สาวพม่า อัดคลิประบายความในใจ หลังโดนด่า รังเกียจ เผยไม่อยากมีใครติดโควิด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของโควิด-19 ซึ่งพบว่าแหล่งการระบาดของโรคเกิดมาจาก จ.สมุทรสาคร และพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก และมีการตรวจหาเชื้อแล้วและพบผู้ติดเชื้อแล้วนับพันเคสนั้น ทำให้มีการปิดสถานที่บางจุด และห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่เสี่ยง โดยในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปของสาวชาวเมียนมาหลายราย ที่ออกมาถ่ายคลิประบายความในใจ ระบุว่าตัวเองเป็นสาวโรงงาน อาศัยอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร โดยสาวรายนี้ยกมือไหว้ พร้อมระบุว่า “เวลานี้ พี่ๆ ด่าคนพม่าไปก็เท่านั้นเพราะคนพม่าบางคนก็ฟังออกบ้าง อ่านออกบ้าง ตอนนี้ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นคนเอาโรคนี้เข้ามา ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนก็ต้องช่วยกัน ถ้าสมมุติว่าพวกหนูอ่านออก พวกหนูพูดไทยได้ ก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ เป็นภาษาพม่านะคะ ขอร้องค่ะว่า โรคโควิด-19 ไม่มีใครอยากเป็นหรอกค่ะ คนพม่าก็ไม่อยากเป็น ขอให้พี่ๆ หยุดด่าได้แล้วค่ะ คนพม่าก็รักประเทศไทยไม่แพ้คนไทยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ” ชมคลิป                                 ภาพและข้อมูลจาก Khaosod, เรื่องข่าว โซเชียล

สาวเมียนมา…!! หลั่งน้ำตาเผยความในใจ ถึงคนไทยทั้งประเทศ (คลิป)

สาวเมียนมา…!! หลั่งน้ำตาเผยความในใจ ถึงคนไทยทั้งประเทศ (คลิป) จากสถานการณ์ในจังหวัสมุทรสาคร ที่ล่า นายกฯ ได้ออกแถลงการณ์ขอความร่วมมือประชาชน พร้อมกำชับในเรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำแรงงานผิดกฎหมายเข้ามา แต่คนที่อยู่กับเราแล้วนั้นก็ต้องมีการดูแล ซึ่งพรุ่งนี้จะมีการประชุมของ ศบค.ชุดใหญ่ เกี่ยวกับมาตรการช่วงปีใหม่ ซึ่งจะได้มีการมาแจ้งผลการประชุมให้ทราบอีกครั้ง ในเรื่องของ รพ.สนามของจังหวัดสมุทรสาครที่อาจจะเริ่มต้นในวันนี้ ซึ่งได้รับแจ้งจากจังหวัดสมุทรสาครว่า จะได้ทำการดูแลเรื่องสุขภาพ อาหาร และสันทนาการ กักแรงงานที่ถูกกักไว้ที่หอพักศรีเมือง ซึ่งอยากให้มองแรงงานกลุ่มนี้ เป็นคนที่ร่วมฝ่าปัญหากับเรา มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากบางอาชีพไม่มีคนไทยทำงาน จึงต้องดูแลในฐานะที่เป็นเพื่อนบ้านกันด้วย ซึ่งหากใครอยากไปร่วมบริจาคสิ่งของถึงคนกลุ่มนี้ ก็สามารถทำได้ เพราะอาจจะไม่ใช่กักตัวแค่ 14 วัน แต่อาจจะเป็นเดือน ล่าสุดในโลกออนไลน์ ได้มีการเผยคลิปจากสาวเมียนมา ที่อยากฝากความรู้สึกถึงคนไทยทั้งประเทศ ทั้งนี้ในโซเชียลก็ได้มีคนเข้าไปให้กำลังใจ เพราะมีแรงงานอีกเป็นจำนวนมาก ที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อยากให้มองในหลายๆมุม (ชมคลิป) https://www.facebook.com/watch/?v=462722821790188

