สาวท้อง ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกรพ.สัตว์ชื่อดัง ไล่ออก!!

หญิงอายุ 28 ปี อาชีพผู้ช่วยสัตวแพทย์ อ้างว่าถูกนายจ้างโรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่งย่านท่าอิฐ อ.เมืองนนทบุรีจ.นนทบุรี ไล่ออกจากงาน เพราะลางานไปฝากครรภ์เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 64 เนื่องจากมีอาการแพ้ท้อง ถัดมาวันที่ 11 ก.ย. เกิดมีอาการแพ้ท้องตอนเช้า จึงขอลาต่อ 2 วัน และเดินทางไปโรงพยาบาล ก่อนกลับเข้าไปทำงานวันที่ 13 ก.ย. ข่าวที่เกี่ยวข้อง “กรมอนามัย” แนะคนท้องหากไม่จำเป็นห้ามออกจากบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ไล่ออกทันที หมอเหรียญทอง รับไม่ได้ ไล่หมอออกเหตุลัดคิวคนไข้ของตนเองในการรักษา จากนั้นทางหมอที่โรงพยาบาลเรียกเข้าไปพบพร้อมด้วยผู้จัดการและให้เซ็นใบเตือน เลื่อนการประเมินผ่านงาน ทั้งที่ตนทำงานเกิน 120 วันแล้ว อีกทั้งยังโดนผู้จัดการที่เป็นสามีของหมอ เข้ามาชี้หน้าด่าและไล่ตน กระทั่งทางโรงพยาบาลส่งใบลาออก บังคับข่มขู่ให้เซ็นต์ อ้างว่า ถ้าไม่เซ็นจะแจ้งหนังสือให้พ้นสภาพการทำงาน ตนจึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เลยเข้าร้องเรียนกับ นายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือ ทนายโป้ง ประธานชมรมทนายจิตอาสา  และลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจไว้เป็นหลักฐาน และยื่นเรื่องแจ้งที่กรมแรงงาน ซึ่งทางกรมแรงงานบอกว่าจะเรียกหมอที่โรงพยาบาลเข้าพบ

สาวท้อง 4 เดือน ติดโควิดขึ้นรถกู้ภัยฯ เร่งพาไปรักษาตัว.รพ.สนามเมืองทอง

สาวท้อง 4 เดือน ติดโควิดขึ้นรถกู้ภัยฯ เร่งพาไปรักษาตัว.รพ.สนามเมืองทอง มูลนิธิเพชรเกษมกรุงเทพฯได้รับการประสานงานจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติให้จัดรถออกรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 ภายในซอยนาทอง 2เขตดินแดง ผู้ป่วยเป็นหญิง 1 รายอายุ 30 ปีและผู้ป่วยหญิงดังกล่าวได้ตั้งท้องอายุครรภ์เพียง 4 เดือน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลสนามบุษราคัม (เมืองทองธานี) ข่าวอื่นทีน่าสนใจ -หนุ่มแกร็บ โชคร้าย เจ็บ! เหตุรอยต่อถนนพัง -“อนุทิน” บอก 7 มิ.ย. มีวัคซีนฉีดทุกคน

สาวท้องเข้าแจ้งความถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้าบ้านกลางคืน

