คณบดีทั้ง 10 คณะแพทย์ เห็นชอบ !  ” เรื่องมาตรการฉีดวัคซีนไขว้ “

คณบดีทั้ง 10 คณะแพทย์ เห็นชอบ !  ” เรื่องมาตรการฉีดวัคซีนไขว้ “ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. คณบดีคณะแพทยศาสตร์ 10 คณะ ในฐานะคณะที่ปรึกษา สธ.ใน ศบค. ออกแถลงการณ์สนับสนุนมาตรการฉีดวัคซีนสลับเข็ม และวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 7/2564 เนื่องจากมีข้อเสนอแนะให้มีการทบทวนข้อมูลทางวิชาการ เรื่อง การให้วัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน 1 เข็มกับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) 2 เข็ม และการให้วัคซีนโควิด19 แบบสลับชนิด ตามด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) สำหรับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 นั้น ข่าวที่เกี่ยวข้อง เย็นนี้มีคำตอบ ! หมอบุญ เผยความคืบหน้า ” ดีลไฟเซอร์ 20 ล้านโดส “ โฆษกรัฐบาลเผย ! ประยุทธ์ยัน ไม่ระงับการฉีดวัคซีนแบบ ‘ผสมสูตร’ เน้นฉีดให้มากคนก่อน แหล่งข่าวฯ ระบุว่า คณะที่ปรึกษา สธ. ใน ศบค. มีความเห็นว่า มติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เป็นมติที่ควรได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังต่อไปนี้ สำหรับมาตรการฉีดวัคซีนสลับเข็มสำหรับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 1. เชื้อก่อโรคโควิด19 สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้รายงานว่า ในกรุงเทพมหานครมีสายพันธุ์เดลตาเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดพบว่ามีสายพันธุ์เดลตา ร้อยละ 69 จากข้อมูลสำรวจรายสัปดาห์ ทั้งนี้ สายพันธุ์เดลตาแพร่ได้เร็ว อัตราตายสูง และดื้อต่อวัคซีนที่พัฒนาจากสายพันธุ์เดิม 2. ผลการศึกษาภูมิคุ้มกันชนิด Neutralizing Antibody ต่อสายพันธุ์เดลตา พบว่า วัคซีนแอสตร้าฯ เข็มแรก และวัคซีนซิโนแวค สองเข็ม เพียงอย่างเดียว กระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดลตาได้ไม่ดี 3. วัคซีนแอสตร้าฯ 1 เข็ม ยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ไม่สูงพอจะกันป่วยหนักจากสายพันธุ์เดลตา ทำให้ประเทศ อังกฤษประกาศร่นระยะเวลาการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ 2เข็ม จาก 12 สัปดาห์ เหลือ 8 สัปดาห์ 4. วัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ไม่สูงพอที่จะกันป่วยหนักจากสายพันธุ์เดลตาได้ ทำให้มีรายงานบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตหลายร้อยรายในประเทศอินโดนีเซีย 5. ในระบบการให้วัคซีนของประเทศไทย มีผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 แบบสลับชนิด โดยเข็มแรกฉีดวัคซีนซิโนแวค ตามด้วยวัคซีนแอสตร้าฯ เป็นเข็มที่สอง จำนวน 1,102 ราย เนื่องจากสาเหตุบางประการ ทำให้ไม่สามารถรับวัคซีนซิโนแวคเข็มที่สองได้ เช่น เกิดภาวะไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 1 โดยทั้ง 1,102 รายนี้ ได้รับการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ในระบบของกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่มีรายงานอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงหรือเสียชีวิต และยังไม่มีรายงานการติดเชื้อก่อโรคโควิด ในคนกลุ่มนี้ จากฐานข้อมูลของกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 6. ผลการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 แบบสลับชนิด โดยเข็มแรกฉีดวัคซีนซิโนแวคและตามด้วยวัคซีนแอสตร้าฯ เป็นเข็มที่สอง จำนวน 36 ราย โดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจำนวน 17 ราย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับนักวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พบว่า ระดับภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนแบบสลับชนิดสูงกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ถึง 8 เท่า และผลการตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อสายพันธุ์เดลตา พบว่า ภูมิคุ้มกันต่อเชื้อสายพันธุ์เดลตามีค่าสูงทุกราย และอนุมานได้ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนสูตรนี้ต่อสายพันธุ์เดลตา น่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80 7. การให้วัคซีนโควิด-19 แบบสลับชนิด ซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าฯ น่าจะทำให้ผู้ได้รับวัคซีนมีภูมิคุ้มกันสูงต่อเชื้อสายพันธุ์เดลตาได้รวดเร็วกว่าการให้วัคซีนแอสตร้า […]

