สะเทือนใจ ! หลานโกหกยายมา 13 ปี สร้างเรื่องสารพัด เปิดรับสมัครหาคนช่วยสานต่อคำโกหก

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เว็บไซต์อ็อดดิตี้เซ็นทรัล เผยเรื่องราวสะเทือนใจจากประเทศจีน เมื่อหญิงรายหนึ่งตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ดีด้วยการโกหกหลอกลวงคุณยายของตัวเองเป็นเวลานานกว่า 13 ปี เพราะรู้ว่าความจริงนั้นแสนเจ็บปวด เลยไม่อยากให้คุณยายต้องทนทุกข์ทรมานเสียใจในช่วงบั้นปลายของชีวิต ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม สุดสวยงาม…!! “หมอฝน” สวมชุดไทย “บรมพิมาน” เข้ารับปริญญาในต่างประเทศ จีน พบเชื้อ โควิด-19 ในบรรจุภัณฑ์อาหารแช่แข็ง จากต่างประเทศ!! เมื่อไม่นานมานี้ เฉิงจิง หญิงชาวจีนวัย 46 ปี จากเมืองซีอาน เพิ่งจะสูญเสียคุณยายที่รัก ซึ่งจากไปอย่างสงบด้วยอายุ 100 ปี ทว่าในช่วงชีวิตสุดท้ายของคุณยายตลอด 13 ปี ไม่รู้เลยว่าจะเต็มไปด้วยเรื่องราวการโกหกของหลาน เฉิง ชงหรง แม่ของเฉิงจิง เป็นลูกสาวคนเดียวของคุณยาย ชงหรงมีความผูกพันใกล้ชิดกับแม่ของเธอมาก แม้กระทั่งตอนที่เธอป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งปอด ก็ยังโทรศัพท์ไปคุยกับแม่ตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มิหนำซ้ำยังบันทึกเสียงของเธอเอาไว้หลายสิบข้อความ เพื่อให้ลูกเปิดให้ยายฟังหลังจากที่เธอไม่อยู่แล้ว ชงหรงเสียชีวิตในปี 2546 เฉิงจิงตั้งใจสานต่อปณิธานของแม่ที่ไม่อยากให้คุณยายต้องทุกข์ใจ อีกทั้งตอนนั้นคุณยายก็ชรามากแล้ว เชื่อว่าหากทราบเรื่องที่ลูกสาวถูกโรคร้ายคร่าชีวิตจะต้องหัวใจสลายอย่างแน่นอน เธอจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คุณยายเชื่อว่าลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ เฉิงจิงค่อย ๆ ทยอยเอาข้อความบันทึกเสียงของแม่ส่งให้คุณยายฟังตามแต่ละช่วงเวลาของปี มีทั้งเรื่องบ่นเรื่องสภาพอากาศ เตือนให้หญิงชรากินยาให้ครบ ตอนเช้าก็บอกให้ค่อย ๆ ลุกจากเตียง จะได้ไม่หน้ามืด และบอกว่าว่าง ๆ เดี๋ยวจะไปเยี่ยมแน่นอนว่าการใช้ข้อความเสียงของแม่หลอกคุณยายได้เพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมาเฉิงจิงจึงรับจ้างหาหญิงที่มีเสียงเหมือนแม่ของเธอเพื่อมาคุยโทรศัพท์กับคุณยาย แต่ทุกอย่างมันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิด เฉิน เว่ยผิง ได้ทราบเรื่องราวของครอบครัวเฉิงจิง จึงรู้สึกเห็นใจและตัดสินใจช่วยเหลือ เธอพยายามทำเสียงพูดให้เหมือนกับชงหรงมากที่สุด แต่แล้ววันที่โทรศัพท์ไปหาคุณยายวันแรกก็เกิดเรื่องผิดแผน คุณยายถามทันทีเลยว่า “นั่นใครโทร. มา” คุณยายรู้ว่าเสียงจากปลายสายนั้นไม่ใช่เสียงของลูกสาวที่คุ้นเคย เฉิงจิงรีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า หยิบโทรศัพท์ไปคุยเองแล้วบอกว่าแม่ไม่ค่อยสบาย