ราชบุรี – สาวท้องเข้าแจ้งความถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้าบ้านกลางคืน โดยไม่มีหมายตรวจค้น อ้างมาจับยา แต่นำเงินไปด้วย ซึ่งเป็นเงินที่จะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์ น.ส.หวาน (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155/3 หมู่ 2 ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้มาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ว่า ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน ในยามวิกาล โดยไม่มีหมายตรวจค้นและก็ไม่พบสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว ยังนำเงินที่ตนเองตั้งใจว่าจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์ ไปด้วย โดยมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านได้จับภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจค้น หลังได้รับการร้องเรียน ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านดังกล่าว โดยได้พบกับ น.ส.หวาน (นามสมมุติ) ซึ่งอยู่พร้อมกับ นางทิพย์ ทองมอญ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นป้า และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปีน้องชาย น.ส.หวาน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเหตุการณ์ในคืนนั้น โดย น.ส.หวาน ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค.64 ที่ผ่านมา ขณะกำลังนอนอยู่ในห้องนอน จู่ๆได้มีชายฉกรรจ์ 2 คน เดินเข้าไปในห้องนอน ซึ่งตนเองเห็นรู้สึกตกใจและถามว่าเข้ามาทำไม ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาขอตรวจค้น ตนจึงถามว่ามีหมายค้นหรือไม่ ชายทั้งสองคนพูดบอกให้ตนนั่งเฉยๆ พร้อมกับถามหา นายอดิศร ทองมอญ อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.หวาน ที่เพิ่งจะพ้นโทษออกมาจากเรือนจำกลางราชบุรี ในข้อหาพยายามฆ่า เมื่อประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมา ตนตอบว่าไม่อยู่ จากนั้นก็พากันออกมาด้านนอก ก็พบว่ามีผู้ชายอีก 3 คน ยืนอยู่ที่หน้าบ้านและกำลังพูดโต้เถียงกับนายเอ น้องชาย ที่สอบถามว่า มีหมายค้นหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มี และทราบว่าทั้ง 5 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ที่เข้าไปในห้องตนครั้งแรก ก็ให้ตนพาเข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน ซึ่งก็ไม่พบอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่พบเงินสด จำนวน 9,500 บาท วางในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งและถามว่าตนว่าเงินอะไร ตนจึงบอกว่าเป็นเงินที่จะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์ เป็นจังหวะที่ นางทิพย์ ผู้เป็นป้าเดินออกมา ตนจึงส่งเงินจำนวนนั้นให้ป้า เก็บไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 สอบถามว่า เงินที่พบเมื่อสักครู่อยู่ไหน ป้าก็บอกว่าเก็บไว้แล้ว ตำรวจทั้ง 2 จึงสั่งให้นำเงินทั้งหมดใส่ในถุง โดยอ้างว่าจะนำไปตรวจเบอร์แบงก์ เนื่องจากได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมด ยังได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของลุง ไปด้วย ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่เข้ามาตรวจค้นบ้าน ได้โทรศัพท์ติดต่อให้นำเงินจำนวน 30,000 บาทไปเคลียร์คดี ทางลุงของตน จึงได้ให้ นายอดิศร สามี ของตนนำเงินจำนวน 30,000 บาท ไปให้ จากนั้น ได้ให้ น.ส.หวาน และนายอดิศร สามี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับทางพนักงานสอบสวน สภ.เขาดิน อ.โพธาราม ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธาราม ชุดที่เข้าตรวจค้นทั้งหมด ในข้อหาบุกรุกในยามวิกาลและลักทรัพย์ และจะขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ต่อมาหลังจากตนแจ้งความ ทางตำรวจชุดที่เข้าตรวจค้น ได้นำเงิน 9,500 บาท มาคืน โดยนำไปฝากไว้กับแม่ ของ น.ส.หวาน ด้าน นายอดิศร ทองมอญ สามีของ น.ส.หวาน กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ตนออกไปธุระนอกบ้าน และมาทราบข่าวหลังจากที่ตำรวจกลับไปแล้ว โดยทางลุง โทรศัพท์มาบอกว่าให้หาเงินจำนวน 30,000 บาท ไปเคลียร์คดี ตนนั้นไม่อยากจะมีปัญหา จึงได้หยิบยืมเพื่อนเพื่อเอาไปให้ […]

โหดเกินบรรยาย! เจ้าอาวาสโหดขับรถชนก่อน ลงมาถือมีดอีโต้ไล่ฟันสาวท้อง 8 เดือน จนเสียชีวิต

