กลุ่มนักเรียนเลว…!! “สาดสีแดง” ใส่ “กระทรวงศึกษา” แสดงสัญลักษณ์ “วันครู”

กลุ่มนักเรียนเลว…!! “สาดสีแดง” ใส่ “กระทรวงศึกษา” แสดงสัญลักษณ์ “วันครู” วันที่ 16 มกราคม ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มนักเรียนเลวจัดกิจกรรมวันไหว้ครู “ #พระคุณที่สาม…งดงามแจ่มใส “ โดยมีการนำเศษไม้มากองอยู่ที่หน้ากระทรวง ซึ่งก่อนที่จะเริ่มทำกิจกรรม พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 ได้เชิญแกนนำกลุ่มนักเรียนเลว เข้าไปชี้แจงถึงทำกิจกรรมวันนี้ เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายควบคุมโรคที่บช.น. หลังจากแกนนำกลุ่มนักเรียนเลวออกมาจากบช.น. ก็ได้จัดกิจกรรมสาดสีแดง โดยแกนนำได้แต่งตัวด้วย #ชุดนักเรียนและสาดสีแดง ลงที่ตัวเพื่อแสดงสัญลักษณ์ และมีการสาดสีแดงที่ป้ายกระทรวงศึกษาด้วย โดยใช้เวลาในการทำกิจกรรมเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น โดยไม่มีปราศรัยใดๆทั้งสิ้น พ.ต.อ.อรรถวิทย์ เปิดเผยว่าการทำกิจกรรมของกลุ่มนักเรียนเลวในวันนี้ไม่ได้ผิดพ.ร.บ.ควบคุมโรคแต่อย่างใด เพราะมีการ #จัดกิจกรรม ที่รวดเร็ว และมีการเว้นระยะ ทางกระทรวงศึกษาก็ยินยอมให้เด็กทำกิจกรรมในวันนี้ อย่างไรก็ตามการทำกิจกรรมของน้องๆในวันนี้ ได้มีการสาดสีแดงไปยังกำแพงกระทรวงศึกษาธิการอาจจะมีความผิดในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ แม้ทางกลุ่มจะยืนยันว่าสีที่นำมาใช้จะล้างออกได้ก็ตาม

วันนี้นักเรียนในหลายโรงเรียนลุกขึ้นชู 3 นิ้วพร้อมกัน ร้องเพลงชาติ เป็นการแสดงออกทางการเมือง

วันที่ 17 ส.ค. ผู้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง โพสต์รูปภาพเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ยืนชู 3 นิ้ว ขณะกำลังยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ พร้อมระบุข้อความ ว่า อะไรที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น วันนี้นักเรียนในหลายโรงเรียนลุกขึ้นชู 3 นิ้วพร้อมกันเคารพธงชาติเสร็จ นี่คือพลังที่ต้องขอคาราวะ การคุกคามไม่ว่าผู้ใหญ่ทั้งหลาย ตำรวจ หรือครู จงรู้ไว้ นักเรียนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด แต่ใครหน้าไหนก็ตามที่ไปขัดขวางต่างหากจะมีความผิด ฝากไว้ให้คิดนะ สำหรับการแสดงออกของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมดังกล่าว ค่ดว่าน่าจะเกิดจากเพจเฟซบุ๊ก “ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย – Associate of students in Thailand” ได้โพสต์ข้อความชักชวนเด็กนักเรียนว่า ขอเชิญชวนนักเรียนทุกคน ร่วมแสดงสัญลักษณ์ว่าเรา “ไม่เอาเผด็จการ” โดยการชู 3 นิ้ว และร้องเพลงชาติดังๆ ให้รู้ไปเลยว่า เรารักชาติ แต่ไม่รักเผด็จการในคราบประชาธิปไตย

