ผู้ประสบภัยชาวลาว ต้องอพยพไปอยู่ในพื้นที่ที่อันตรายที่มีระเบิดจำนวนมาก

ความคืบหน้าเหตุการณ์เขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อยแตกในแขวงอัตตะปือของสปป.ลาวล่าสุดทางสหประชาชาติหรือยูเอ็นแถลงว่าจนถึงขณะนี้พบผู้เสียชีวิตแล้ว34รายยังสูญหาย97คนและผู้ประสบภัยอีก6,000คนต้องอพยพออกจากพื้นที่หลังมวลน้ำมหาศาลทะลักจากเขื่อนไหลเข้าท่วมพื้นที่และบ้านเรือนเสียหายอย่างหนักเมื่อเดือนที่แล้ว แขวงอัตตะปือทางตอนใต้ของสปป.ลาวถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีระเบิดที่ยังไม่ทำงานหลงเหลืออยู่จำนวนมากครอบคลุมพื้นที่ประมาณ1,977ไร่ในเขตสะหนามไซซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ประสบภัยอพยพไปอยู่ชั่วคราวและเป็นพื้นที่ที่อันตรายที่มีระเบิดจำนวนมากโดยนายบลอสซัมกิลมูร์ผู้อำนวยการของกลุ่มที่ปรึกษากับระเบิดหรือเอ็มเอจีหน่วยบรรเทาทุกข์ของอังกฤษที่ทำภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานเปิดเผยว่าถือเป็นอันตรายอย่างมากที่มีวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานอยู่ในพื้นซึ่งเราจะต้องหาทางเก็บกู้และเคลื่อนย้ายออกไปแม้จะเป็นพื้นที่ที่เคลียร์แล้วแต่ก็จำต้องตรวจตราให้ละเอียดอีกครั้งเพราะคนที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยอาจลงหลักปักฐานในพื้นที่ที่ยังไม่ได้มีการเคลียร์ ทั้งนี้ลาวเป็นประเทศหนึ่งที่ถูกโจมตีอย่างหนักด้วยระเบิดมากที่สุดในโลกเนื่องจากสหรัฐทำสงครามกับเวียดนามหลายปีจนถึงปีพ.ศ.2516หลายพื้นที่ของลาวยังคงมีการปนเปื้อนด้วยกับระเบิดแม้จะมีความพยายามในการเก็บกู้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาแต่ก็มีผู้ตกเป็นเหยื่อของกับระเบิดมากถึงเฉลี่ยปีละ300รายส่วนใหญ่เป็นเด็ก

ศาลอาญา อนุมัติให้ประกันตัว 15 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง วงเงินคนละ 100,000 บาท

จากกรณีผู้ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งและบรรดาแกนนำที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ถูกแยกควบคุมตัวไว้ที่ สน.พญาไท 10 คน และสน.ดินแดง 5 คน รวม 15 คน ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่น จากการชุมนุมที่หน้า ม.ธรรมศาสตร์ และหน้าองค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ในวาระครบรอบ 4 ปี รัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วันที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ล่าสุดวันนี้ 24 พ.ค.เมื่อเวลา 17.00 น.ศาลอาญา อนุมัติให้ประกันตัว 15 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง วงเงินคนละ 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามชุมนุมทางการเมือง หลังได้รับการประกันตัวมีมวลชนมาให้กำลังใจ มอบดอกกุหลาบสีแดง และแสดงความยินดีกับแกนนำทั้ง 15 คน นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า การชุมนุมในวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ ที่ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้าว่าจะมีการชุมนุม รวมทั้งมีการกำหนดขอใช้พื้นที่เดินขบวนอย่างชัดเจน ซึ่งการชุมนุมก็เป็นไปด้วยความสงบสันติ แต่วันที่ชุมนุมกลับมีตำรวจมาปิดการจราจร ทำให้ผู้ใช้เส้นทางได้รับผลกระทบ ส่วนแนวทางหลังจากนี้ยังยืนยันว่าจะต่อต้านการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และจะปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองละเมิดต่อกฎหมาย สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 15 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม  นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายปิยรัฐ จงเทพ นายนิกร วิทยาพันธุ์ นายวิเศษณ์ สังขวิศิษฎ์ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นายอานนท์ นำภา นายเอกชัย หงส์กัง วาน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นายพุทไธสิงห์ พิมพ์จันทร์ นายคีรี ขันทอง นายประสงค์ วางวัน นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นายภัทรพล จันทรโคตร นายวิโรจน์ โตงามรักษ์