น่าเชื่อ ! ” หมอบุญ ” บอกข่าวดี เตรียมประสานรัฐนำวัคซีน ” mRNA-Novavax ” เร็ววัน

น่าเชื่อ ! ” หมอบุญ ” บอกข่าวดี เตรียมประสานรัฐนำวัคซีน ” mRNA-Novavax ” เร็ววัน นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัทธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ในกรณีวัคซีนโมเดอร์นา ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงต้นทุนราคาต่อโดส โดยระบุว่า ต้องบอกก่อนว่า ซิโนแวคเชื้อตาย ทำยากกว่า 3 เท่า เพราะฉะนั้นราคาซิโนแวค แพงกว่าโมเดอร์นา หรือ mRNA ทั้งนี้ ที่นำเข้าซิลลิกทั้งหมด 584 บาท องค์การเภสัชกรรม คิด 1,100 บาท 516 บาท เป็นค่าขนส่ง ค่าเก็บ และอะไรต่ออะไร ข่าวที่เกี่ยวข้อง ” แสนสิริ ” สั่งจอง ” โมเดอร์นา 5,000 โดส ” เป็เข็มที่ 3 เพื่อพนักงาน เร่งตรวจคัดกรอง หลังมีช่างภาพสื่อมวลชน 1 ราย ที่ทำเนียบรัฐบาล ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 “7% เป็น VAT 77 บาท ส่วนต่างที่โรงพยาบาลเอกชนต้องเสียคือ 1,650 ลบ 1100 เท่ากับ 550 บาท ภาษีนิติบุคคล 20% เท่ากับ 38 บาท เพราะฉะนั้นต้นทุนทั้งหมดที่รัฐได้ไป 659 บาท ถ้ารัฐสั่งเอง แค่ 584 บาท แต่ตอนนี้ค่าขนส่งมันแพงหน่อย เพราะฉะนั้น เราพูดมานานแล้วว่า ทำไมรัฐไม่สั่งและแจกประชาชน ซึ่งราคาโมเดอร์นา ถูกกว่าซิโนแวค” นพ.บุญ กล่าวอีกว่า วัคซีนทางเลือกที่ผมเป็นกรรมการ จริงๆเราติดต่อทั้งโมเดอร์นา และไบออนเทค เซาท์อีสต์เอเชีย ซึ่งเยอรมันกับจีน เขาทำอยู่ อีกอันคือ โนวาแวกซ์ ได้ผล 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ปัญหาที่ผมกลัวคือ ถ้าผ่านองค์การเภสัชฯ จะเหมือนเดิม ตอนนี้เราไปรู้ทางอื่น ที่จะรู้ทางเข้ามาภายในเดือนนี้ ตอนนี้ก็เจรจาไป 1 เดือนแล้ว ที่สามารถเอาเข้ามาได้ และเร็วมาก หวังว่าจะสำเร็จ เตรียมนำเข้าวัคซีนอีก 2 ยี่ห้อ  ได้สอบถามว่า อยากให้ช่วยขยายความการซื้อวัคซีน ที่จะทำคล้ายๆกับ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์นำเข้าซิโนฟาร์ม นั้น นพ.บุญ กล่าวว่า จะซื้อ 2 ยี่ห้อ คือ ไบออนเทค ของเยอรมัน ชนิด mRNA เป็นตัวเดียวกับไฟเซอร์ อีกตัวคือ โนวาแวกซ์ ของอเมริกา แต่ยังไม่ผ่าน FDA ในอเมริกา แต่ตอนนั้นเราจดซิโนแวค โดยยังไม่มีใครรับรองเลย ก็คิดว่าน่าจะทำได้ เมื่อถามว่า จะเอาเข้ามาเท่าไหร่ นพ.บุญ กล่าวว่า ผมมีโรงพยาบาลอยู่หลายที่ ทั้งที่ลาว เวียดนาม เราจะสั่ง 20 ล้านโดส ขายเมืองไทยได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ราคาใช้ได้ แต่อยู่ที่ภาษี ราคานำเข้า ของเราค่าขนส่งตอนนี้โดสละร้อยกว่าบาท ทั้งหมด ประมาณ 900 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งที่เก็บลบ 20 องศา และกระจายทั่วประเทศไทย เมื่อถามว่า ดีล จับมือกับโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งใช่หรือไม่ นพ.บุญ กล่าวว่า โรงเรียนแพทย์ติดต่อไปหลายครั้ง เขาขอถอนตัว เมื่อถามย้ำว่า หน่วยงานที่คุยด้วยนั้น เป็นองค์การของรัฐ ที่ใหญ่มากๆ มีสิทธินำเข้าเหมือนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ […]

