จับแล้ว! สาวประเภทสอง ถีบยายหงายตกแคร่ แล้วตามมากระทืบซ้ำอีก

จากกรณีนายสมเกียรติ วังฆะฮาด อายุ 24 ปี ลูกชายของนางอนงค์ คันทจันทร์ อายุ 55 ปี โพสต์ภาพแม่ถูกวัยรุ่นในหมู่บ้านท่าไห ต.ท่าไห อ.เขื่องใน ทำร้ายด้วยการใช้ถีบตกแคร่ ก่อนตามเข้ามาซ้ำอีกหลายครั้ง โดยขณะเกิดเหตุเช้าวันที่ 16 ธ.ค. ขณะที่ผู้โพสต์ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ต่อมาสายวันที่ 17 ธ.ค. นายชัยวัฒน์ สีจันชัย ปลัดอำเภองานป้องกัน ฝ่ายความมั่นคง พ.ต.ท.วีรพล สีดาจิตร์ สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เขื่องใน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครรักษาดินแดนเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 8/4 บ้านท่าไห หมู่ 3 ต.ท่าไห อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี บ้านพักของนายประวิทย์ หรือโล้น พงษ์ภาพ อายุ 32 ปี ผู้ก่อเหตุใช้เท้าทำร้ายนางอนงค์ คันทจันทร์ อายุ 55 ปี เพื่อนบ้าน นำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เขื่องใน เพื่อดำเนินคดี เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อหาต่อใคร เนื่องจากได้ส่งตัวนางอนงค์ คันทจันทร์ รวมทั้งนายประวิทย์ หรือโล้น ไปให้แพทย์โรงพยาบาลประจำอำเภอตรวจร่องรอยการถูกทำร้าย เนื่องจากนายประวิทย์อ้างว่าตัวเองก็ถูกสามีนางอนงค์ใช้ไม้ตีตามแขนและลำตัวของตนเองเช่นกัน เมื่อได้ความเห็นของแพทย์จะใช้ประกอบสำนวนการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อตอนเช้าวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขณะนางอนงค์นำเหล้าขาวมานั่งกินที่แคร่ไม้ไผ่ข้างบ้านตานายประวิทย์ หรือโล้น ก็ถูกนายโล้นเดินเข้ามาใช้เท้าถีบจนตกแคร่ และด่าว่าหลายอย่าง จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้นก่อนที่นายประวิทย์ หรือโล้น หวนกลับมาใช้เท้าถีบนางอนงค์อีกหลายครั้ง และมีเพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์ได้ถ่ายภาพพร้อมแชร์ผ่านโชเซียลฯ จากการสอบถามนายประวิทย์ หรือโล้น อ้างว่า ก่อนที่จะเข้าทำร้ายนางอนงค์ ก็ถูกผัวนางอนงค์ใช้ไม้มาตีตนที่แขนและตามลำตัวหลายแห่ง แต่ขณะเกิดเหตุไม่มีใครถ่ายภาพเหมือนตอนที่ตนเข้าทำร้ายนางอนงค์ สาเหตุที่ทำร้ายนางอนงค์เพราะบอกให้ผัวมาทำร้ายตนก่อน ขณะที่นางอนงค์ก็อ้างว่า วันเกิดเหตุซื้อเหล้าขาวมานั่งกินที่แคร่บ้านนายสัมฤทธิ์ ชูเนตร อายุ 74 ปี ตาของนายประวิทย์ พร้อมแบ่งเหล้าให้เพื่อนบ้านกิน โดยไม่ได้มีปากเสียงอะไรกับนายประวิทย์ หรือโล้น จู่ๆ ก็ถูกทำร้ายดังกล่าว ซึ่งนายประวิทย์เคยทำเช่นนี้กับตนมาหลายครั้งแล้ว ด้านนายชุมพล ถาวรพัฒน์ อายุ 35 ปี เพื่อนบ้านที่ถ่ายคลิปเล่าว่า ที่ได้ถ่ายคลิปนายประวิทย์ หรือโล้น ทำร้ายนางอนงค์ เพราะคาดว่าต้องถูกนายประวิทย์ทำร้ายแน่นอน เนื่องจากเคยเห็นนายประวิทย์ทำร้ายนางอนงค์ที่บางครั้งมานั่งดื่มเหล้าขาวด้วยกัน สำหรับพฤติกรรมนายประวิทย์ หรือโล้น เป็นที่เอือมระอาของคนในหมู่บ้าน เพราะชอบระรานคนในหมู่บ้านโดยไม่เกรงกลัว