8 ตำบลวังใหญ่ และวัดดอนจันทร์ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จ.สุโขทัย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์​ มีการพูดคุยผ่านเครื่องขยายเสียง​และทักทายสวัสดี ‘นะจ๊ะ’ ประชาชน​ที่อยู่ตามบ้านเรือนตลอดเส้นทาง​​ โดยบอกว่า​ นี่เป็นภัยธรรมชาติ​ ก็ต้องแก้กันไป​ ขอให้ทุกคนแข็งแรง​ ปลอดภัย​ นายกรัฐมนตรี​กล่าวอีกว่า​ ปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่มีเพียงแค่ตรงนี้ซึ่งมีหลายที่ด้วยกันโดยขณะนี้มีพายุเข้ามา โดยปีที่แล้วพายุเข้ามา 5 ลูก​ และนี่เพียงลูกเดียว จึงขอให้ช่วยกันสวดมนต์​ อย่าให้พายุเข้ามาอีกเลย​ พายุลูกเดียวนี่ก็พอแล้ว​ พร้อมต้องช่วยกันคิดใหม่ว่าวันข้างหน้าจะอยู่กันอย่างไร จะต้องปลูกบ้านอย่างไร ตั้งปลูกบ้าน 2 ชั้นหรือขยับขยายไปอยู่ในที่สูงขึ้น ซึ่งรู้ว่ายาก แต่ถ้าตั้งใจฟังรัฐบาลพูดบ้าง​ก็น่าจะไปในทิศทางที่ดีขึ้นบ้าง ทั้งนี้สาเหตุน้ำท่วมสุโขทัยครั้งนี้คาดเกิดจากฝนตกหนักหลายวันทำให้น้ำที่เอ่อล้นอ่างเก็บน้ำแม่มอก อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ทางตอนใต้ของ จ.ลำปาง ได้รับน้ำจากน้ำป่าบนยอดเขาเขตอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยและอุทยานแห่งชาติแม่วะ ซึ่งทำให้อ่างเก็บน้ำแม่มอก มีปริมาณน้ำที่เต็มเกินความจุและล้นสปิลเวย์ต่อเนื่อง จนไหลมาสมทบกับน้ำในคลองแม่รำพันในพื้นที่ จ.สุโขทัย ที่มีปริมาณสูงขึ้นเนื่องจากฝนตกหนักรายวัน จนทำให้ระบบผันน้ำในคลองไม่สามารถผันน้ำปริมาณมหาศาลลงสู่แม่น้ำยมได้ จึงเกิดน้ำเอ่อล้มท่วมเมืองสุโขทัย เช่น อ.เมือง อ.ศรีสำโรง ที่เป็นพื้นที่ท้องกระทะรับน้ำจากทุกด้าน โดยภาพรวมสุโขทัยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ 9 อำเภอ 56 ตำบล 288 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตร 169,297 ไร่ บ่อปลา 1,326 ไร่ ถนน 118 สาย สะพาน 6 แห่ง ท่อระบายน้ำ 7 แห่ง ตลิ่ง/คันกั้นน้ำ 6 แห่ง ฝาย 9 แห่ง

วุ่นทั้งโรงเรียน ! พบครูสุโขทัยติดโควิด ครู-นักเรียน ตรวจหาเชื้อกว่า 70 คน

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.64 จากกรณีที่โรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัย ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองนักเรียนรายหนึ่งว่าติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา และจากการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ในเด็กนักเรียนที่เป็นลูกของผู้ปกครองรายนี้ผลออกมาพบติดเชื้อ ขณะที่ครูในโรงเรียนแห่งนี้เป็นญาติกับครอบครัวนี้ก็ติดเชื้อโควิด-19 เช่นกัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตองนำครูและนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงกว่า 70 คนของโรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัย ไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 คาดจะรู้ผลในวันที่ 25 มิ.ย.64 ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม จ.พิจิตร พบคุณครูวัย 54 ติดโควิด มีประวัติสัมผัสใกล้ชิด นักเรียน ครู และชาวบ้าน อีกกว่า 100 คน น่าสงสาร เปิดเทอมไม่ทันไร เด็กนักเรียนติดโควิดแล้ว 5 ราย ล่าสุด ทางโรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัย และเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ไดจัดทีมเจ้าหน้าที่ เข้าทำความสะอาดพื้นที่ภายในโรงเรียน ล้างทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสรวมถึงฉีดพ่นย่าฆ่าเชื้อ ตามห้องเรียน ทุกชั้นเรียน ห้องปฏิบัติกร อาคารโรงอาหาร และบริเวณสนาม เพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดการเรียนการสอนต่อไป ซึ่งทางโรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัย ได้ประกาศปิดการเรียนการสอนระหว่างวันที่ 23-27 มิถุนายน 2564 โดยจะเปิดเรียนในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ และปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทุกระดับชั้น โดยให้นักเรียนทุกระดับชั้นเรียน Online อยู่ที่บ้าน งดการเรียนการสอนในรูปแบบ On-site ที่โรงเรียน ไปจนถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2564 หรือจนกว่าจะมีการแจ้งการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