สุดเศร้าใจ ! ลูกโล่ขอความช่วยเหลือส่ง รพ. แต่ไปถึงไม่ทัน ” สูญเสียแม่อันเป็นที่รัก “

สุดเศร้าใจ ! ลูกโล่ขอความช่วยเหลือส่ง รพ. แต่ไปถึงไม่ทัน ” สูญเสียแม่อันเป็นที่รัก “ สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ขอความช่วยเหลือ หลังจากแม่อาการค่อนข้างหนัก รอเตียงอยู่ที่บ้าน โดยพบว่า ในบ้านมีคนไข้ทั้งหมด 3 คน มีคนไข้รายหนึ่ง ใส่เครื่องช่วยหายใจ มีถังออกซิเจนขนาดใหญ่อยู่ โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายนี้ได้อัพเดตเรื่องราวตั้งแต่เริ่มขอความช่วยเหลือจนกลายเป็นเรื่องเศร้า ข่าวที่เกี่ยวข้อง ในทำเนียบก็ไม่รอด ! ตำรวจ ” ทำเนียบ ” ติดเพิ่ม ครม. กักตัวกันเพียบ หลายจังหวัดประกาศรับผู้ป่วยโควิด กลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา เช็กเลย !! โดยเธอโพสต์ขอความช่วยเหลือช่วงเวลา 17.45 น. และราวเที่ยงคืน ทราบว่า รถกำลังมารับไปส่งที่ รพ.บุษราคัม และถึงช่วงเกือบตี3 โดยพบว่า ได้รับการประเมินว่า เป็นคนไข้กลุ่มอาการสีแดง แพทย์อยู่ระหว่างช่วยชีวิต ต่อมาเมื่อเวลา 07.00 น. เธอได้โพสต์ว่า แม่จากไปแล้วความรู้สึก โดยโพสต์ระบุว่า ” หนูทำดีที่สุดแล้วใช่มั้ย มันจุกจังเลย มันเหมือนจะขาดใจ มัน งง มันคิดอะไรไม่ออก หนูพยายามหารถ หาทุกอย่างจนแม่ได้รถไปโรงพยาบาล หนูบอกให้แม่อดทน บอกให้แม่สู้ เราต้องรอดไปด้วยกัน หนูรู้ว่าแม่อดทนสุดๆๆ แล้ว แต่มันหนักเกินไปใช่มั้ย ตอนนี้แม่ไม่ต้องเหนื่อยแล้วนะ ไปอยู่กับพ่อเป็นนางฟ้าบนสวรรค์นะแม่ ยังไม่ทันได้กอด ยังไม่ทันได้หอม ก็จากกันไปแล้ว “  

ก็คนมันเหงา ! 5 สาว สุดกล้า พบปะสังสรรค์บนขอบตึก ในช่วงที่มีการ ” ประกาศล็อกดาวน์ “

ก็คนมันเหงา ! 5 สาว สุดกล้า พบปะสังสรรค์บนขอบตึก ในช่วงที่มีการ ” ประกาศล็อกดาวน์ “ การแพร่ระบาดจะลดน้อยลง สร้างความหวาดกลัวและตื่นตระหนก ทำให้ประชาชนเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ภายในที่พักอาศัยมากขึ้น และหลีกเลี่ยงที่จะออกไปพบปะผู้คน แต่หญิงสาวเหล่านี้จึงหาวิธีที่จะพบปะสังสรรค์สุดแหวก พร้อมทั้งสร้างความหวาดเสียวให้กับผู้คนที่พบเห็นเป็นจำนวนมาก ข่าวที่เกี่ยวข้อง จนท.ตรวจ…!! โควิด-19 ให้ชาวบ้าน แต่กลับโดนทำร้าย (คลิป) คนไทยต้องเสียเงิน 3 พันกว่าบาทเพื่อเอาชีวิตรอดจากไวรัสโควิด-19 ด้วยตัวเองหาใช่จากรัฐบาล เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ ได้เผยเรื่องราวของ หญิงสาวจำนวน 5 ราย ที่อาศัยอยู่ภายในเมืองยะโฮร์บาห์รู รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ภายในท้องถิ่นเข้าควบคุมตัว หลังจากที่พวกเธอได้ออกมานั่งจับกลุ่มรวมตัวกันบริเวณขอบตึกของอาคารที่พัก ในช่วงที่มีการประกาศล็อกดาวน์ โดยภาพของหญิงสาว 5 คนนี้ ได้กลายเป็นไวรัลหลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพจากคลิปวิดีโอ ระหว่างที่พวกเธอกำลังจับกลุ่มพูดคุย และสังสรรค์ อยู่ตรงขอบตรงของอาคารที่พัก สูง 6 ชั้น โดยบริเวณดังกล่าวนั้นไม่มีราวหรือขอบระเบียงกั้นเลยแม้แต่น้อย สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ที่พบเห็น ก่อนจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมออนไลน์อย่างหนัก ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเขตยะโฮร์ บาห์รู เซลาตัน ได้เปิดเผยว่า หญิงดังกล่าวมีอายุประมาณ 20-26 ปี โดยพวกเธอได้ถูกจับกุมตัวเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนผู้ที่พักอาศัยในบริเวณดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องสงสัยมีเอกสารแสดงตนครบถ้วน และไม่ปรากฏประวัติอาชญากรรมมาก่อน ทั้งนี้หญิงสาวกลุ่มนี้นั้นอาจถูกตั้งข้อหาฐานมีประพฤติโดยประมาทหรือประมาทเลินเล่อที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์หรือความปลอดภัยส่วนบุคคลของผู้อื่น และถ้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิด หยิงสาวเหล่านี้อาจจะโดนโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับ 500 ริงกิต (3,900 บาท) หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในทำเนียบก็ไม่รอด ! ตำรวจ ” ทำเนียบ ” ติดเพิ่ม ครม. กักตัวกันเพียบ