และที่ตนไม่เข้าไปห้ามปรามขณะนายประวิทย์ทำร้ายนางอนงค์ เพราะกลัวจะถูกทำร้าย และหากมีเรื่องมีราวก็จะถูกญาตินายประวิทย์แจ้งตำรวจมาเอาเรื่องกับตน ส่วนนายสัมฤทธิ์ ชูเนตร อายุ 74 ปี ตาของนายประวิทย์ก็เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะมาก่อเหตุทำร้ายนางอนงค์เพื่อนบ้าน ก็มาทำร้ายตนด้วยการใช้มือผลักจนหกล้ม สาเหตุเพราะบอกให้ตนไปหาข้าวหาปลามาให้กิน ตนเอ่ยปากจะสั่งสอน แต่ก็ถูกหลานผลักจนหกล้มไหล่กระแทกกับพื้น ต้องไปให้หมอช่วยรักษา และก็มาเกิดเหตุทำร้ายเพื่อนบ้านขึ้นอีก ซึ่งนายประวิทย์มีพฤติกรรมแบบนี้ตลอดจนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้านในหมู่บ้าน สำหรับนายประวิทย์มีประวัติเคยถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุมคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ส่งตัวไปเข้าค่ายรับการบำบัด แต่หลังกลับมาอยู่ในหมู่บ้านก็มักตั้งวงกินเหล้าขาว และมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านเป็นประจำ กระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามานำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายในวันนี้ต่อไป คลิปจาก : Thairath

ไม่พอใจ! นักศึกษาสาวสองโวย บริษัทที่ไปฝึกงาน ไม่ให้เข้าห้องน้ำหญิง ต้องไปเข้าห้องน้ำชาย

กลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากในโลกโซเชียล หลังมีนักศึกษานำเรื่องของเพื่อนที่เป็นสาวประเภทสองมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก โดยมีเรื่องราวอยู่ว่า “ ไหนบอกว่ากะเทยได้รับเสรีภาพที่สุดในโลก เพื่อนนี่ไป ฝึกงานวันแรก ก็เจอคนเฮง…ซะละ องค์กรแบบนี้กะเทยอย่าหาทำนะจ๊ะ เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนนี่ไปฝึกงาน บุคลากรท่านหนึ่งของบริษัทเรียกเพื่อนนี่ไปคุยว่า “ เป็นสาวสองต้องเข้าห้องน้ำชาย เท่านั้น ” …ถ้ากะเทยผ่าทำนมก็ต้องเข้าห้องน้ำชายเหรอ บ้าไปแล้ว นอกจากนี้ นักศึกษารายนี้ ยังทิ้งท้ายด้วยข้อความว่า “ สังคมควรจะเลิกปิดกั้นศักยภาพทางเพศสภาพได้แล้วนะคะ อยากให้มองที่ความสามารถ คนจะดี หรือไม่ดีอยู่ที่การประพฤติตัวของบุคคลนั้นๆ ทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างมาก  

จับแม่เล้าสาวสอง…!! ค้ากามเด็กชาย เปิดร้านนวดบังหน้า โฆษณาโจ๋งครึ่ม

กรมการปกครอง บุกรวบ แม่เล้าสาวสอง เปิดร้านนวด ค้ากามเด็กชาย กลางเมืองเชียงใหม่ โฆษณาขายผ่านไลน์-ทวิตเตอร์ แบบโจ๋งครึ่ม โดนแจ้ง 6 ข้อหาหนัก เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 21 ก.ค. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (ชปพ.