สุดหดหู่…!! พนักงานทยอยเก็บของใช้ส่วนตัว

สุดหดหู่ พนักงานทยอยเก็บของใช้ส่วนตัว หลังถูกเลิกจ้างกระทันหัน จากกรณี ข่าวร้ายสิ้นปีสำหรับหนุ่มสาวโรงงาน โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ย่านอ้อมน้อยประกาศปิดกิจการ​ พนักงานกว่า1พันคนเข้าทำงานไม่ได้ เป็นอีกข่าวหนึ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย แล้วเขาจะอยู่ยังไง ค่าใช้จ่าย ก็ต้องมี เงินก็ต้องใช้ จากเพจ สังคม โรงงาน ได้แชร์เรื่องราวนี้ว่า ล่าสุด ช่วงบ่ายของวันนี้ก็ได้ให้พนักงานเข้าไปในโรงงานเพื่อเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของตนเอง เป็น ภาพที่สุดสงสาร เพราะ การประกาศปิดโรงงานนั้นไม่ได้แจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด เพราะ พนักงานบางท่านได้ บอกว่า ได้ออกห้องมาทำงาน แต่เข้าโรงงานไม่ได้ และมีประกาศปิดไว้ที่หน้าประตูโรงงาน ว่า โรงงานได้ปิด โรงงานไปแล้ว **************************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก ต้นรัก ข่าวอาสาลายพราง)

สุดสงสาร น้องโมโนไร้ญาติ หลังพ่อหนีโรงพยาบาลมาหาครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นใจ ต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์ เพราะแม่ไม่รับ

จากกรณี นายกฤษดา สายทินกร ผู้เป็นพ่อ หนีออกจากโรงพยาบาล ขอกลับไปตายในอ้อมกอดลูกสาว ด.ญ.ทัตสิกา สายทินกร หรือน้องโมโน อายุ 10 ปี จากนั้นได้มีภาพสุดเศร้า น้องโมโน เข้าไปนั่งกราบพ่อที่งานศพ สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่ได้เห็น เกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 ภายหลังจากที่นายกฤษดา ผู้เป็นพ่อของน้องโมโน เสียชีวิต ทำให้น้องน้องโมโน ต้องไปอยู่ในการดูแลของหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ ทำให้มีคำถามเกิดขึ้นว่า แม่ของน้องโมโนไปอยู่ที่ไหน ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ รายงานเผยว่า แม่ของน้องโมโนยังมีชีวิตอยู่ ได้แยกทางกับพ่อไปแล้ว แต่เมื่อทางแม่ทราบเรื่อง กลับไม่รับน้องโมโนออกไปดูแล ตรงกันข้าม มีเรื่องที่น่าหดหู่ใจไปกว่านั้นคือ เธอได้นำลูกของตัวเองอีก 3 คน ส่งไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์กับน้องโมโนด้วย ขณะที่ภายในงานศพของนายกฤษดา ซึ่งตั้งอยู่ที่ศาลาบำเพ็ญกุศลศพวัดช่องลม พระอารามหลวง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ไม่มีญาติเลย มีเพียงน้องโมโนที่เป็นลูกสาวของผู้ตาย มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าไปดูแล จวงจิต อมฤิทธิ์ เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง เผยว่า เห็นนายกฤษดาไปรับลูกสาวที่โรงเรียนบ่อย ๆ เนื่องจากน้องโมโนเรียนอยู่ที่เดียวกับลูกสาวตน […]

เปิดคดีสุดหดหู่ ชายลักพาตัวหญิงสาว จับไว้เป็นทาสกาม พร้อมขังลูกน้อยวัยเพียง 8 เดือน ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน

เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ รายงานกรณีสุดหดหู่ใจ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่เพนเดอร์เคาท์ตี ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับสายฉุกเฉินจากหญิงสาวรายหนึ่ง แจ้งว่า เธอถูกจับตัวมาขังไว้ที่บ้านหลังหนึ่งในเขตวิลลาร์ด เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบ พบว่า หญิงรายดังกล่าวอายุ 24 ปี ถูกจับขังอยู่กับลูกวัยเพียง 8 เดือน (ไม่มีการเปิดเผยชื่อเหยื่อทั้ง 2 ราย) โดยผู้ที่ก่อเหตุคือ เจมส์ ไบรอัน ปีเตอร์สัน ชายอายุ 54 ปี ลงมือจับเหยื่อสาวและลูกน้อยมาขังไว้เป็นเวลานานหลายสัปดาห์ โดยเหยื่อสาวและลูกถูกจับไปขังไว้ไม่ได้เห็นโลกภายนอก กระทั่งเหยื่อสาวขออนุญาตออกไปรับแสงที่ด้านนอกบ้าง ก่อนจะสบโอกาสโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือ ในตอนแรก เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมปีเตอร์สัน ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทารุณกรรมทางเพศ และใช้อาวุธปืนข่มขู่ แต่ได้ปล่อยตัวเขาออกมาในวันที่ 10 สิงหาคม ต่อมาภายหลังจากการตวรสอบหลักฐานต่าง ๆ อย่างละเอียด พบว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุอีกหลายความผิด ได้แก่ ค้ากาม, ลักพาตัว, กักขังหน่วงเหนี่ยว บังคับขืนใจให้เหยื่อเป็นทาสทางเพศ โดยพบว่า ผู้ต้องหาลักพาตัวเหยื่อสาวมา ตั้งแต่เมื่อช่วงวันที่ 4 […]

เผยเรื่องราวตา ยาย ตายอย่างโดดเดี่ยว ตาตายจาก ทิ้งยายนอนติดเตียงอยู่ลำพัง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จนตายไปอีกคน

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2562 เฟซบุ๊กJaisuksakuldee Thanakorn เผยรายงานเรื่องราวชวนสะพรึง จากประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านในชุมชนเมืองฮิงาชิมูรายามะ เขตฟุมิโชว ของกรุงโตเกียว ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบร้านขนมโบราณร้านหนึ่งภายหลังจากพบว่ามีแมลงวันตอมหึ่งตรงบริเวณหน้าต่างอีกทั้งยังไม่พบเห็นสามีและภรรยาเจ้าของร้านมานานแล้ว เจ้าหน้าที่ไปถึงที่บ้านพบว่า ประตูถูกปิดล็อกจากด้านในจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยใช้เครื่องมือเปิดหน้าต่างแล้วลอดตัวเข้าไป เมื่อเข้าไปถึงทุกคนต่างผงะเมื่อพบว่ามี 2 ศพนอนเน่าเปื่อยจนจำไม่ได้ว่าใครเป็นหญิงหรือชาย โดยฝ่ายชายนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้โยก ฝ่ายหญิงนอนอยู่บนฝูกญี่ปุ่นตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า ศพทั้ง 2 ศพ น่าจะเสียชีวิตมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่มีหลักฐานปรากฏว่าเป็นการฆาตกรรม แม้ว่าทางตำรวจจะยังไม่สรุปว่าเป็นสามี–ภรรยาเจ้าของบ้านเพราะต้องส่งศพไปตรวจพิสูจน์ก่อน แต่ทางเพื่อนบ้านมั่นใจว่าเป็นพวกเขาทั้งคู่โดยสามีชื่อซาโนะ อิจิ อายุ 90 ปี ส่วนภรรยาชื่อ ซาโนะ ทากิโกะ อายุ 82 ปี เปิดกิจการร้านขนมแห่งนี้มานานหลายสิบปี ลุงเพื่อนบ้านวัย 70 ปีเล่าว่า ทางภรรยาเคยเข้าโรงพยาบาลรักษาโรคเกี่ยวกับขาจนเดินไม่ได้ฝ่ายสามีเป็นคนดูแลซักผ้าทำกับข้าวทุกอย่าง แต่ทางสามีเองก็ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจเป็นอัมพาต และโรคหลอดเลือดสมองว่าเขาคงเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันจนเสียชีวิต ส่วนภรรยาที่นอนอยู่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ก็สิ้นลมหายใจตามไป สำหรับสามี–ภรรยาคู่นี้ มีลูกชาย 1 คน โดยทางสามีหย่าร้างกับภรรยาเก่า แล้วมาแต่งงานกับภรรยาคนนี้มีลูกด้วยกันตอนเธออายุ 40 ปี ทั้งสองพยายามเลี้ยงลูกจนสุดความสามารถหมดเงินไปกับการส่งเรียนจนจบระดับมหาวิทยาลัย แต่ทางลูกชายกลับอายที่มีพ่อแม่แก่ไม่ยอมให้ไปที่โรงเรียน พอเรียนจบก็จากไปอยู่ที่อื่นไม่กลับมาเหลียวแลพ่อแม่ที่แก่เฒ่า การตายของสองสามีภรรยาคู่นี้จึงเรียกว่า เป็นการตายอย่างโดดเดี่ยวหนึ่งในการการตายที่น่าสลดของสังคมญี่ปุ่น ภายหลังจากทั้งสองเสียชีวิต เจ้าหน้าที่พยายามติดต่อหาลูกชายของพวกเขา แต่ไม่พบตัว กระทั่งหลายเดือนหลังจากข่าวการเสียชีวิตเพื่อนบ้านเห็นลูกชายของสามี–ภรรยาคู่นี้มาจัดการเรื่องบ้านและมรดกที่ดิน จ้างบริษัทรีไซเคิลมาจัดการเก็บกวาดทำความสะอาด และจัดการขายทุกอย่างในบ้านส่วนบ้านก็ยังคงปล่อยร้างมาจนถึงทุกวันนี้       ข้อมูลจาก Kapook, เฟซบุ๊กJaisuksakuldee Thanakorn

