งานนี้คุณเมียทั้งหลาย จับตาดูสามีให้ดีๆ ว่าออกไปตามหามะม่วงต้นนี้กันหรือป่าว

กลายเป็นเรื่องเฮฮาบนโลกโซเชียล เมื่อเจ้าของต้นมะม่วงสุดจะทน โดนขโมยมะม่วงบ่อยซะจนน่ารำคาญใจ งานนี้เลยต้องทำอะไรสักอย่าง ก็เลยเขียนป้ายมาติดไว้ที่ต้นมะม่วงซะเลยว่า “ใครขโมยขอให้เมียมันตาย” นึกว่าทำแบบนี้ จะพอช่วยยับยั้งชั่งใจโจรขโมยได้บ้าง แต่กลับผิดคาดกลายเป็นว่าทำให้เหล่าสามีทั้งหลาย ที่มีความเบื่อหน่ายในเมียตัวเอง อยากจะไปขโมยมะม่วงที่ต้นนี้เสียเหลือเกิน งานเหล่าสามีทั้งหลายเลยออกตัวถามหาพิกัดของต้นมะม่วงนี้กันยกใหญ่ สงสัยรอบนี้คงจะไม่เหลือมะม่วงไว้ให้เจ้าของต้นซะแล้วล่ะ มะม่วงแช่บ๊วย ที่เป็นเมนูโปรดของใครหลายคน วันนี้อาจจะต้องเปลี่ยนไป ถ้าได้เห็นถึงวิธีการทำ ฮือฮา “พระ” ขายมะม่วง หาค่าน้ำ ค่าไฟช่วยวัด!!

งามไส้อีกแล้ว เมียน้อย โพสต์ภาพแต่งงานกับผัวทหาร ยั่วประสาทเมียหลวง

ดราม่าเมียหลวงเมียน้อย โผล่ใหม่อีกรายแล้ว มีหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นภรรยาหลวง ได้ออกมาระบายปัญหาในทำนองเดียวกัน โดยโพสต์ภาพของสามีซึ่งเป็นทหาร กับหญิงสาวพยาบาล กำลังถ่ายภาพคู่ภาพพรีเวดดิ้งพร้อมระบุข้อความว่า ทำกันแบบนี้ได้ด้วยเหรอค่ะ เราเป็นเมียหลวงมีทะเบียนสมรส หญิงสาวภรรยาหลวง ยังได้โพสต์คลิปเสียง ระหว่างแม่สามีและภรรยาน้อย กำลังโต้เถียงกันเรื่องปัญหา โดยมีการพูดถึงการร้องเรียนผอ. และต้นสังกัดที่ทำงานอยู่ งานราชการก็ต้องออกด้วย ขณะที่อีกฝั่งมีการพูดว่า หุบปากค่ะคุณแม่ขา นอกจากนี้หญิงสาวคนดังกล่าวยังระบุอีกว่า ในส่วนของการเข้าไปร้องเรียน เรายังไม่เคยเข้าไปร้องเรียนที่ไหนเลยนะคะ เพราะเราไม่มีเวลา และต้องเลี้ยงลูกที่ยังเล็ก เคยเพียงแค่โทรไปขอคำปรึกษากับทางผู้บังคับบัญชาของสามีเท่านั้น และดาเองก็ได้รับคำแนะนำ และความช่วยเหลือจากทางผู้บังคับบัญชาของสามีเป็นอย่างดีเสมอมาค่ะ ไม่ได้มีปัญหาใดๆ ในส่วนที่ทำงานของเมียน้อย เราเองก็ไม่เคยเข้าไปเช่นกันค่ะ จะมีเพียงแม่สามี และป้าของสามี ที่เคยเข้าไปเพื่อขอพูดคุยกับเมียน้อย เพื่อขอให้เมียน้อยเลิกมายุ่งกับลูกชาย เพราะเขามีครอบครัวอยู่แล้วค่ะ แต่เขาไม่ออกมาคุย จึงได้คุยกันผ่านมือถือแค่นั้นค่ะ ล่าสุดทางฝั่งเมียน้อยก็โพสต์ภาพแต่งงานรวมถึงภาพไปเที่ยวกันอย่างสวีทกับสามีทหาร ทำให้เมียหลวงสุดทนต้องออกมาโพสต์ระบายอีก  