ตำรวจภูธรแม่สาย จับสาวชาวเมียนมา พร้อมของกลาง ยาบ้าชนิดแผ่น น้ำหนัก 6,700 กรัม

มีรายงานจาก ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้รับรายงานจาก ตำรวจภูธรแม่สาย จ.เชียงราย ว่า ได้จับกุม น.ส.แวนดี้ อู ชาวเมียนมา  พร้อมของกลาง ยาบ้าชนิดแผ่น น้ำหนัก 6,700 กรัม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ส.ค.62 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าตรวจชายแดนแม่สาย ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มี หญิงไม่ทราบชื่อ  ลักลอบนำยาเสพติดมาส่งมอบให้ ลูกค้า จึงติดตามไปจน ถึง โรงแรมแม่สาย  พบหญิงชาวเมียนมา มีพิรุธ ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้น  ในการตรวจค้นห้องพัก พบถุงกระสอบพลาสติกสีดำ 1 ถุง สีน้ำเงิน 1 ถุง ภายในมีเสื้อกันหนาว และพบว่ามีน้ำหนักมากกว่าปกติ เมื่อตำรวจแกะเสื้อกันหนาว ด้วยการเลาะตะเข็บออกก็พบมีวัตถุสีขาวขุ่นอยู่ในถุงพลาสติกอีกชั้น  และเมื่อนำมาทดสอบด้วยน้ำยามาควิส ซึ่งเป็นน้ำยาทดสอบยาเสพติด  ให้ผลเป็นสีน้ำตาล ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือยาบ้า  แต่มาในรูปแบบเผ่น  ตรวจสอบทั้งหมดพบน้ำหนักกว่า 6,700 กรัม การสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายไม่ทราบชื่อ-สกุล  ให้นำถุงกระสอบมาส่งให้ลูกค้า  ซึ่งเธอไปรับมาจากสนามบินท่าขี้เหล็ก เพื่อมาส่งมอบให้ให้ลูกค้าใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย  โดยเธอเข้าพักที่โรงแรมเพื่อรอการส่งมอบ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครอง/เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้อนุญาต

รวบป้าขายหมูปิ้งมหาประลัย ตีเนียนยืมมือถือ นศ. แล้วเชิดหนี

รวบแล้ว!! ป้าขายหมูปิ้งมหาประลัย ตระเวนเชิดมือถือเหยื่อริมทางในเชียงใหม่ ทำทีขอยืมมือถือแล้วขับรถหลบหนี สารภาพหาเงินแทงพนันบอลและเลี้ยงผู้ชาย เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 พ.ค.62 ทาง พ.ต.ต.ชุวาพล ชัยสาร สว.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.อาหลิน แซ่ฟ่าง อายุ 38 ปี สัญชาติพม่า พร้อมด้วยของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สกายไดรฟ์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลังจากที่ได้ตระเวนก่อเหตุขโมยโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ หลังวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ มีผู้เสียหายเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยดังกล่าว มาแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่บริเวณ บ้านพักย่านถนน เวียงบัว ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณ บ้านพักย่านถนนเวียงบัว ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้นำตัวนางสาวอาหลิน ไปชี้จุดเกิดเหตุ เริ่มตั้งแต่จุดที่ได้ขโมยมือถือของนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง บริเวณถนนหลังวิทยาลัยอาชีวะเชียงใหม่ หลังก่อเหตุ นำไปจำนำที่ร้านย่านสันติธรรม ผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเดินอยู่ริมทางกับเพื่อน จู่ ๆ มีป้าคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาจอดพูดคุย แล้วขอยืมใช้โทรศัพท์ของตน โดยอ้างว่าโทรศัพท์แบตหมด ต้องการจะโทรหาเพื่อน ตนจึงได้เอาโทรศัพท์ของตนให้ยืมไป จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ทำทีพูดคุยโทรศัพท์ แล้วบอกว่าจะขอขับรถไปดูเพื่อนที่ทางแยก ก่อนจะขับหลบหนีไปโดยที่ตัวเองไม่ทันตั้งตัว โดยจากการสอบสวน น.ส.อาหลิน ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า ได้เป็นคนก่อเหตุขโมยมือถือของผู้เสียหายดังกล่าวจริง โดยก่อนก่อเหตุจะเลือกเหยื่อผู้เสียหายที่เป็นเด็กผู้หญิง จากนั้นจะทำทีขับขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดแล้วพูดคุยด้วย โดยจะอ้างว่ากำลังเดือดร้อน เนื่องจากต้องใช้โทรศัพท์ด่วน แต่โทรศัพท์ของตนแบตหมด เพื่อจะขอยืมโทรศัพท์โทรหาเพื่อนหน่อย จากนั้นเมื่อเหยื่อหลงกลก็จะทำทีโทรศัพท์พูดคุยซักพัก แล้วจะบอกกับเหยื่อว่าขอขับขี่รถไปดูเพื่อนตรงทางแยกข้างหน้า เมื่อเหยื่อหลงกลก็จะขับรถหลบหนีไป นอกจานี้ ยังรับว่าได้เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ในลักษณะเดียวกัน ส่วนโทรศัพท์ที่ได้มาก็จะเอาไปจำนำ เพื่อเอาเงินมาเล่นการพนันแทงบอล และเลี้ยงผู้ชายบ้าง เนื่องจากทำอาชีพรับจ้างขายหมูปิ้งเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ โดยที่ผ่านมาเล่นการพนันบอลหมดเงินไปร่วมเป็นล้าน จึงทำให้ติดพนันบอลมาก และเมื่อเงินหมดก็จะลงมือก่อเหตุอีก จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด อย่างไรก็ตาม หลังการสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และชี้จุดเกิดเหตุ ก่อนจะได้นำตัวส่งให้ทาง พงส.สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

