สุดหลอน?! “ไรเดอร์หนุ่ม” ส่งออร์เดอร์ เจอลูกค้าปักหมุดกลาง “สุสาน” (มีคลิป!!!)

  ฮือฮาชั่วข้ามคืน เมื่อหนุ่มไรเดอร์จากบริษัทฟู้ดแพนด้าได้ถ่ายคลิปแชร์ประสบการณ์สุดขนหัวลุกของการส่งออร์เดอร์ให้ลูกค้าที่ปักหมุดกลางสุสาน   อียิปต์ขุดพบ 13 โลงศพไม้โบราณ อายุกว่า 2,500 ปี ซ่อนอยู่ใต้สุสานกลางทะเลทราย (ชมคลิป) เศรษฐีใจบุญ จ้างหนังกลางแปลง มาเปิดให้ผีดูกลางสุสาน 10 คืนติด รวบสองโจ๋บุกปล้นสุสาน ข่มขืนศพ ยายวัย 84 ปี ญาติผงะเพิ่งฝังแค่วันเดียว โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ผู้ใช้ TIKTOK รายหนึ่ง ชื่อว่า Boy Sittichai Muangn ได้อัปโหลดคลิปวิดีโอของตนเองกับประสบการณ์ส่งออร์เดอร์ให้ลูกค้ากลางสุสาน โดยเหตุการณ์มีอยู่ว่า เขาได้รับออร์เดอร์สินค้าจากลูกค้าที่สั่งน้ำหวานจำนวน 2 แก้ว ให้ไปส่งในพื้นที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท พร้อมปักหมุดในแผนที่ให้เรียบร้อย หากแต่ เมื่อเขาขับรถไปตามหมุดที่ปักไว้ เส้นทางกลับสิ้นสุดปลายทางที่สุสาน หลังวัดเขาท่าพระ ทำให้เขางงงวยและตกใจมาก จึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมพูดว่า “โทรไปก็ไม่รับ หมุดอยู่เนี่ย (สบถ) หลุมไหนล่ะเนี่ย” เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปไม่นานก็ได้รับความสนใจในโลกโซเชียลเป็อย่างมาก ต่อมาไม่นาน ชายหนุ่มเจ้าคลิปก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตนได้รับออเดอร์แล้วจึงไปตามหมุดเส้นทางที่ลูกค้าปักไว้ให้เพื่อส่งสินค้า แต่เส้นทางกลับไปสิ้นสุดลงที่สุสาน เมื่อโทรติดต่อลูกค้าก็ไม่รับสาย ทำให้สองจิตสองใจว่าอาจถูกผีหลอก หรือไม่ก็คนด้วยกันหลอกกลางวันแสกๆ แต่เหตุการณ์นี้ก็จบลงด้วยดี เมื่อลูกค้าโทรกลับในเวลาต่อมาโดยบอกว่าบ้านอยู่ห่างจากสุสานไปประมาณ 300 เมตร ตนจึงรีบนำออเดอร์ไปส่งได้สำรวจ

(มีคลิป) หนุ่มส่งอาหาร ถึงกับงง เมื่อมาส่งอาหารตามGPS แต่เอ๊ะ!! สถานที่มันแปลกๆ??

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เป็นที่ฮือฮอา เมื่อมีผู้ใช้ Tiktok ชื่อ “boychainat” ลงคลิปวิดีโอ โดยข้อความระบุว่า หลุมไหนสั่ง ยกมือหน่อยย เอออะ ทั้งในน้ำ บนเรือ. อันนี้…….. อย่าหาทำเด้อ ดีนะกลางวัน. #ตามgps #ส่งอาหาร #แพนด้า #ลายแมน เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ฮือฮา!! หนุ่มกางเต้นท์ในป่า พอแหงนมองไปบนต้นไม้แทบช็อก เงินเเบงค์ 70 บาท เรียกเสียงฮือฮาในโซเชียล

พบแล้ว “น้องหลิว” สาวโรงงานอายุ 19 ปีหายไป 8 ปี ถูกฆ่าอำพรางศพในไร่อ้อยกลายเป็นศพนิรนาม

เฟซบุ๊ก มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยเคส “น้องหลิว” หญิงสาวรายหนึ่งที่หายตัวลึกลับนานกว่า 8 ปี ล่าสุดมีการตรวจดีเอ็นเอของแม่น้องหลิว พบว่าตรงกับศพนิรนามที่ถูกฝังในสุสานตั้งแต่ปี 2555 นางสาวมยุรี ชื่อเล่น หลิว อายุขณะหาย 19 ปี หายตัวไปจากบริเวณห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาคลองรั้ง ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 โดยในช่วงเวลานั้นน้องหลิวขี่รถจักรยานยนต์มาห้างโลตัส และจอดรถทิ้งไว้ที่นั่นแล้วขาดการติดต่อไป ทั้งนี้ ข้อมูลขณะเกิดเหตุ น้องหลิว เพิ่งเดินทางจากบ้านที่ ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว มาทำงานที่นิคมอุสาหกรรม 304 อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ก่อนหายตัวไปลึกลับ โดยหลังจากน้องหลิวหายไป ครอบครัวได้เดินทางมาเก็บข้าวของเครื่องใช้ของน้องหลิวภายในหอพัก ใกล้นิคมอุตสาหกรรม 304 โดยภายในห้องพักยังมีเสื้อผ้าของใช้ทั่วไปในสภาพปกติไม่มีร่องรอยการรื้อค้น ภายหลังจากการหายตัวไปของน้องหลิว ครอบครัวได้ออกติดตามหา โดยสอบถามจากเพื่อนสนิทและเพื่อนที่ทำงานด้วยกันที่นิคมอุตสาหกรรม 304 ต่อมามีผู้ปล่อยข่าวลือว่า น้องหลิวน่าจะไปทำงานที่ต่างประเทศ ประกอบกับอุปนิสัยน้องหลิวที่เป็นคนช่วยเหลือตัวเอง เอาตัวรอดด้วยตัวเองมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ครอบครัวจึงคิดว่า น้องหลิวอาจไปหางานทำที่อื่น หรือตัดสินใจกลับไปคบหาคืนดีกับชายต่างวัยที่มาติดพัน ซึ่งก่อนหน้าน้องหลิวจะหายตัวไปได้มีปัญหาและพยายามจะเลิกรากัน โดยครอบครัวหวังว่าน้องหลิวน่าจะติดต่อกลับทางบ้านเมื่อหน้าที่การงานหรือชีวิตส่วนตัวลงตัว กระทั่งปี 2562 ทางครอบครัวเห็นว่าน้องหลิวขาดการติดต่อไปนานแล้ว จึงพยายามอีกครั้งในการติดตามหาน้องหลิว โดยแจ้งคนหายมายังมูลนิธิกระจกเงาให้ช่วยติดตาม โดยมูลนิธิกระจกเงา ได้ประสานตรวจสอบข้อมูลความเคลื่อนไหวของคนหายในระบบราชการ.ไม่พบว่ามีการมาทำบัตรประชาชนใหม่ ไม่พบความเคลื่อนไหวในระบบบัตรทอง/ประกันสังคม และไม่พบการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งในระยะหลังพบคดีคนหายถูกฆาตกรรมเสียชีวิตและกลายเป็นศพนิรนามหลายศพ จึงมีการตั้งประเด็นเรื่องน้องหลิวอาจเสียชีวิตแล้วเป็นศพนิรนามนอกพื้นที่ที่หายไป ทีมงานมูลนิธิกระจกเงา จึงลงพื้นที่ประสานงานตามโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อจุดที่หายไป กระทั่งพบข้อมูลศพนิรนามเพศหญิง ต้องสงสัย 3 ศพ ซึ่งทั้งหมดถูกฆาตกรรมเสียชีวิตและนำศพไปทิ้งอำพราง ต่อมามีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ มารดาน้องหลิว ตรวจเทียบกับดีเอ็นเอ ศพนิรนามทั้ง 3 ศพ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งได้เก็บตัวอย่างกระดูกของศพไว้ เมื่อนำมาเทียบดีเอ็นเอกัน พบว่า ศพหญิงนิรนามที่ถูกพบเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2555 บริเวณไร่อ้อย หมู่ 13 ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ตรงกับดีเอ็นเอของมารดาน้องหลิว โดยศพมีสภาพเน่าอืด ใบหน้าเปลี่ยนรูป ไม่มีเอกสารติดตัว ถูกนำส่งไปผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พบบาดแผลจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืนหลายจุด จากนั้นถูกส่งไปฝังที่สุสานแห่งหนี่งในจังหวัดชลบุรีนานกว่า 8 ปี กลายเป็นศพนิรนามไม่ทราบชื่อ กระทั่งเกิดการติดตามจนทราบว่าศพดังกล่าวเป็นน้องหลิวที่หายไปตัว