เผยวินาทีบีบหัวใจขณะเจ้าหน้าที่เชิญตัวแม่ทำร้ายลูกตาปิดไปโรงพัก หนูน้อยตะโกนขอ หนูหายแล้ว อย่าจับแม่หนู

จากกรณีเกิดเหตุพ่อเลี้ยงวัย 26 ปี และแม่แท้ๆ อายุ 23 ปี ก่อเหตุทำร้ายลูกสาว วัย 5 ขวบในแคมป์คนงานในซอยเพชรหึงษ์ 22 จนตาบวมปิดมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย และร่องรอยบาดแผลทั่วร่างกายจำนวนมาก โดยแม่เด็กให้การว่าพ่อเลี้ยงเป็นคนตีลูกสาว แต่กลายเป็นว่าคุณปู่ของเด็กเผยว่าเด็กโดนทั้งแม่และพ่อเลี้ยงรุมทำร้ายนั้นและเมื่อจับกุมตัวได้แม่เองก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายลูก นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก ข่าวสารเมืองปราการ v2 ได้มีการเผยคลิปวินาทีที่เจ้าหน้าตำรวจได้ตามจับกุมหญิงสาวที่ก่อเหตุทำร้ายลูกน้อยจนตาบวม หลังจากเจ้าตัวหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในซอยเพชรหึงษ์ 28 โดยภาพในคลิปดังกล่าว เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่กำลังพูดคุยกับแม่ของเด็กโดยมีหนูน้อยยืนกอดอยู่ข้างๆ และร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า “อย่าจับแม่หนูนะ หนูขอร้อง หนูหายแล้ว” พร้อมกับไล่ทุกคนที่เข้ามาให้ออกไป สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ย้อนดู!! นาทีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านเข้าช่วยเหลือหนูน้อยวัย 5… โพสต์โดย ข่าวสารเมืองปราการ v2 เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2019 ขณะที่ผู้เป็นแม่ ก็ได้กล่าวย้ำตลอดเวลาว่า ตนเองหนูไม่ได้ตีลูก ที่เป็นเช่นนี้เพราะออกไปเล่นกันหลาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการเชิญตัว แม่และเด็กไปพูดคุยต่อที่โรงพัก ท่ามกลางชาวบ้านที่ออกมาดูเหตุการณ์พร้อมระบุว่าเห็นพฤติกรรมทำร้ายร่างกายลูกเช่นนี้บ่อยครั้ง

1 2 3 4