และพยายามพูดโน้มน้าวจนหลังจากนั้นคุณยายก็เชื่อว่าเสียงที่ได้ยินจากโทรศัพท์นั้นคือลูกสาว อย่างไรก็ตาม การหลอกคนคนหนึ่งมายาวนาน 13 ปี ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ มันเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่เว่ยผิงโทรศัพท์ไปหาหญิงชรา เธอจะต้องหาข้ออ้างสารพัดที่จะทำให้เชื่อว่าทำไมเธอถึงไม่ไปเยี่ยม แม้กระทั่งหลอกว่าป่วยต้องผ่าตัดหัวใจ เหตุผลเรื่องสุขภาพได้ผล คุณยายเชื่อว่าลูกสาวไม่สบาย บอกให้เธอรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ในขณะที่เฉิงจิงและหลาน ๆ คนอื่น ๆ ของคุณยาย ก็หมั่นไปเยี่ยมบ่อยครั้งเท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งตัวเธอเองก็รู้ว่าลึก ๆ ในใจของคุณยายนั้นคิดถึงลูกสาวที่รักคนนี้และรอคอยอยากเจอมากแค่ไหน แต่เธอไม่กล้าพอที่จะบอกความจริง เมื่อไม่นานมานี้ เฉิงจิงและญาติ ๆ พากันไปรวมตัวเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 100 ปี ให้กับคุณยาย แม้ว่าคุณยายจะมีความสุข แต่ก็เห็นได้ชัดว่าผิดหวังที่ลูกสาวคนเดียวไม่มา แถมไม่กลับบ้านมานานเป็นทศวรรษ เฉิงจิงได้แต่โกหกไปว่าแม่สบายดี แค่ต้องยุ่งอยู่กับการดูแลลูกสะใภ้ ซึ่งก็ทำให้คุณยายคลายความกังวลไปได้เล็กน้อย หลังจากงานวันเกิดของคุณยาย 2 เดือน คุณยายก็จากไปอย่างสงบ โดยที่ไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าเหตุใดลูกสาวจึงไม่ได้มาบอกลาเธอในวาระสุดท้าย ซึ่งเป็นจุดจบของเรื่องเศร้าที่แสนเจ็บปวดหัวใจของครอบครัว เฉินจิงยอมรับว่าการหลอกลวงคุณยายของเธอนั้นไม่เหมาะสม แต่สวนตัวเธอคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่เธอต้องทำ เพราะเชื่อว่าความจริงนั้นโหดร้ายเกินไปสำหรับคุณยาย ขอบคุณข้อมูล odditycentral.com

ยังไงแน่!! 3 สาวพี่น้องรวมหัวฆ่าพ่อ เหตุถูกทารุณทางเพศ แต่ถูกกล่าวหาว่าสร้างเรื่อง

เรื่องจริงเป็นอย่างไรกันแน่… 3 สาวพี่น้องชาวรัสเซียร่วมมือฆ่าพ่อ หลังทนถูกทารุณทางเพศมานานหลายปี ก่อนฝ่ายตรงข้ามจะออกมาเล่าหนังคนละม้วน กล่าวว่าพวกเธอสร้างเรื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำตัดสินของศาล  เผยรายงานว่า คริสตินา อายุ 19 ปี, แองเจลลินา อายุ 18 ปี และ มาเรีย อายุ 17 ปี สามสาวพี่-น้องชาวรัสเซีย ซึ่งอาศัยในกรุงมอสโก ร่วมมือกันฆาตกรรม มิคาอิล คาชาตูเรียน ผู้เป็นพ่อวัย 57 ปี จนถึงแก่ชีวิต ภายหลังจากตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศมานานหลายปีจนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว รายงานระบุว่า มิคาอิล ถูกพบเสียชีวิตที่บริเวณใกล้ ๆ ลิฟต์ภายในตึกที่พักอาศัยของครอบครัว โดยสภาพศพเต็มไปด้วยบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดกว่า 36 แผล