เตือนไว้ก่อนเลย พบเห็นจุดนี้บนถนน ในพื้นที่ในเมือง ห้ามจอดรถโดยเด็ดขาด

เป็นอีกหนึ่งข้อควรรู้สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน หากจอดรถไม่ถูกที่หรือไม่ปฏิบัติตามกฏจราจรมีสิทธิ์โดนใบสั่ง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2562 ผู้ใช้เฟสบุ๊ค พันธนะ ไชยช่อฟ้า ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า แจ้ง ถ้าพบเห็นจุดนี้บนถนน ในพื้นที่ในเมือง หรือจราจรคับขัน ห้ามจอดรถโดยเด็ดขาด มันจะส่งสัญญาณไปมือถือจราจรในพื้นที่ เพื่อมาล็อกล้อรถโดยทันที #เตรียมชำระเงินค่าปรับกันด้วยนะครับ ถนนนิมมานเหมินห์ ถนนศิริมังคลาจารย์ เชียงใหม่ เริ่มที่แรก หลังจากที่เรื่องราวนี้ได้ถูกออกมาเผยแพร่ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย บางคนก็บอกว่า “ดีเลยจะได้ช่วยจัดการคนที่ชอบฝ่าฝืนกฏจราจร”

สถานทูตไทย ณ เบอร์ลิน ส่งหนังสือถึงทีวีเยอรมัน ขออภัย กระทำการมิบังควร

เฟซบุ๊กเพจสถานเอกอัครราชทูตไทยณกรุงเบอร์ลินประเทศเยอรมนีออกแถลงการณ์ถึงกรณีรายการโทรทัศน์ของประเทศเยอรมนีรายการหนึ่งมีการนำเสนอถึงประเพณีการหมอบกราบโดยพิธีกรในรายการมีการเลียนแบบการหมอบกราบและมีการหัวเราะในรายการสร้างความไม่สบายใจให้แก่คนไทย โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ส่งหนังสือไปยังผู้บริหารรายการดังกล่าวมีเนื้อหาโดยสรุปว่าประเพณีการหมอบกราบในประเทศไทยเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความเคารพระดับสูงสุดคนไทยปฏิบัติต่อบิดามารดาบรรพบุรุษและผู้ที่เป็นที่เคารพอย่างสูงเป็นเรื่องสำคัญของชาวไทยที่จะดำเนินประเพณีอันล้ำค่าด้วยความภาคภูมิใจวัฒนธรรมและประเพณีเป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกเปรียบเทียบหรือติดสินโดยวัฒนธรรมอื่นและวัฒนธรรมนี้ก็ไม่ได้ทำร้ายใครไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ สถานเอกอัครราชทูตไทยยังระบุว่ารู้สึกผิดหวังว่าวัฒนธรรมและประเพณีที่แตกต่างถูกทำให้เป็นเรื่องน่าขันในประเทศพัฒนานี้ทั้งยังมีการวิพากษ์วิจารณ์โดยขาดความเคารพและความเข้าใจฯลฯสถานเอกอัครราชทูตไทยเรียกร้องให้รายการและพิธีกรขออภัยต่อเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่7 พ.ค. ที่ผ่านมาทางรายการดังกล่าวได้โพสต์ขออภัยในเฟซบุ๊กหากเนื้อหาในรายการทำให้มีคนรู้สึกขุ่นเคืองแต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกวัฒนธรรมของไทยแต่อย่างใด    

หลายคนยังไม่รู้!! สองสัตว์ในตำนานที่คนญี่ปุ่นใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและช่วยป้องกันภัย