ในทำเนียบก็ไม่รอด ! ตำรวจ ” ทำเนียบ ” ติดเพิ่ม ครม. กักตัวกันเพียบ ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากทำเงียบรัฐบาลได้มีการกำหนดมาตรการเข้มในการดูแลรักษาความปลอดภัยการแพร่ระบาดของโรคไวรัส โควิด-19 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่บ้านหรือเวิร์คฟอร์มโฮม (WFH) ข่าวที่เกี่ยวข้อง จนท.ตรวจ…!! โควิด-19 ให้ชาวบ้าน แต่กลับโดนทำร้าย (คลิป) คนไทยต้องเสียเงิน 3 พันกว่าบาทเพื่อเอาชีวิตรอดจากไวรัสโควิด-19 ด้วยตัวเองหาใช่จากรัฐบาล ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็อยู่ระหว่างการกักตัวเป็นวันที่ 3 หลังใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อระหว่างการร่วมงานภูเก็ตแซนบล็อกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา และล่าสุดทำให้มีรัฐมนตรีหลายคนต้องกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ขณะเดียวกัน ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าเมื่อวันที่ 8 ก.ค. พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ซึ่งปฎิบัติหน้าที่ป  ระจำประตู 5 ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นช่องทางเข้า-ออกหลัก สำหรับผู้ที่จะเข้ามาติดต่อราชการ ติดเชื้อ โควิด-19 อีก 1 คน และได้เข้ารับการรักษาตามขั้นตอนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว ไม่ได้พักอาศัยที่เรือนนอนภายในทำเนียบรัฐบาล แต่อาศัยอยู่บริเวณชุมชุน ซอยพิษณุโลก 1 ซึ่งมีการระบาดไปก่อนหน้านี้ และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลได้ทยอยกันเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดเพื่อเป็นการป้องกัน ด้านนาย ดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของทำเนียบรัฐบาลล่าสุด หลังพบยอดผู้ติดเชื้อ และ ผู้เสียชีวิตสูงสุดนับแต่มีการระบาดของโรค ว่า ปัจจุบันทำเนียบรัฐบาลได้ใช้มาตรการอย่างเข้มข้น ตามมาตรฐานสากล และ กระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว โดยข้าราชการส่วนใหญ่ขณะนี้ก็ทำงานที่บ้าน ทุกคนและทุกหน่วยงานในสังกัด สามารถปรับตัวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามดำริของนายกรัฐมนตรี และ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกคน ที่ได้สั่งให้ดูแลผู้ปฏิบัติงานอย่างดี มีการตรวจหาเชื้อต่อเนื่อง รวมทั้งจัดให้ฉีดวัคซีนตามกำหนด จึงไม่จำเป็นปรับมาตรการเพิ่มเติม อีกทั้งการประขุมต่างๆ ก็มีระบบการจัดการทางเทคโนโลยีพร้อมเพรียง ไม่ทำให้การบริหารราชการมีอุปสรรค สำหรับสื่อมวลชนที่ปฎิบัติงานในทำเนียบรัฐบาล ปัจจุบันยังไม่มีการออกมาตรการเพิ่มเติม จากเดิมที่จำกัดจำนวนอยู่แล้ว ซึ่งสำนักโฆษก สำนักเลขาธินายกรัฐมนตรี ได้จัดระบบการสื่อสารไว้รองรับและอำนวยความสะดวกทุกช่องทางอยู่แล้ว ทั้งเว็บไซต์ ออนไลน์ และ การติดต่อสื่อสารผ่านทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

1 2 3 7