วันที่ 16 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายอุ่ม ดีรื่นรัมย์ หรือพระอุ่ม อายุ 57 ปี เจ้าอาวาสวัดไทยสามัคคี ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง ขับรถตู้ชนรถกระบะ ซึ่งภายในรถมี น.ส.ลำไพ บัวลอย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 19 ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง และนายธรรมปพน เยรัมย์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทั้งสองคนเพิ่งคบหาเป็นสามีภรรยากันมาได้ประมาณ 4-5 เดือน โดยหลังจากเจ้าอาวาสขับรถชน ได้ถือมีดอีโต้ลงมาไล่ฟันฝ่ายหญิงที่แขนและใบหน้าจนเสียชีวิตอยู่ที่หน้าบ้านของญาติในสภาพท้องแก่ 8 เดือน ก่อนตำรวจจะควบคุมเจ้าอาวาสไปทำการสึก แล้วนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.หินเหล็กไฟ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากพระอุ่ม มีความแค้นที่ถูกผู้ตายโทรศัพท์มาขอเงินโดยข่มขู่ว่าจะแฉเรื่องชู้สาวที่เกิดขึ้น ล่าสุด นางกชกร พลสยม อายุ 48 ปี อยู่เลขที่ 219 หมู่ 4 ต.ตูมใหญ่ พี่สาว อบต.ซึ่งเป็นแฟนใหม่ของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้น้องชายซึ่งเป็น อบต.ได้คบหากับฝ่ายหญิงเมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมา เบื้องต้นน้องชายรู้ดีว่าฝ่ายหญิงตั้งท้องแต่ขอรับเป็นพ่อ ส่วนลูกในท้องจะเป็นของใครตนไม่ทราบ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่ารุนแรงเกินไป โดยเฉพาะผู้ก่อเหตุเป็นพระ แต่กล้าทำร้ายหญิงคนรักและเด็กที่อยู่ในท้อง เท่ากับฆ่าคนทีเดียว 2 ชีวิต  

คลิปสาวท้องสุดห้าว ไปท้าตบสาวอีกคนถึงที่ แบบไม่ห่วงลูกในท้องเลย

ทำอะไรไม่คิด จนกลายเป็นเรื่องงามหน้า สาวท้องไปท้าตบถึงพี่ โดยเพจ โซเชียล ฮันเตอร์ ได้โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า แหมๆ.. อิห่านจิก สก๊อยปล่อยท้องเพื่อจับผัว ..ขนาดเขาบอกไม่ตบ กับคนท้อง….แต่แม่มไม่สน ท้องก็ตบได้ เก่งจริงๆ ไม่พอ คนเขาเตือนเขาสงสารเด็ก มันไปตามด่าเขาซะงั้น.. โถ่ววววววว….เ..ยมีแม่แบบนี้ กลั้นใจตายไปเลยดีกว่าหนู สงสารเลย สำหรับสาเหตุของการตบกันนั้น ได้มีเพื่อนของผู้ที่ท้องได้เข้ามาอธิบายว่า ต้นเรืองมันมีอยู่ว่า…แชทนี้คือแชททีเราคุยกับน้องยา..แต่อีอันนางเค้าหึงที่เราไปคอมเม้นไลฟ์สดที่น้องยาไลฟ์สดทีมีคนทีนางเคยคบ..แต่เราคบก่อนนะ..นางคบต่อแล้วนางก็เลิกไปแต่นางมีอาการห่วง..นางเลยแอบเข้าเฟสน้องยาเพื่อทีอยากรู้ว่าน้องยาคุยอะไรกับใครมั้ง..นางมาเห็นว่าเราเรียกนางอีอัน..แต่ทีเราเรียกอีก็ไม่ผิดนะ..เพราะเราก็โตกว่านางตั้งหลายปี..ทีเราไม่ตบเองเพราะเรื่องเริ่มต้นมาจากเรืองผู้ชาย..และเราก็ไม่สบาย..ทุกคนดูเอา..ว่าใครผิด..ทีน้องยาต้องตบ..เพราะตัวมันเอง..แอบเข้าไปดูเฟสน้องเค้าเฟสมันเป็นของส่วนตัวของแต่ละ บุคคล จริงมัยค่ะ #จริงมัยละ #ผัวติดคุกก็จะรอผัวนอกคุกก็ตามห่วง..555 แชทดังกล่าว  โดยนอกจากนี้สาวคนดังกล่าวยังโพสต์ประกาศกร้าวโดยไม่แคร์ลูกในท้องและอาสาตบด้วยตัวเอง

1 2 3 4