หากเดินผ่านตามบ้านเรือน ร้านค้า และศาลเจ้าหลายที่ คงมีหลายคนแปลกใจไม่น้อยว่าทำไมจึงมีรูปปั้นของตัวหมาแรคคูน หรือสุนัขจิ้งจอกวางประดับอยู่ มาดูความเป็นมาของสัตว์สองชนิดจากตำนานของคนญี่ปุ่นกันนะคะ หากเดินผ่านบ้านเรือนหลายบ้านก็จะเห็นรูปปั้นตัวหมาแรคคูนวางไว้ในสวนหน้าบ้าน จากเรื่องเล่าปรัมปรานั้นกล่าวว่าทะนุกิเป็นสัตว์ที่ฉลาดแกมโกงและมักแปลงร่างเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของเพื่อแกล้งมนุษย์ โดยการแปลงร่างนั้นทะนุกิจะนำใบไม้มาแปะไว้ที่หน้าผาก เรื่องเล่าการแปลงร่างของทะนุกิมักจะเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังเช่นเรื่องราวของทะนุกิสั่งซื้อเหล้าโดยใช้เงินที่ได้จากใบไม้แปลง และเมื่อทะนุกิออกจากร้านเหล้าไปแล้วเงินนั้นก็จะเปลี่ยนกลับเป็นใบไม้ อีกเรื่องเล่าก็มีอยู่ว่าทะนุกิฉลาดแกมโกงอยากดื่มสาเกแต่ไม่มีเงินซื้อจึงใช้ใบไม้แปะหน้าผากและแปลงร่างให้มีอัณฑะที่ใหญ่ ทำให้หนุ่มญี่ปุ่นที่กำลังดื่มเหล้าเพลินๆ ตกใจและวิ่งหนีจากไป ปล่อยให้ทะนุกิซึ่งกลับร่างดังเดิมดื่มสาเกจนหมด ดังนั้นร้านเหล้าส่วนใหญ่จึงมักมีรูปปั้นตัวทะนุกิประดับอยู่ด้านนอกร้าน แม้มีเรื่องเล่าถึงความร้ายกาจแกมโกงของเจ้าทะนุกิ แต่จริงๆแล้วรูปปั้นทะนุกิมีลักษณะที่ดีแปดประการ ได้แก่ หมวกไม้ไผ่ที่สามารถปกป้องจากภัยอันตรายหรืออากาศไม่ดีได้ ดวงตาของทะนุกิที่เป็นสัญลักษณ์ของการรับรู้สภาพแวดล้อมและช่วยในการตัดสินใจที่ดี ขวดสาเกเก็บกักความบริสุทธิ์และความดีงามเอาไว้ หางใหญ่แสดงถึงความแน่วแน่มั่นคงเพื่อจะบรรลุสู่ความสำเร็จ อันฑะที่ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีในด้านการเงิน ตั๋วสัญญาเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อใจ ท้องที่ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญแน่วแน่เด็ดขาดและรอยยิ้มที่เป็นมิตร คิตสึเนะเป็นสุนัขจิ้งจอกที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่ามีพลังเหนือธรรมชาติ บางครั้งถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโยไค (Yokai) หรือปีศาจญี่ปุ่น แต่ไม่ใช่เพราะสุนัขจิ้งจอกตายหรือเป็นวิญญาณของมัน แต่เป็นด้วยเหตุที่สุนัขจิ้งจอกที่มีชีวิตยาวนานจนได้รับพลังแห่งสติปัญญาและมีตบะที่แก่กล้ามากพอ ทั้งนี้หลังจากมีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี สุนัขจิ้งจอกจะมีความสามารถในการแปลงร่างได้ เช่นแปลงร่างเป็นหญิงสาวสวย สามารถสร้างดวงไฟจากปากหรือจากหางได้ บางทีก็เข้าไปรบกวนความฝันของคน ในนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นมีสุนัขจิ้งจอกสองชนิดที่แตกต่างกันคือ สุนัขจิ้งจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้าอินาริ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการเพาะปลูก สุนัขจิ้งจอกชนิดนี้จะช่วยเหลือและปกป้องมนุษย์จากสิ่งชั่วร้าย รูปปั้นสุนัขจิ้งจอกศักดิ์สิทธิ์ถูกประดับไว้ตามศาลเจ้าและเป็นที่เคารพของคนญี่ปุ่น ในทางตรงข้ามก็ยังมีสุนัขจิ้งจอกป่านิสัยเลวร้าย ชอบกลั่นแกล้งผู้คนโดยการแปลงกายหรือใช้เวทมนตร์ต่างๆ ตำนานเรื่องราวของสุนัขจิ้งจอกญี่ปุ่นมีมากมายตั้งแต่เรื่องราวนางสุนัขจิ้งจอกแปลงกายเป็นหญิงสาวและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมนุษย์ นิยายรักระหว่างคนและสุนัขจิ้งจอกมีทั้งจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งและจบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่นางแปลงสุนัขจิ้งจอกต้องแยกจากชายที่ตนรัก

1 2