หดหู่…!! สารภาพ 1 ในตร.เอาถุงดำคลุมหัวบอก จำใจต้องทำตามคำสั่ง

หดหู่…!! สารภาพ 1 ในตร.เอาถุงดำคลุมหัวบอก จำใจต้องทำตามคำสั่ง ชาวเน็ตยังคงเฝ้าติดตาม เรื่องของผู้กำกับโจ้ เมื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ออกจากราชการไว้ก่อน และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หลังมีการร้องเรียนและเผยแพร่คลิปใช้ถุงคลุมหัวรีดเงินจากผู้ต้องหาจำนวน 2 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 25 ส.ค. มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนของ บช.ภูธร ภาค 6 ได้ควบคุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้แล้ว 4 คน ขณะกำลังจะหลบหนี และอยู่ระหว่างการสอบปากคำ รวมทั้งติดตามจับกุมพ.ต.อ.ธิติสรรค์ และพวกที่คาดว่าหลบหนีไปก่อนหน้านี้อย่างกระชั้นชิด ล่าสุด นายวราวุฒิ รุ่งจิรารัตน์ ทนายความ และรองประธานสภาทนายความจังหวัดนครสวรรค์ เดินทางมาร่วมรับฟังการสอบปากคำ ผู้ต้องหาที่ร่วมกับพันตำรวจเอกธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ โจ้ ผู้กำกับการสภ.เมืองนครสวรรค์ ใช้ถุงดำคลุมหัว นายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ จนเสียชีวิต เพื่อรีดเงินจำนวน 2 ล้านบาท   ข่าวอื่นที่น่าสนนใจ -เผยแล้ว…!! #นักจิตวิทยาบอก “ผกก.โจ้” #เข้าข่ายมีสองบุคลิกภาพในคนเดียวกัน –ประเด็นร้อนสะเทือนไปทั้ง “วงการสีกากี” หลังถูกเปิดเผยคำพูด “ผู้กำกับโจ้”   นายวราวุฒิ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาร่วมรับฟังการสอบปากคำผู้ต้องหา ในฐานะทนายความของ สิบตำรวจตรีปวีกรณ์ คำมาเร็ว เบื้องต้น ยังไม่ได้พูดคุยกับ สิบตำรวจตรีปวีกรณ์ แต่จากการสอบถาม พนักงานสอบสวน ทราบว่า สิบตำรวจตรีปวีกรณ์ ยอมรับ ร่วมก่อเหตุจริง แต่ทำไป เพราะจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพันตำรวจเอกธิติสรรค์ ส่วนปมการก่อเหตุครั้งนี้ ส่วนตัวสันนิษฐาน ผู้ก่อเหตุต้องการรีดข้อมูลบางอย่างจากผู้ตาย ไม่ใช่มาจากเรื่องขู่เรียกเงิน 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม 1 ในตำรวจคลุมหัวผู้ต้องหา เผยจำใจทำตามคำสั่ง ไม่ใช่รีดเงิน 2 ล้าน

จับมือปืนสังหารข้าราชการสาว ที่แท้ฝีมือแฟนหนุ่ม หลอกว่ารวย เผยสังหารตั้งแต่สมุทรสาคร

จากกรณีพบศพ น.ส.ฐิติรัตน์ สีห์ราช อายุ 35 ปี ข้าราชการสาวใน กทม. ถูกยิง 4 นัด เสียชีวิตในรถเก๋งโตโยต้ายาริสสีขาว ทะเบียน 5กฉ 1397 กทม. บริเวณถนนสาย44 สะพานห้วยรัด หมู่ที่ 5 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเวลากว่า 2 วัน จึงมีผู้มาพบ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่มีข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด วันที่ 22 ธ.ค.63 ที่ กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผกก.กก.สส.ภ.จว.สุราฏร์ธานี, พ.ต.ท.ธนัญชัย นวลนิรันดร์ รอง ผกก.กก.สส.ภ.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำตัวนายโอชา สวนจันทร์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ หลังตำรวจได้รับประสานจากทางญาติของ นายโอชา ว่าจะติดต่อขอเข้ามอบตัวในพื้นที่อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จึงเดินทางไปรับตัวมาดำเนินคดี จากการสอบสวนเบื้องต้น นายโอชา ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุจริง และเพิ่งคบหากับฝ่ายหญิงมาได้ระยะหนึ่ง ซึ่งตนโกหกว่าเป็นคนมีฐานะ และมีสวนอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาตนและผู้ตาย ได้ไปหาพ่อแม่ฝ่ายหญิงที่ จ.ชัยภูมิ และมีแผนที่จะแต่งงานกัน หลังจากนั้นได้พาผู้ตายไปบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อฝ่ายหญิงทราบว่าไม่ได้เป็นเหมือนที่พูดไว้ จึงรู้สึกว่าเหมือนถูกหลอก และได้โทร.กลับไปบอกที่บ้านว่าเหมือนโดนถูกหลอกถ้าตนโทร.ไปก็ไม่ต้องรับสาย ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาจากกทม.เพื่อที่จะมุ่งหน้ากลับบ้านที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างทางในพื้นที่จ.สมุทรสาคร ได้เกิดมีปากเสียงกับผู้ตายเกี่ยวกับเรื่องที่ตนไปหลอกว่าเป็นคนรวย จึงได้ใช้อาวุธปืนขนาด.38 ยิงใส่ผู้ตายหลายนัดจนเสียชีวิต แล้วนำเสื้อแจ๊คเก็ตมาคลุมร่างไว้ พร้อมกับใส่แมสก์ให้ ทำเหมือนคนนอนหลับ จากนั้นได้นำอาวุธปืนไปทิ้งในพื้นที่แยกวังมะนาว ก่อนขับรถพาศพนั่งมาในรถนานกว่า 6 ชั่วโมง จนมาถึงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้โทร.ไปบอกกับน้องชายว่า “ทำปืนลั่นใส่แฟนจนตาย” หลังจากนั้นก็นำรถมาจอดตรงที่เกิดเหตุ ก่อนให้น้องชายขับรถมารับเพื่อหลบหนี กระทั่งทนแรงกดดันไม่ไหว จึงเข้ามอบตัวดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป                 ข้อมูลจาก Khaosod

อุทาหรณ์!! แม่เอะใจลูกปัดบนสายแมสก์หายไป ก่อนลูกวัยซนมาสารภาพ

อุทาหรณ์!! แม่เอะใจลูกปัดบนสายแมสก์หายไป ก่อนลูกวัยซนมาสารภาพ คุณแม่แบ่งปันประสบการณ์หลังลูกชายวัยกำลังซนเล่นเอาร้อนใจหนักเพราะแกะเอาลูกปัดที่แม่เย็บไว้กับแมสก์ยัดเข้าไปในรูจมูก ในตอนแรกก็ไม่ยอมบอกจนแม่ผิดสังเกตว่าจำนวนลูกปัดหายไป เมื่อเค้นถามจึงยอมสารภาพว่าเล่นซนด้วยการแกะยัดเข้าไปในจมูก ได้ยินดังนั้นเธอรีบเอาไฟส่องดูและพยายามหาทางเอาลูกปัดออกจากรูจมูกของลูก แต่ในที่สุดก็ต้องรีบพาไปพบแพทย์ ผู้ปกครองเด็กวัย 4 ขวบรายหนึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊คเล่าอุทาหรณ์ระบุว่า “เตือนภัย ความซนของเด็กวัย4ขวบ ลูกปัดที่อยู่กับสายคล้องแมสก์ เซย์ฮายแกะออกมาเล่น แล้วยัดเข้าไปในจมูก กลับมาจากโรงเรียนไม่พูดไร ไม่บอกเรานั่งรถกลับบ้านปกติเล่นกันปกติ พอถึงบ้าน เรามาทำแมสก์ให้สังเกตลูกปัดหายไปก็เลยถามว่าเซย์ฮายลูกปัดหายไปไหน ฮายบอกอยู่ในจมูกเราก็บอกเอาดีๆ เขาบอกเราว่าจริง เราก็เรียกมาดูละเอาไฟส่อง ก็จริงแล้วเขาก็ใส่มันทั้ง 2 ข้างจมูกด้วย แต่อีกลูก ฮายเอาออกเองแต่อีกอันเขาเอาออกเองไม่ได้ อยู่ลึกมากตอนแรกเอิ้กเอาไม้เพื่อจะเขี่ยออกแต่เปลี่ยนเป็นใช้น้ำเกลือยัดใส่อีกข้างดันออกมันก็ไม่ออก มันลึกมากตัดสินใจไปหาหมอ หมอตอนแรกจะใช้ครีมดึงออกแต่มันอยู่ลึกเกิน หมอตัดสินใจ ใช้เครื่องดูดหลายทีกว่าจะออก แล้วให้ฮายช่วยสั่ง 4-5ทีถึงออกความโชคดีของเราคือการสังเกต ดีที่ดู ดีที่ถามไม่งั้นจมูกเน่าแน่นอน เตือนภัยเกี่ยวกับลูกปัดคล้องสายแมสก์”

คุมองค์ชายจุ้ย…!! ทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางเสียงด่าทอ

คุมองค์ชายจุ้ย…!! ทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางเสียงด่าทอ วันที่15 กันยายน ตำรวจสน.บางยี่เรือคุมตัวนายภูมิพัฒน์ หรือจุ้ย พาธีรัตน์ อายุ 44 ปี หรือองค์ชายจุ้ย ชายเร่ร่อนซึ่งแทงนายวีระศักดิ์ ทองมาก อายุ 39 ปี พ่อค้ารถเข็นขายกระเพาะปลาคนตายในชุมชนตากสิน ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซอย 4 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี เมื่อช่วงดึกของวันที่12กันยายนที่ผ่านมาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุหลังจับกุมตัวได้ที่วัดบางละมุง จ.ชลบุรีเมื่อข่วงบ่ายวันนี้ สำหรับการทำแผนวันนี้ ตำรวจได้เข้าไปคุยกับประชาชนในจุดเกิดเหตุว่าห้ามเข้าทำร้ายร่างกาย ซึ่งชาวบ้านก็ฟังได้ก็มีเสียงด่าทอท่ามกลางการคุ้มกันของตำรวจให้ผู้ต้องหาใส่เสื้อกันกระสุนและหมวกกันน็อกใส่กุญแจมือ วางกำลังล้อมตัวผู้ต้องหา หลังจากทำแผนจบก็ได้พาตัวกลับทันที ทั้งนี้นายภูมิพัฒน์ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา ว่า โดยวันเกิดเหตุเจอกับนายวีระศักดิ์โดยบังเอิญ แต่ผู้ตายมีนิสัยพูดจาข่มขู่ และมักเข้ามาตบตีตนทุกครั้งที่เจอหน้ากัน จึงเกิดบันดาลโทสะประกอบกับเมาสุราเลยคว้ามีดปลอกผลไม้ที่ตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าวแทง 1 ครั้ง แล้วหลบหนีไปวัดบางละมุง จ.ชลบุรี ด้วยรถตู้สาธารณะ แต่ก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด

1 2 3