ซ้อมปางตาย…!! เมียโพสต์ถูกอดีตสามี ตามง้อไม่สำเร็จ ทำร้ายปางตาย

#ซ้อมปางตาย…!! #เมียโพสต์ถูกอดีตสามี ตามง้อไม่สำเร็จ #ทำร้ายปางตาย หญิงสาวรายหนึ่งโพสต์เหตุการณ์ที่เธอได้รับหลังจากถูก #อดีตสามีตามง้อไม่สำเร็จ แต่กลับทำร้ายร่างกายเธอ โดยระบุว่า ” เคยเห็นแต่ในละครไม่เคยคิดว่าจะมาเกิดขึ้นกับตัวเอง กูเอาให้ถึงที่สุด กับสิ่งที่มึงทำกับกู กูยอมไม่อะไรแล้วนะกูอุสาเลิกกับมึงดีๆ แต่มึงมาทำแบบนี้กับกู มึงเตรียมตัวไปกินข้าวในคุกได้เลย #ไอสัตเจม กูยอม อดทนทำงานเลี้ยงลูกคนเดียวยอมหนีมาจากมึงแล้วแต่มึงยังตามจองเวรจองกรรมทำร้ายกูกับลูก มึงมันเลวเกินคน ผู้ชายที่ไหนเค้าทำผู้หญิงกันแบบนี้ลูกผู้ชายจริงเค้าไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอก ตอนทำกับกูไม่คิดพอกูเลิกมาตามง้อกูง้อไม่สำเร้จมึงก็ใช่วิธีการแบบนี้ กูจะไม่เอาคนเลวๆแบบมึงมาเป็นพ่อของลูกกู #กูจะไม่มีวันอโหสิให้มึง กูเลี้ยงลูกคนเดียวกูเลี้ยงได้ ไม่จำเป็นต้องมีคนแบบมึงมาเป็นพ่อ #จะคบใครฝากชีวิตไว้กับใครก็ขอให้คบหาดูใจกันนานๆ บทเรียนชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ #ฉันจะอดทนแหละสู้แหละเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุด#เหตุเกิดเมื่อประมาณ23:45นาที ก.พ 64 วันเสาร์ #ขอให้มันได้รับกรรมไว้ๆ ตอนนี้ตัสกับลูกยุอย่างระแวงกลัวแหละผวาหดหู่ใจมากกลัวว่าเค้าจะไม่ยอมจบง่ายๆ เค้าไม่กลัวอะไรเลย”  

รวยมาก! เผยทรัพย์สิน มาดามแป้ง และสามี อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ มีถึง 4,690 ล้านบาท

วันที่ 26 ม.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่รายการบัญชีทรัพย์สินของพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคู่สมรส นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือมาดามแป้ง กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีทรัพย์สินรวม 4,790,635,566.80 บาท และหนี้สิน 100,328,874,28 บาท สำหรับพ.ต.อ.ณรัชต์ แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 135,631,677.87 ล้านบาท เป็นเงินฝากประมาณ 81 ล้านบาท เงินลงทุน 18 ล้านบาท ที่ดิน 19 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 17 ล้านบาท ยานพาหนะ 1.35 ล้านบาท ทรัพย์อื่นๆ อาทิพระเครื่อง นาฬิกา ปืน 3.3 ล้านบาท เป็นต้น ส่วน “มาดามแป้ง” มีทรัพย์สิน 4,651,003,888.93 บาท […]

หนุ่มผู้รักเมีย แช่แข็งร่างเมีย หวังการแพทย์แห่งอนาคตช่วยฟื้นคืนชีพ

เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ นายเกว๋ย จวิ๋นหมิง ชายชาวจีนวัย 49 สูญเสียนางจ้าน เวินเหลียน ภรรยาผู้อายุเท่ากันไปจากโรคมะเร็งปอด ด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ นายเกว๋ย จวิ๋นหมิง จึงตัดสินใจแช่แข็งร่างของภรรยาด้วยวิธีไครโอนิก (cryonic, cryo-preservation การรักษาร่างกายที่อุณหภูมิติดลบ) ร่างของเธอจะถูกเก็บรักษาอยู่ภายในถังไนโตรเจนเหลวขนาด 2,000 ลิตร อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส โดยมีอุปกรณ์ช่วยพยุงชีพ เพื่อรักษาระบบการทำงานสำคัญในร่างกายของเธอ ภรรยาเขาตกลงใจยอมให้ร่างกายของเธอถูกรักษาเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเธอเสียชีวิต เมื่อนางจ้านเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล  ในมณฑลชานตง นักวิทยาศาสตร์ที่มารออยู่แล้วก็เข้าดำเนินการเก็บรักษาร่างของเธอทันที ตั้งแต่การฉีดสารเพื่อป้องกันการแข็งตัวของเลือด เชื่อมระบบร่างกายเข้ากับเครื่อง CPR เพื่อรักษาการหมุนเวียนและระดับออกซิเจนเลือด ที่หล่อเลี้ยงเซลล์ร่างกายและสมอง ตลอดจนอัดสารละลายน้ำเกลือเย็นจัดเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายลงกระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใน 2 นาทีนับจากที่ภรรยาของนายเกว๋ย เสียชีวิต สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมดนี้ Yinfeng Biological Group ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขออกมา โดยเคสของนางจ้านก็ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากสถาบันวิจัยที่เป็นของ Yinfeng Biological Group เอง กระนั้นก็มีการประเมินกันไว้ว่าอาจสูงถึง 116,000 หยวน หรือราว 547,520 บาท การแช่งแข็งรักษาร่างกายด้วยวิธีไครโอนิกเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1967 กับร่างของ […]

1 2 3 4