ปค.) นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง พร้อมด้วย นายศิริพงษ์ นำภา ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่, นายจักรินทร์ สิรินทรภูมิ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองเชียงใหม่ และ พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมสถานประกอบการลักลอบค้ามนุษย์ ชื่อร้าน Ann6999 นวดเชียงใหม่ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สืบเนื่องจากมูลนิธิรณสิทธิ์ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดํารงธรรม กระทรวงมหาดไทย ว่ามีผู้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบลักลอบค้ามนุษย์ ด้วยการค้าประเวณีเด็กชาย อายุต่ำกว่า 18 ปี ในตัวเมืองเชียงใหม่ กรมการปกครองจึงมอบหมายพนักงานฝ่ายปกครองเป็นสายลับ สืบสวนร่วมกับมูลนิธิรณสิทธิ์ จากการสืบสวนพบข้อมูลบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ Ann 6999 นวดเชียงใหม่ มีการโพสต์ภาพโป๊เปลือยของเด็กวัยรุ่นชายขณะทำการนวดให้กับลูกค้า และในทวิตเตอร์ ชายแท้รับงานเชียงใหม่ ยังพบอีกว่าผู้ใช้ชื่อบัญชี Ann 6999 ประกาศเชิญชวนชายแท้เข้ามาทำงานร่วมเป็นเด็กในสังกัด โดยมีการแสดงความคิดเห็นกับทวิตของเด็ก ๆ วัยรุ่นที่สนใจจะเข้ามาร่วมทำงานด้วยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบภาพพนักงานชายในร้านซึ่งคาดว่าเป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี และบทสนทนาสอบถามราคาค่าซื้อขายบริการ ซึ่งมีทั้งประเภทที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการนวดภายในร้าน และนำชายบริการไปส่งให้กับลูกค้าตามห้องโรงแรมต่าง ๆ ด้วย โดยสายลับได้ติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เพื่อล่อชื้อบริการทางเพศชายบริการ ซึ่งคาดว่ามีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ได้คัดเลือกหน้าตามาจากทวิตเตอร์ และพบว่ามีการส่งภาพพนักงานชายมาให้สายลับได้คัดเลือกผ่านไลน์เพิ่มเติม ซึ่งบางภาพเป็นภาพโป๊เปลือย โดยมีการเสนอขายบริการทางเพศและบอกกับสายลับว่า ไม่ต้องพกถุงยางอนามัยมาด้วย เพราะที่ร้านมีเตรียมไว้ให้แล้ว พร้อมทั้งนัดแนะสายลับให้มาใช้บริการทางเพศที่ร้าน Anne6999 นวดเชียงใหม่ เมื่อสายลับเดินทางไปถึงร้านตามเวลาที่นัดหมาย พบเป็นอาคารพานิชย์ 3 ชั้น มีป้ายเขียนว่า H2O Chiang Mai Karaoke ซึ่งสถานประกอบการที่มีผู้ชายคอยให้บริการลูกค้า ต่อมาสายลับได้พบกับผู้จัดการและคนเชียร์แขกที่ได้พูดคุยผ่านไลน์ และนัดซื้อบริการทางเพศไว้ก่อนหน้า และได้พบชายบริการ 2 คน ซึ่งตรงกับรูปที่มีการเสนอขายบริการทางเพศผ่านไลน์ โดยชายบริการทั้ง 2 คน บอกกับสายลับว่า “มีอายุ 17 ปี” ข้อมูลจากการสืบสวนพบว่า นายชาติศิริ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ นายแอน ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการดูแลภายในร้านและเชียร์แขก โดยร้านได้โฆษณาขายบริการทางเพศชายผ่านไลน์และทวิตเตอร์ ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปีรวมอยู่ด้วย จึงได้ประสานกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงใหม่เข้าทำการจับกุม ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น ภายในร้านพบมีการให้บริการนวดแอบแฝงค้าบริการทางเพศ โดยใช้ห้องคาราโอเกะวีไอพี บริเวณชั้น 2 และชั้น 3 เป็นห้องร่วมประเวณี พนักงานฝ่ายปกครองพบผู้เสียหายเป็นเด็กชายสัญชาติไทยอายุ 17 ปี 2 คน อยู่ในห้องร่วมประเวณีที่ชั้น 3 ของร้าน โดยทางร้านคิดค่าบริการ 1,600 บาท ทางร้านจะหักเงินไว้ 600 บาท ต่อการให้บริการทางเพศ 1 ครั้ง พนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายชาติศิริ 6 ข้อหา คือ 1.