คุณตาวัย 66 เผยสูตรยาอายุวัฒนะ กินแล้วปึ๋งปั๋ง กินทุกวันกำลังดีทุกคืน

จากกรณีมีกระแสข่าว ลุงวัย 66 ปี เผยสูตรยาอายุวัฒนะกินแล้วปึ๋งปั๋งแข็งแรง ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 382/4 ม.8 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย  พบกับ นายจำนันท์ อายุ 66 ปี ซึ่งดูยังหนุ่มแน่น ผิวพรรณเต่งตึง นั่งสับบอระเพ็ดอยู่บนแคร่ พร้อมสมุนไพรอีก 3 อย่าง โดยลุงนันท์ เล่าว่าสูตรนี้เป็นยาบำรุงที่กินมากว่า 40 ปี แล้ว โดยสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ประกอบด้วยเถาบอระเพ็ดเป็นหลัก รองลงมาคือมะขามเปียก นำมาโขลกให้ละเอียดเข้ากัน ในอัตราส่วน บอระเพ็ด 2 ส่วน มะขามเปียก 1 ส่วน จากนั้นเติมน้ำผึ้งเกษร 108 ชนิด คลุกเคล้าด้วยเกลือ 3 หยิบมือ ที่สำคัญต้องกลั้นหายใจตอนหยิบเกลือ ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ได้รับตกทอดมา ตำให้ละเอียดจนเข้าเนื้อ จากนั้นนำมาแบ่งปั้นเป็นลูกกลอนเก็บไว้กินหลังอาหารเช้า 1 เม็ด ก่อนนอน 1 เม็ด กินมาอย่างนี้ตลอด 40 ปี รู้สึกดีมีกำลัง ยกของหนักๆ สบาย รวมถึงเรื่องในมุ้ง ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ความเชื่อของคนโบราณ เอาตะขาบมาดองเหล้า เป็นยาบำรุงกำลัง สมุนไพรพื้นบ้าน”พังแหร” กับการวิจัยครั้งแรกของโลก… ยืนยันว่าน้องชายขยันไม่เคยทำเสียหน้า และล่าสุดเพิ่งมีลูกเล็ก 2 ขวบ กับภรรยาคนล่าสุด อายุ 46 ปี โดยก่อนหน้านั้นมีเมียมาแล้วกว่า 20 คน  ที่เลิกกันไปเพราะเหตุผลต่างๆ กัน แต่ทุกคนยังรักลุงนันท์ เหมือนเดิมส่วนเพื่อนบ้านอีกคนที่สนิทกันคือ ลุงจง อายุ 71 ปี  มาร่วมยืนยันอีกคนว่ากินยาปึ๋งปั๋งสูตรลุงนันท์ นี้ด้วยเช่นกัน ปัจจุบันสุขภาพแข็งแรง ไปหาหมอเฉพาะช่วงตรวจร่างกายประจำปี และคุยอวดว่ายังมีความสามารถสะกิดสาวได้วันเว้นวัน เพราะสรรพคุณตัวยานี้ แถมยืนยันย้ำอีกว่า กินทุกวันกำลังดีทุกคืน สำหรับสูตรยาปึ๋งปั๋งนี้ลุงนันท์ ไม่หวงสูตร ใครจะนำไปปรุงก็มีเพียงสูตรตัวยา 4 ชนิดนี้เท่านั้น คือบอระเพ็ด มะขามเปียก น้ำผึ้ง และเกลือ แต่ต้องมีความเชื่อและความศรัทธา เพราะเป็นการรับช่วงมาจากบรรพบุรุษ ทางด้าน ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย กล่าวถึงสรรพคุณทั้ง 4 ของตัวยานี้ว่า สมุนไพรทั้ง 4 มีประโยชน์ต่อร่างกาย ตั้งแต่เถาบอระเพ็ด มีสรรพคุณแก้ไข้ ลดไข้  มะขามเปียกมีประโยชน์สำหรับทางเดินอาหาร ช่วยถ่ายช่วยระบาย น้ำผึ้งมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ทำให้เจริญอาหาร ส่วนเกลือนั้นเป็นส่วนผสาน แต่ทั้งหมดนั้นไม่ควรเกินกิน 5 เม็ดต่อวัน เพราะอาจมีผลเสียต่อไตได้ ส่วนเรื่องช่วยสมรรถนะทางเพศนั้น อาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เพราะสมุนไพรทั้ง 4 นั้นไม่มีสรรพคุณด้านนี้ แต่มีข้อเตือนสำหรับการใช้ยาสมุนไพร ไม่ควรรับประทานมากเกินไปเพราะมีผลต่อร่างกาย โดยเฉพาะบอระเพ็ดจะมีผลต่อไต ซึ่งการใช้สมุนไพรและยาแผนปัจจุบันนั้นเวลาขับถ่ายจะผ่านทางไตและตับ ซึ่งอาจทำให้เป็นโรคไตและตับตามมา