นักท่องเทียวชาวต่างชาติชื่นชม! สาวเมียนมา เก็บเงินแสนบาทได้ในโรงแรม หลังทำตกไว้คืน

พ.ต.ท.ปัญญา นิรัตน์มานนท์ รอง ผกก.สภ.เกาะสมุย เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากนายธนพนธ์ อุทัยวรรณพร ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมอาร์คบาร์บีชรีสอร์ท ตั้งอยู่บนหาดเฉวง ม.2 ต.บ่อผุด ว่ามีพนักงานทำความสะอาดหญิงชาวเมียนมาไปพบกล่องพลาสติกสีเขียว ภายในมีเงินสดสกุลออสเตรเลียจำนวนมาก ซึ่งนำมามอบไว้ที่แผนกต้อนรับของโรงแรม เพื่อให้ตามหาเจ้าของเงินสดดังกล่าว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมพบว่า เจ้าของเงินที่พบเป็นของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาพักภายในโรงแรม แล้ววางลืมไว้ จึงจะติดต่อตามตัว พร้อมขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยมาเป็นพยานในการส่งมอบคืนเจ้าของ ต่อมา ทางโรงแรมจึงตรวจสอบสิ่งของภายในกล่อง พบว่ามีเงินสดสกุลเงินต่างประเทศจำนวน 11,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 280,000 บาท จากนั้นจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่จุดดังกล่าวก็พบว่าเป็นของลูกค้าของโรงแรมที่ลืมไว้ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ให้รับทราบและช่วยมาเป็นพยานในการส่งมอบคืนเจ้าของ นายอเล็กซานเดอร์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้กระเป๋าและเงินสดกลับคืนมาครบจำนวน เมื่อคืน ที่ผ่านมาตนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเมาหนัก และไม่ทราบว่าลืมกระเป๋าไว้ แต่คิดไปว่าอาจถูกคนร้ายขโมยไป แต่เมื่อรู้ความจริงก็รู้สึกประทับใจในความดีของหญิงสาวชาวเมียนมา และทางโรงแรมดังกล่าว และจากกำหนดเดิมตนจะต้องเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมในวันที่ 20 ก.ค.นี้ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจจะขอพักอยู่ต่อไปอีก 5 วัน จากนั้นนายธนพนธ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรม จึงได้ให้นายอเล็กซานเดอร์ ตรวจสอบทรัพย์สินภายในก็พบว่าเงินสดทั้งหมดอยู่ครบ จึงได้ให้น.ส.สุรี เป็นผู้ส่งมอบคืนเจ้าของ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเป็นพยาน พร้อมกันนี้นายอเล็กซานเดอร์จึงได้มอบเงินสด 100 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย ให้กับน.ส.สุรี เพื่อเป็นสินน้ำใจในการทำความดีในครั้งนี้

1 2