ค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีเด็กชาย 2.เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 3.เป็นเจ้าของสถานการค้าประเวณี 4.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 5.ครอบครองสื่อลามกเด็กเพื่อประโยชน์ในทางการค้า และ 6.นำเข้าซึ่งภาพอันลามกอนาจารในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ พนักงานฝ่ายปกครองได้นำตัวผู้ถูกจับ พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดี และในวันที่ 22 ก.ค.นี้ จะนัดหมายทีมสหวิชาชีพเข้าทำการคัดแยกผู้เสียหาย เพื่อดำเนินกระบวนการตามกฎหมายว่าด้วยการค้ามนุษย์ต่อไป ทั้งนี้ พนักงานฝ่ายปกครองชุดจับกุมจะได้เสนอ ผวจ.เชียงใหม่ เพื่อสั่งปิดสถานประกอบการแห่งนี้ นอกจากนี้ จะได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ต่อไปด้วย เจ้าหน้าที่เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานภายในร้าน   ******************************* (ขอขอบคุณเรื่องจาก ข่าวสด)

สังคมเถื่อน! กลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 รุมกระทืบสาวสอง ช้ำในจนกระอักเลือดตาย

พ.ต.ท.ขจร ฉัตรแก้วมณี รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุผู้เสียชีวิตที่ ม.พนาสนธิ์ 9 เมน2 บ้านเลขที่ 69/170 ม.2 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.ท.ศุภสิทธิ์ มากผ่อง สว.สส.ฯ เจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านทาวเฮ้าส์ชั้นเดียว ซึ่งมีห้องนอน 2 ห้อง โดยภายในห้องนอนห้องแรกพบศพนายวีรพล ชุ่มชื่น อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง นอนหงายอยู่บนที่นอน สวมเสื้อตัวเดียว ท่อนล่างเปลือยแต่มีผ้าขนหนูปิดอยู่ ตรวจสอบตามร่างกายพบว่ามีร่องรอยเขียวช้ำ มีเลือดออกที่ปากและจมูก ส่วนที่รูทวารมีคราบเลือดเปรอะเปื้อน ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8-12 ชม.ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถยืนยันได้ต้องมอบศพให้มูลนิธิฯนำส่งสภาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นจากการสอบถามนางผกาพันธุ์ ชุ่มชื่น อายุ 62 ปี ยายผู้ตายกล่าวว่า ผู้ตายมีชื่อเล่นว่า “ต้นหอม” กำลังเรียนอยู่ชั้น ปวช.2 รร.เทคโนโลยี่แหลมทอง โดยมีนิสัยเป็นผู้หญิงและชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิงเวลาออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนผู้ตายได้ออกไปกับเพื่อนๆตามปกติและกลับมาหลังเที่ยงคืน จากนั้นในช่วงเช้าตนไปเคาะเรียกที่ห้องนอนเพื่อจะปลุกให้ไปโรงเรียนแต่พบว่าเป็นล็อคห้องด้านในแต่เมื่อไม่เปิดและไม่มีเสียงตอบรับตนก็ไม่ได้เอะใจและไม่กล้าเรียกอีกเกรงว่าหลานคงจะง่วง จนกระทั่งบ่าย 3 โมงกว่า ตนไม่เห็นหลานออกมาและไม่ออกมาอาบน้ำและกินข้าว จึงเดินมาดูคราวนี้เห็นว่าห้องเปิดแง้มอยู่ จึงเรียกและดันประตูเข้าไปก็พบว่าหลานตนนอนหงายอยู่อยู่โดยท่อนล่างเปลือยและมีเลือดออกที่ก้นที่ปาก จึงเอาผ้าขนหนูมาปิดท่อนล่าง แล้วไปเรียกลูกชายตนมาดูแต่ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้ง น.