เศรษฐีใจบุญ จ้างหนังกลางแปลง มาเปิดให้ผีดูกลางสุสาน 10 คืนติด

วันนี้ 19 สิงหาคม 2563 เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนุ่มนักธุรกิจเศรษฐีใจดีได้ว่าจ้างหนังกลางแปลงของทีมงานสุริยะภาพยนตร์ ให้นำหนังมาฉายกลางสุสานหงษ์นิทานธรรมมูลนิธิสูงเนินสงเคราะห์สว่างแสงธรรมธรรมสถาน ตำบลสูงเนิน อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา โดยได้มีหนังกลางแปลงฉายจำนวน 2 เรื่อง เป็นเวลา 10 คืน ซึ่งเผยว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งให้กับสุสานศพไร้ญาติที่ไม่มีใครมารับทำให้วิญญาณยังติดอยู่กับสุสาน จึงได้นำหนังกลางแปลงมาฉายให้กับดวงวิญญาณได้ดู ซึ่งก็สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านสุสาน และไม่มีใครกล้าเข้ามาดูหนังท่ามกลางบรรยากาศที่วังเวงอีกด้วย นายยศศักดิ์ สุริยจันทราทอง หัวหน้าทีมงานสุริยะภาพยนตร์ เปิดเผยว่า สำหรับคนที่ว่าจ้างมาเป็นนักธุรกิจที่อยากทำบุญโดยการว่าจ้างตนเองและทีมงานมาฉายหนังตามสุสานศพไร้ญาติต่างๆ โดยตนได้ถูกว่าจ้างให้ฉายหนังในพื้นที่สุสานในสูงเนิน จำนวน 10 วัน วันละ 2 เรื่อง ซึ่งจุดประสงค์หลักจริงๆคือการทำบุญให้กับวิญญาณศพไร้ญาติที่เสียชีวิตแล้วไม่มีญาติมารับ ส่วนเนื้อหาหนังส่วนใหญ่จะเป็นหนังตลก ห้ามเป็นหนังเศร้า   “ตนและทีมงานได้ลงมาพื้นที่นี้เป็นที่แรกของภาคอีสาน โดยปกติเคยเจอเรื่องลี้ลับหรือแปลกประหลาดประจำ ส่วนใหญ่จะเป็นคืนสุดท้ายที่ฉายหนัง ส่วนมากจะมาเป็นเสียง กลิ่น หรือฝนฟ้าอากาศ ตนก็คิดเสมอว่าเป็นการมาบอกลาหรือไม่อยากให้เรากลับ ส่วนการให้โชคตนก็เคยได้มาแล้วเป็นเงินหลักแสน จนต้องกลับมาทำบุญฉายหนังให้ดูอีกรอบ”  

ที่แรกกับฟิตเนสในป่าช้า ข้างเมรุเผาศพ เปิดให้บริการฟรีตลอด 24 ชม.

วันที่ 10 ส.ค. 61 ที่ชุมชนเมืองลัง ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ใช้ศาลาในสุสานของชุมชนเป็นสถานที่ออกกำลังกาย นำอุปกรณ์ออกกำลังกายจำนวน 13 ชิ้น ไปติดตั้งไว้ในศาลาสุสาน ใกล้กับเมรุเผาศพให้ชาวบ้านมาใช้ออกกำลังกายฟรีตลอด 24 ชั่วโมง โดยฟิตเนสดังกล่าวได้เปิดให้บริการมาประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งได้รับความสนใจ มีชาวบ้านทั้งเด็กผู้ใหญ่พากันมาออกกำลังกายทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเลิกเรียนและเลิกงาน บรรยากาศอาจดูเงียบและวังเวง แต่อากาศเย็นสบาย มีแสงไฟสว่างทั้งในศาลาและบนเมรุเผาศพ จึงไม่เป็นปัญหาในเรื่องของความน่ากลัว ชาวบ้านที่มาออกกำลังกายบอกว่า ส่วนใหญ่จะนัดกันมาเป็นกลุ่ม จึงไม่กลัวผี แต่ก็มีเด็กบางรายบอกว่าหากมาคนเดียวก็ไม่กล้า โดยในแต่ละวันมีประชาชนมาออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทำให้ต้องรอคิวใช้เครื่อง จึงแนะนำให้มาดึกๆ เพราะอุปกรณ์จะว่างเยอะ ทางด้าน นายสุรเกียรติ คำจันทร์ คนดูแลฟิตเนส บอกว่า ชาวบ้านในชุมชนต้องการอุปกรณ์ออกกำลังกาย ประกอบกับในสุสานมีศาลาเอนกประสงค์อยู่แล้ว คณะกรรมการชุมชนจึงนำเงินไปจัดซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายมาไว้ในศาลาสุสานให้ประชาชนได้มาออกกำลังกาย ส่วนเรื่องกลัวผี ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะมีแสงสว่างเพียงพอ โดยน่าจะเป็นฟิตเนส สถานที่ออกกำลังกายแห่งแรกในเชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ศาลาป่าช้า ใกล้กับเมรุเผาศพ สำหรับสถานที่ออกกำลังกายแห่งนี้ ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 2 แสนบาท จากโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งชาวบ้านต้องการอุปกรณ์ออกกำลัง เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพให้ดีขึ้น