โผล่อีกราย! ดับสลด ม.3 ไฟช็อตแขนไหม้ นอนเล่นมือถือ ขณะชาร์จแบต

นักเรียนหญิง ม.3 หมดสติ-แขนไหม้ นอนทับมือถือ ขณะชาร์จแบต พี่ชายเห็นรุดช่วย ส่ง รพ.สุดยื้อเสียชีวิต ญาติพบสายชาร์จเก่า-ชำรุด คาดถูกไฟฟ้าช็อตดับ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.64 หน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศล จุดบ้านเพ รับแจ้งเหตุ คนถูกไฟช็อต ที่บ้านเช่า ไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 2 ข้างธนาคารกสิกรไทย ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบ น.ส.กรกมล วงษ์ศรีแก้ว อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง นอนหมดสติอยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยปั๊มหัวใจ แต่ไม่มีการตอบสนอง จึงรีบนำตัวส่ง รพ.ระยอง แต่แพทย์สุดยื้อ เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากหยุดหายใจเป็นเวลานาน จากการสอบถามญาติ ทราบว่า หลัง น.ส.กรกมล กลับจากโรงเรียนช่วงเย็น ก็เข้ามานอนเล่นโทรศัพท์ในห้องนอน กระทั่งพี่ชายเข้าไปก็พบสภาพนอนตะแคงทับโทรศัพท์มือถืออยู่ ที่ข้อมือซ้ายมีรอยไหม้เกรียม ไม่หายใจแล้ว จึงตะโกนให้เพื่อนบ้านรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ    “เห็นสายชาร์จโทรศัพท์ชำรุดมานานแล้ว บอกให้เลิกใช้เพราะว่ามันเก่า แต่ก็ยังคงใช้อยู่ คาดว่าสายไฟที่ใช้ต่อสายชาร์จเกิดไฟช็อต ก่อนถูกไฟดูดจนเสียชีวิต” ญาติ ระบุ เบื้องต้นแพทย์ รพ.ระยอง จะชันสูตรศพอีกครั้ง ก่อนมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป  

ต้องหิวขนาดไหน! “งูเขียวพระอินทร์” เขมือบสายหูฟังมือถือ กู้ภัยอ่างทองเข้าช่วยเหลือ

จนท.ร่วมกตัญญู ช่วยงูเขียวพระอินทร์ แอบเลื้อยเข้าบ้านคนแล้วเขมือบสายหูฟังโทรศัพท์ คาดว่าคงหิวมากมองเห็นหูฟังเป็นงูตัวน้อย จึงกินเข้าไปเจ้าของบ้านมาพบเห็น ตกใจเลยแจ้ง จนท.ช่วยงูด้วย วันที่ 19 ก.พ. เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก นางภูษณิษา วารีรักษ์ ว่ามีงูเขียวพระอินทร์ตัวขนาดใหญ่เลื้อยเข้ามาภายในบ้าน แล้วกินสายหูฟังโทรศัพท์เข้าไป อยู่ที่บ้านเลขที่ 97 ม.12 ต.แสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ นายมานิตย์ บุญประสพ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมให้การช่วยเหลือ พบงูเขียวพระอินทร์ ตัวขนาดใหญ่ยาวประมาณ 1 เมตร ได้กลืนกินสายหูฟังโทรศัพท์สีขาวลงไปในอยู่คองู ประมาณครึ่งความยาวของสายหูฟัง และเหลืออยู่ที่พื้นด้านนอกอีกครึ่งหนึ่งจึงได้จับงูเขียวได้อย่างง่ายดายแล้วใส่กระเป๋าผ้าที่เตรียมมา แล้วเดินทางกลับมายังที่ตั้งศูนย์มูลนิธิร่วมกตัญญู แล้วหาวิธีช่วยเหลือ โดยการใช้ถุงมือที่มีความหนาจับงูเขียวออกมาจากถุงผ้า แล้วจับตัวงูโดยเอาหัวลงแล้วค่อยๆ เขย่าๆ เพื่อให้เจ้างูเขียวขย้อนสายหูฟังออกมา แล้วค่อยๆ ดึงสายหูฟังออกได้อย่างปลอดภัยแล้ว นายวิริทธิ์พล เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวว่า งูเขียวพระอินทร์กินสายหูฟังโทรศัพท์ เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานเป็นกู้ภัยมา ตอนแรกก็งงเหมือนกันว่ากินเข้าไปทำไม แต่เมื่อมองดูสายหูฟัง ที่เป็นสายกลมๆ ขนาดเล็ก และเป็นสีขาว ยาวประมาณ 60 ซม.มีปลั๊กเสียบแบนๆ และหูฟังสองข้าง คิดว่าเจ้างูเขียวที่แอบเลื้อยเข้าบ้านประชาชน มองเห็นคิดว่างูตัวน้อยสีขาวที่นอนอยู่ จึงเข้าฉกแล้วกลืนกินไปด้วยความหิวโซ เพราะคิดว่าเป็นเหยื่อ ก่อนที่เจ้าของมาพบแล้วแจ้งขอความช่วยเหลือ นำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติหากินต่อไป.