ส.วารุณี ชุ่มชื่น อายุ 42 ปี ลูกสาวตนซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายให้เดินทางมาดู ก่อนจะแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ทางด้าน น.ส.เบญญาภา โพล้งเสียง อายุ 20 ปี ญาติสนิทผู้ตายกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนได้มีการพูดคุยทางเฟสกับผู้ตายทราบว่า ผู้ตายพร้อมเพื่อนชื่อพลอยและเพื่อนสาวประเภทสองอีกคนหนึ่ง ไปเที่ยวที่ผับแถวตลาดมะลิ ย่านเมืองทองธานี จ.นนทบุรี ก่อนจะมีเรื่องและถูกกลุ่มโจ๋เจ้าถิ่นทั้งชายและหญิงร่วม 20 คนรุมทำร้าย จนสลบร่างกายบอบช้ำ จากนั้นก็พากันไปแจ้งความกับ ตร.ท้องที่ สภ.ปากเกร็ด แต่คดีไม่คืบหน้า จนกระทั่งน้องตนต้องมากระอักเลือดตายในวันนี้ ต่อมาได้มีคนชื่อพลอย เพื่อนผู้ตายเดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมให้การว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 63 ตนพร้อมเพื่อนและคนตาย ไปเที่ยวที่อินบ๊อกซ์ผับ ที่ตลาดมะลิ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และขณะที่ผู้ตายซึ่งแต่งตัวและหน้าตาคล้ายผู้หญิงได้ขึ้นไปเต้น จู่ๆก็มีกลุ่มผู้หญิงซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าถิ่น แสดงความไม่พอใจที่เห็นผู้ตายเต้นแรงจนคนมาเที่ยวมองและสนใจ จากนั้นพอเต้นเสร็จผู้ตายเดินกลับมาที่โต๊ะกลุ่มผู้หญิงเจ้าถิ่นก็มาพูดว่าแสดงความไม่พอใจ พร้อมกับบอกให้พวกตนออกไปข้างนอก แต่พวกตนไม่ออกจึงได้มีการตบตีกันระหว่างผู้ตายกับหญิงคนดังกล่าวแต่ผู้หญิงคนนั้นสู้ไม่ได้ จากนั้นไม่นานก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ร่วม 20 คน กรูเข้ามารุมทำร้ายพวกตนจนได้รับบาดเจ็บโดยเฉพาะผู้ตายถูกกระทืบและเตะจนสลบ ซึ่งหลังเกิดเหตุเวลาประมาณ 1 ทุ่มของวันที่ 10 ก.พ. พวกตนจึงพากันไปแจ้งความพร้อมกับรู้กลุ่มคนที่มารุมทำร้าย แต่กลับถูกตำรวจ สภ.ปากเกร็ด บอกกลับมาว่าพวกตนไปหาเรื่องพวกเขาก่อน พร้อมยังบอกว่าให้พวกตนหากล้องวงจรปิดมากันเอง และเวลาผ่านไป 1 อาทิตย์ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าไม่มีการเรียกพวกตนสอบเพิ่มเติม จนกระทั่งเพื่อนตนต้องมาตายดังกล่าว ทางด้าน พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี กล่าวว่าในเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จะต้องรอผลการผ่าพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เสียก่อน ส่วนเรื่องเหตุที่มีการทำร้ายร่างกายนั้นเกิดในพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยทาง พ.ต.ท.ศุภสิทธิ์ มากผ่อง สว.สส.สภ.เมืองปทุมธานี ได้มีการประสานไปยังท้องที่ สภ.ปากเกร็ด แล้วซึ่งเชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคงมีการรวบรวมพยานหลักฐานและจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน

1 2 3