‘ในหลวง-ราชินี’ ทรงวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารที่ศาลจังหวัดสุโขทัย

วันที่ 8 เม.ย.64 เวลา 19.14 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดสุโขทัย ณ ที่ทำการศาลจังหวัดสุโขทัย ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ในโอกาสนี้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารที่ทำการศาลจังหวัดสุโขทัย เสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวิชัย เตชะศิริสวัสดิ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือที่ระลึก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางสาวรัตนกุล ธัญธนวิน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดสุโขทัย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือที่ระลึก แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้ว นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา กราบบังคมทูลรายงาน และขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดสุโขทัย เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ร.7 หัวหิน เจ้าคุณพระสินีนาฏ  จากนั้น เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังมณฑลพิธีวางศิลาฤกษ์ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทรงวางลงในเบ้า พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย “อาคารศาลจังหวัดสุโขทัย” พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประทับรับรอง ทรงลงพระปรมาภิไธย และ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุด ที่ระลึก จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เพื่อประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ จากนั้น ประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดสุโขทัยในครั้งนี้ นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก นับจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 มีราษฎรจากอำเภอต่าง ๆ อาทิ อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอศรีนคร ในจังหวัดสุโขทัย และจังหวัดใกล้เคียงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท บริเวณสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย และบริเวณหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย รวมทั้งตลอดเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน ทุกคนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง โบกธงพระปรมาภิไธย “ว.ป.ร.” ธงพระนามาภิไธย “ส.ท.” และธงชาติไทย พร้อมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” อย่างกึกก้อง แสดงออกถึงความจงรักภักดี และความปลื้มปีติที่ได้ชื่นชมพระบารมี

มุดถ้ำที่สุโขทัยลุยเพื่อพิสูจน์!ทอง 14 ตัน ทหารญี่ปุ่นขนลงรถไฟใช้ช้าง-เกวียนลากซ่อนยุคสงครามโลก