มองหาสายชาร์จ แว่บเดียว ทำรถชนพลิกคว่ำบาดเจ็บ

มองหาสายชาร์จ แว่บเดียว ทำรถชนพลิกคว่ำบาดเจ็บ ช่วงดึกของวันที่ 9 กันยายน สน.โคกครามรับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ บนถนนประเสริฐมนูกิจ ช่วงกลางสะพานข้ามคลองบางบัว แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร เบื้องต้นพบคนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่บริเวณหัวเข่าบวม โดยพบรถกระบะที่ด้านขวามีรอยถูกชนอย่างแรงทำให้ยางล้อหลังขวาเกือบหลุดออกมา . สอบถามนายยุทธการณ์ ชำนาญยา อายุ 28 ปี คนขับรถกระบะให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาพร้อมกับพี่ชายจากอ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อมุ่งหน้าไปลาดพร้าว 71 เมื่อมาถึงช่วงเชิงทางขึ้นสะพานข้ามคลอง จู่ๆก็มีรถเก๋งคู่กรณีพุ่งเข้ามาชนเสยท้ายอย่างแรง เมื่อหันไปดูก็พบว่า รถเก๋งคู่กรณีได้พลิกคว่ำหงายท้องอยู่ด้านข้าง โดยมีผู้หญิงเป็นคนขับรถ ตนจึงได้ช่วยเหลือออกมาจากตัวรถ . ทางร.ต.ท.ชุมพล ดวงบรรเทา รองสว.(สอบสวน)สน.โคกคราม กล่าวว่าจากการสอบสวนน.ส.มัณทนา จุนโสภา อายุ 32 ปี เจ้าของรถที่คว่ำให้การว่าขณะเกิดเหตุได้มองหาสายชาร์จโทรศัพท์มือถือซึ่งปกติแค่เอามือหยิบก็จะเจอแต่ก่อนเกิดเหตุเมื่อยื่นมือไปหยิบกลับไปเจอสายชาร์จจึงหันไปมองหาเพียงแว่บเดียวก็ชนท้ายรถคันหน้าดังกล่าว . จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดหลังจากเกิดเหตุทันทีก็ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ขับรถโดยปนะมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย” และข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ” จึงสั่งปรับ 500 บาท ตามกฎหมายในส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของประกันภัยรถยนต์ตกลงเรื่องค่าเสียหายต่อไป   ******************************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก The Tempo News)

สุดพิเรนทร์! ชายเอาสายชาร์จ ยัดเข้าทางรูอวัยวะเพศ สุดท้ายเอาออกไม่ได้ ต้องถึงมือหมอ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน  ทีมแพทย์รัฐอัสสัมทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ได้ผ่าตัดนำสายชาร์จโทรศัพท์มือถือออกจากร่างกายของผู้ป่วยชายคนหนึ่งได้สำเร็จ สิ่งแปลกปลอมดังกล่าวถูกนำออกมาจากกระเพาะปัสสาวะของชาย วัย 30 ปี ที่เข้าพบแพทย์ด้วยอาการปวดบริเวณช่องท้อง ดร.วาลิยุล อิสลาม (Dr. Walliul Islam) ศัลยแพทย์ที่ปรึกษา เป็นผู้เปิดเผยการผ่าตัดครั้งนี้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว โดยผู้ป่วยรายนี้แจ้งทีมแพทย์ว่าเขาได้กลืนสายชาร์จดังกล่าวโดยไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ดี ทีมแพทย์เชื่อว่าที่จริงแล้วเขาน่าจะสอดสายชาร์จเข้าสู่ร่างกายผ่านทางรูอวัยวะเพศ โดยตอนหลังผู้ป่วยได้สารภาพความจริง ได้ยัดสายชาร์จเข้าทางรูปัสสาวะ บอกว่าที่ทำไปเพื่อสำเร็จความต้องการทางเพศ เคยทำมาหลายครั้งแล้ว แต่หนนี้เกิดการผิดพลาด

ชายทำงานโรงน้ำแข็ง ถูกไฟช็อตตายกลายเป็นศพ คาดไฟจากสายชาร์จโทรศัพท์

วันที่ 12 พ.ค. 62 เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุเมธ จงเนติวิศิษฐ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่า บริเวณอาคารพาณิชย์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าตึกแถว 3 ชั้น พบผู้เสียชีวิต อยู่ที่ชั้น 2 ห้องที่ 7 ทราบชื่อคือ นายคำสิง อายุ 43 ปี สัญชาติลาว ทำงานที่โรงน้ำแข็ง ภายในซอยรังสิต-นครนายก 25 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี สภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้น นอนคว่ำหน้าทับสายชาร์จโทรศัพท์ที่เสียบคาอยู่ที่ปลั๊กไฟ ใกล้กันมีโทรศัพท์ 1 เครื่องวางอยู่ จากการสอบถามนายบี ชาวลาว อายุ 36 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต บอกว่า หลังจากเลิกงาน 10.00 น. ตนเข้าห้องไม่ได้ จึงเรียกพี่ชาย แต่ไม่มีเสียงตอบ จึงงัดห้องแล้วเจอพี่ชายนอนเสียชีวิตอยู่ก่อนแล้ว จากนั้น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้น คาดว่าถูกไฟช็อตจากสายชาร์จโทรศัพท์จนเสียชีวิต พร้อมให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติศูนย์รังสิต เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง