อย่าเห่านะ เดี๋ยวครูได้ยิน!!!!!

อย่าเห่านะ เดี๋ยวครูได้ยิน!!!!! กลายเป็นเรื่องราวสุดน่ารักที่ใครเห็นก็อดยิ้มตามไม่ได้เลย สำหรับเรื่องราวของเด็กนักเรียนชายคนหนึ่ง ที่แอบเอาน้องหมามาโรงเรียนด้วยทุกวัน จนคุณครูอดเอ็นดูไม่ได้และนำเรื่องนี้เล่าเรื่องราวต่อผ่านโซเชียลจนสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับหลายๆ คนที่เห็นเลยทีเดียว เรื่องราวทั้งหมดเป็นของคุณครูที่ใช้ชื่อบัญชีเฟสบุ๊กชื่อ Lookpla Chadaphon ซึ่งเป็นคุณครูโรงเรียนทรายทองวิทยา ได้แชร์เรื่องราวผ่าน กลุ่มรักหมาจัง ถึงเรื่องราวของเด็กนักเรียนชายตัวเองไว้ว่า “น้องหมาจะมาโรงเรียนกับน้องทุกวันค่ะ เคยบอกห้ามเอาหมามาโรงเรียนนะคะลูก ผมบ่ได้พามันมาครับครู มันมาเอง บางวันก็ขึ้นไปห้องเรียน แอบใต้โต๊ะ นั่งเงียบ ครูก็ทำเป็นมองไม่เห็น เพราะทาสหมาเหมือนกัน มีการปิดปากน้องหมา อย่าเห่านะ เดี๋ยวคุณครูได้ยิน คุณครูเลยแอบถ่ายค่ะ น่าเอ็นดูมาก” ซึ่งเรื่องราวน่ารักๆ ครั้งนี้ได้มีผู้เข้ามากกว่า 19,000 ครั้ง และมีคนกดแชร์มากกว่า 13,000 ครั้งเลยทีเดียว น่าเอ็นดูน้อง ขอขอบคุณ ข้อมูล :Lookpla Chadaphon ข่าวที่เกี่ยวข้อง ลูกสุนัข…!! ผู้น่าสงสาร ติดใต้ท้องรถ ทนความร้อน มาไกลกว่า 50 กิโลฯ จากแก่งกระจาน-บางบัวทอง เปิดตัว “รถดมไว” ใช้สุนัขดมกลิ่นคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการ

จะเรียกว่า’เมตตา’หรือ’ดวงซวย’ดี สาวขับกระบะเสียหลักพุ่งลงคลองจมมิดทั้งคัน เพราะหักหลบสุนัขวิ่งตัดหน้า

เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ สุทธิวัฒน์มงคล รอง(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุ รถกระบะเสียหลักตกลงไปในคลอง คนขับและผู้โดยสารบาดเจ็บ เหตุเกิดที่คลองชลประทาน ถ.เลียบคลองชลประทานไผ่ 3 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศล เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงกันอยู่ริมคลอง เข้าไปตรวจสอบพบ รถยนต์กระบะสี่ประตู สีดำ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น ไฮแลนเดอร์ ตกลงไปในคลองจมทั้งคัน เห็นเพียงหลังคาที่โผล่พ้นน้ำ ประตูด้านคนขับเปิดออก ตรวจสอบพบว่า ชาวบ้านได้ช่วยคนขับซึ่งเป็นผู้หญิงออกมาได้ทัน ได้รับบาดเจ็บถูกเศษแก้วบาดที่ขาจนเป็นแผลเหวอะ ส่วนผู้โดยสารอีกหนึ่งคนที่นั่งมาด้วยเป็นผู้ชาย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนจะนำตัวทั้งสองคนส่ง รพ.ระยอง เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บทันที ข่าวที่เกี่ยวข้อง ด่วน ! เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก่า ต.พุกร่าง จ.สระบุรี ถึงมือแล้ว! มาเลเซียรับมอบวัคซีน “ไฟเซอร์” จำนวน 1 ล้านโดส ที่สหรัฐฯบริจาดให้ โหรชื่อดัง กับ ” คำทำนายเมือง ” ครึ่งปีหลัง 64 น.ส.ปัญจรี อายุ 31 ปี คนขับ ได้ให้การว่า ตนเองทำงานเป็นพนักงานศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่งใน จ.ระยอง ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมากับเพื่อนร่วมงาน ขณะที่รถกำลังวิ่งมาบนถนนสายดังกล่าว จู่ๆ ได้มีสุนัขวิ่งตัดหน้ากะทันหัน จึงรีบหักหลบ แต่ปรากฏว่ารถได้เสียหลักวิ่งชนกองดินข้างทาง ก่อนจะพุ่งลงไปในคลองที่มีความสูงชัน และตกสู่กลางลำคลองน้ำพุ่งเข้าตัวรถอย่างรวดเร็ว จึงพยายามตะเกียกตะกายเปิดประตูรถออกมา แล้วรีบว่ายน้ำเข้าฝั่ง เป็นจังหวะเดียวกับที่ชาวบ้านได้ลงมาช่วยพาขึ้นไปบนฝั่ง พบว่าเป็นแผลถูกของมีคมบาดที่ขาจนเลือดไหลไม่ยอมหยุด ส่วนชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว เล่าว่า ได้ยินเสียงดังจึงหันไปดู เห็นรถกระบะลอยละลิ่วตกลงไปในคลอง เสียงดังสนั่น เพียงพริบตารถทั้งคันก็จมไปในคลอง โดยคนขับและผู้โดยสารเปิดประตูออกมา โดยมีชาวบ้านลงไปช่วยเอาตัวขึ้นมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบ ในจุดเกิดเหตุ ไม่พบทรัพย์สินทางราชการเสียหาย จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยมาตรวจสอบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

หนุ่มใหญ่ จูงหมาเดินเท้าจากพิษณุโลก หวังเที่ยวสนามหลวง แต่เกิดถอดใจก่อน ไปไม่ถึงฝัน!