ชาวบ้านยังลือกันจนถึงทุกวันนี้..ทหารญี่ปุ่นขนทอง 14 ตันลงรถไฟสวรรคโลก ก่อนใช้ช้าง-วัวเทียมเกวียนลากซ่อนไว้ในถ้ำบนเขา ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยระดมกำลัง 200 นายกลับมาขุดแต่ยังไม่พบ ล่าสุดมุดถ้ำเจออุโมงค์ขุดซับซ้อนกระจายทั่วดอย หลังชาวบ้านลือกันว่าภายในถ้ำบนยอดเขาแห่งหนึ่งของ จ.สุโขทัย เป็นสถานที่ซุกซ่อนทองคำแท่งหนักประมาณ 14 ตัน ในช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทหารญี่ปุ่นได้ขนลงจากสถานีรถไฟที่ อ.สวรรคโลก แล้วนำมาซ่อนไว้ในถ้ำบนยอดเขา กระทั่งหลังสงครามยุติได้ 2-3 ปี ก็มีชาวบ้านพบเห็นทหารญี่ปุ่นราว 200 นาย ขึ้นไปขุดค้นหาทองคำ แต่ทว่าก็ยังไม่เจอ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามลุงเกลี้ยง อายุ 64 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า เรื่องราวนี้คุณตาเป็นคนเล่าให้ฟัง เพราะตอนเป็นเด็กเคยเดินขึ้นเขาเข้าถ้ำ เพื่อหาของโบราณไปขาย ตาก็ดุว่าจะขึ้นไปหาทำไม มันไม่มีหรอก ถ้ามีอยู่พวกทหารญี่ปุ่นก็คงเอาไปหมดแล้ว ตนเองรู้สึกงงว่าเกี่ยวอะไรกับทหารญี่ปุ่น ตาเลยเล่าให้ฟังว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ขนทองคำ (หนักประมาณ 14 ตัน) ลงจากรถไฟที่สถานีสวรรคโลก แล้วใช้ช้าง 7 เชือก วัวเทียมเกวียน 7 เล่ม ขนทองคำมาซ่อนไว้ในถ้ำบนเขาลูกนี้ และหลังสงครามโลกยุติได้ประมาณ 2-3 ปี ก็มีทหารญี่ปุ่นราว 200 นาย ขึ้นไปบนเขานานเป็นเดือน เพื่อค้นหาทองคำที่ซ่อนไว้ แต่ทว่าก็ยังไม่เจอ ลุงเกลี้ยง บอกว่า ตอนเป็นเด็กเคยมุดเข้าอุโมงค์ในถ้ำบนเขาดังกล่าว มีหลายถ้ำ เป็นถ้ำธรรมชาติ แต่ภายในถ้ำพบมีการขุดอุโมงค์เชื่อมต่อกัน บางจุดถูกขุดจนทะลุไปโผล่เขาอีกด้าน ส่วนบนยอดเขาจะมีปล่องระบายอากาศเชื่อมต่ออุโมงค์ เพื่อช่วยให้หายใจได้ จำนวนนับสิบๆปล่อง และยังพบถ้ำบางแห่งมีร่องรอยการระเบิดปิดทางเข้าถ้ำด้วย ทั้งนี้ ลุงเกลี้ยงได้พาผู้สื่อข่าวเดินขึ้นเขาสำรวจ พบว่าก่อนถึงยอดเขาจะมีถ้ำอยู่ใกล้ๆกันหลายถ้ำ บางถ้ำคล้ายถูกระเบิดมีหินถล่มปิดปากทาง จึงสำรวจอีก 2 ถ้ำที่สามารถมุดคลานเข้าไปได้ โดยถ้ำหนึ่งปากทางเข้ามีความกว้างพอประมาณ เดินก้มเข้าได้ แต่อีกถ้ำคล้ายโพรงต้องมุดคลานเข้าไป เมื่อเข้าไปภายในถ้ำก็พบว่า มีการขุดอุโมงค์ให้ลึกเข้าไปอีก พร้อมทั้งมีห้องโถงใหญ่คล้ายเป็นที่เก็บวางของ และปลายอุโมงค์ก็ยังมีทางแยก 3 ช่อง ขุดต่อไปอีกด้วย ขณะที่บนยอดเขาก็พบว่ามีช่องหลุมลึกบ้าง ตื้นบ้าง นับสิบๆหลุมกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปล่องช่องระบายอากาศ เชื่อมต่อกับอุโมงค์ในถ้ำเพื่อให้หายใจได้ เป็นฝีมือคนขุดแน่นอน ไม่ใช่เกิดจากธรรมชาติ “ยังมีถ้ำที่ยังไม่ได้สำรวจอีก และเรื่องเล่าทองคำจึงอาจเป็นเรื่องจริงก็ได้ อย่างน้อยก็พบหลักฐานการขุดอุโมงค์ในถ้ำ โดยฝีมือมนุษย์ เขาจะขุดเล่นทำไม ถ้าไม่ค้นหาหรือเอาของมีค่ามาซ่อนไว้” ลุงเกลี้ยง กล่าว นายสมชาย เดือนเพ็ญ รองปลัดเทศบาลตำบลในเมือง นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มจังหวัดมรดกโลกทางวัฒนธรรม จ.สุโขทัย กล่าวว่า ในอดีตทหารญี่ปุ่นเคยใช้สุโขทัยเป็นเส้นทางเดินทัพ โดยลงขบวนรถไฟที่สวรรคโลก ผ่านเมืองเก่าสุโขทัย บ้านด่านลานหอย ตาก แม่สอด เพื่อจะเข้าไปตีเมืองย่างกุ้งประเทศพม่า และระหว่างเคลื่อนทัพก็ต้องมีเสบียง ทองคำเป็นสิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนได้ ดังนั้นเรื่องเล่าทองคำที่ทหารญี่ปุ่นขนไปซ่อนในถ้ำบนเขาสุโขทัย ซึ่งเป็นทางผ่านกองทัพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน ประกอบกับเจอร่องรอยขุดอุโมงค์โดยฝีมือมนุษย์ แต่สำหรับปล่องอากาศที่พบบนยอดเขานั้น มีลักษณะคล้ายปล่องที่ อ.พรานกระต่าย ระหว่างริมทางถนนพระร่วง ซึ่งก็ยังวิเคราะห์กันไม่ได้ว่ามีเพื่อใช้ทำอะไร จะเป็นที่คนไทยใช้หลบกองทัพพม่าหรือไม่ ก็ยังสรุปไม่ได้ “เรื่องเล่าทองคำ ก็ต้องตั้งคำถาม และช่วยกันหาทางพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ชัดเจนต่อไป”

1 2