หนุ่มใหญ่ จูงหมาเดินเท้าจากพิษณุโลก หวังเที่ยวสนามหลวง แต่เกิดถอดใจก่อน ไปไม่ถึงฝัน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 64 ที่ผ่านมา เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. มีพลเมืองดีได้แจ้งให้ผู้สื่อข่าวทราบว่า พบชายคนหนึ่ง พร้อมเดินจูงสุนัข 2  ตัว  ในมือถือตะกร้าใส่ลูกสุนัขเพิ่งเกิดใหม่อีก 9 ตัว เดินเท้าอยู่ริมถนนสายเอเซีย บริเวณพื้นที่ ต.น้ำตาล อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี กำลังมุ่งหน้าไปทาง จ.ชัยนาท จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ที่บริเวณริมถนนสายเอเซีย พิกัดตามที่ได้รับแจ้ง พบนายเดชา ดีอินทร์ อายุ 37 ปี ชาว ต.ชมภู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เดินเท้ามาตามถนนสายเอเซีย จึงเข้าไปสอบถาม จากการสอบถามนายเดชา เล่าว่า  ตนเป็นชาวจังหวัดพิษณุโลก ไม่มีครอบครัว  อาศัยอยู่เพียงลำพังกับสุนัขคู่ใจเพศเมีย 2 ตัว และไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง  มีความใฝ่ฝันว่าอยากไปเที่ยวที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร สักครั้งหนึ่งในชีวิต จึงตัดสินใจเดินเท้าออกจากบ้านพักมาตั้งแต่วันที่ 20  พฤษภาคม พร้อมสุนัขคู่ใจ 2 ตัว และลูกสุนัขที่พึ่งคลอดอีก 9  ตัว  โดยนำลูกสุนัขใส่ในตะกร้าเอาผ้าปิดด้านบนกันร้อน  และเดินเท้ามาเรื่อยๆ อาศัยพักแรมค้างคืน ตามสถานีบริการน้ำมันบ้าง  ศาลาที่พักริมทางบ้าง  ตลอดทางที่เดินทางก็มีผู้ใจบุญให้อาหารทานทั้งสุนัขและคนมาตลอดทาง และในส่วนสาเหตุที่นำลูกสุนัขมาด้วยนั้น เพราะหากทิ้งไว้ก็ไม่มีใครดูแล ส่วนที่ต้องเดินเท้าก็เพราะว่า ไม่มีรถโดยสารคันไหนอนุญาตให้นำสุนัขขึ้นรถไปด้วย กระทั่งเมื่อวันที่  25 พ.ค. เดินทางมาถึง จ.สิงห์บุรี เกิดท้อและถอดใจ เมื่อเห็นรถยนต์บนถนนมีเป็นจำนวนมาก เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับสุนัขของตน จึงตัดสินใจหันหน้าเดินทางกลับบ้านที่พิษณุโลก หลังจากที่เดินทางมาได้ 5 วัน ซึ่งผู้สื่อข่าวจะให้การช่วยเหลือ ส่งกลับบ้านที่พิษณุโลก แต่นายเดชาตอบปฏิเสธ ขอเดินทางกลับบ้านด้วยตนเองต่อไป ข่าวเพิ่มเติม เลิกแล้ว!!! “สามี” เผยรับไม่ได้ ‘เมีย’ ท้องทิพย์ สร้างเรื่องโกหกสามี “โจ๋หลอนยา” ไล่ล่าคู่อริ สุดท้ายปืนลั่นใส่ตัวเอง – มีคนเจ็บ 3 ตาย 1 ทลายปาร์ตี้เกย์ เปิดบ้านเสพยาไม่สนโควิด-19 พบฉี่สีม่วง 30 คน      

อุทาหรณ์!! อย่าเอากระดูกให้น้องหมาทานเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะเป็นแบบนี้

วันที่ 19 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมาได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ ‘ธนากร ใจซื่อ’ โพสต์เล่าเรื่องราวเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่เลี้ยงหมาหรือจะให้อาหารหมาด้วยกระดูกเพราะเกิดความเข้าใจผิดว่าหมาทานกระดูกได้ โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า “อย่าเอากระดูกให้น้องหมากินอย่าเอาปลามีก้างให้น้องแมวกิน อันตรายถึงชีวิต เรื่องหมาหมา !!! คนรับประทานกระดูกไม่ได้ฉันได หมาก็รับประทานกระดูกไม่ได้ฉันนั้น ยูโน๊ววว?เลิกเชื่อผิดๆว่าหมาชอบรับประทานกระดูกเเมวชอบรับประทานก้างปลาซักที” ข่าวอื่นเพิ่มเติม สาวโพสต์เตือน ให้กระดูกปลอมน้องหมาแทะเล่น สุดท้ายเกือบไม่รอด สุดโหดร้าย! ศาลสั่งจำคุก 10 ปี หนุ่มทารุณลูกสุนัขกระดูกหักทั่วตัว จนหมอต้องฉีดยาให้มันตาย อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก ต่างบอกว่า “เอาจริงๆมีหลายคนคิดว่ากระดูกหมาสามารถทานได้นะ หมาก็ไม่รู้ให้อะไรก็คิด ไม่มีใครรู้ว่ามันจะไปทิ่มแทงและเป็นอันตรายขนาดนี้” บ้างก็บอกว่า “แถวบ้านมันเอากางปลา/เปลิอกหอยให้หมากินดีนะที่หมามันไม่กินคนให้โง่หรือแกล้งโง่ไม่รู้นะ” กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนต่างแชร์กันเป็นจำนวนมากในขณะนี้บนโลกออนไลน์

1 2 3 34