และรอยค้อนทุบอีก 10 จุด ซึ่งภายหลังจากถูกควบคุมตัว สามสาวผู้ก่อเหตุอ้างกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พวกเธอตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศของผู้เป็นพ่อ จนได้รับความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจมาหนานหลายปีด้วยกัน  “ฉันเกลียดเขา พวกเราแค่อยากจะทำอะไรสักสิ่ง ไม่ว่าจะทำให้เขาหายไปโดยที่ไม่สามารถกลับมาได้อีก หรือเราจะหนีไป เหมือนว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อน” คริสตินา กล่าว         ทั้งนี้ สามสาวพี่-น้องยังได้กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ มิคาอิล ได้ใช้มีดมาข่มขู่พวกเธอ จากนั้นหนึ่งในกลุ่มพวกเธอ ได้ดึงมีดมาจากมือผู้เป็นพ่อ ก่อนจะแทงเข้าที่ร่างของเขา จากนั้นคนที่เหลือก็เข้าไปช่วยกันกระหน่ำแทง มิคาอิลพยายามหอบร่างของตัวเองวิ่งหนี ก่อนสุดท้ายจะไปสิ้นใจที่บริเวณข้างลิฟต์ในตึกที่พัก ขณะที่ทางด้านเพื่อน ๆ และเพื่อนบ้าน กล่าวว่า มิคาอิล เป็นจอมเผด็จการ ที่เลี้ยงดูลูกสาวด้วยความรุนแรงราวกับเป็นทาสมากกว่าเป็นลูก และด้วยเหตุนี้ทำให้แม่ของพวกเธอหนีไป ส่วนลูกชายอีก 1 คน ก็ถูกเขาไล่ออกจากบ้านไป เพื่อนบ้านรายหลึ่งเปิดเผยข้อมูลว่า มิคาอิลทำตัวเหมือนเจ้าพ่อมาเฟีย เขามักจะทำร้ายลูกสาวทั้งสามคนเป็นประจำ และเขาจะฉลาด ไม่ทำให้ลูกสาวมีบาดแผลนอกร่มผ้าจนเป็นที่สังเกต ครั้งหนึ่งเขาเคยพาพวกเธอเข้าไปในป่า และขู่ว่าจะฆ่าพวกเธอ ขนาดแม่ของพวกเธอยังทนไม่ไหว หนีไปและไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย วาร์วารา ซีบีร์สกายา เพื่อนบ้านรายหนึ่ง เล่าว่า มิคาอิลบังคับให้ลูกสาวทั้ง 3 คนแก้ผ้ามาร้องเพลงและเต้นโชว์เขา รวมทั้งบังคับให้พวกเธอเสพยาด้วย เขาทำร้ายร่างกายพวกเธอ โดยใช้ทั้งมือเปล่า เข็มขัด และแท่งเหล็ก         ทั้งนี้ รายงานท้องถิ่นยังได้เผยว่า หนึ่งในสามสาวเคยพยายามกินยาฆ่าตัวตาย ภายหลังจากถูกทารุณกรรมทางเพศ  แต่แพทย์สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ซึ่งครั้งนั้นทางมิคาอิล พยายามทำให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ระบุว่า เป็นอุบัติเหตุ ไม่ให้การพยายามฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ มิคาอิล ยังเคยบังคับให้ลูกสาวทั้งสามมีเซ็กส์กับเพื่อนของเขา พร้อมทั้งบันทึกคลิปไว้ข่มขู่พวกเธอ ไม่ให้หนีไปไหน เพราะเขาจะตามล่าตัวพวกเธอจนได้ หรือไม่เช่นนั้นพวกเธอก็จะต้องตาย มีรายงานเพิ่มเติมว่า หญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นญาติใกล้ชิด กลับออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงประหนึ่งเป็นหนังคนละม้วน โดยโต้แย้งว่า คำกล่าวอ้างของทั้ง 3 สาวที่ว่า ถูกผู้เป็นพ่อกระทำรุนแรงทางเพศนั้น ไม่เป็นความจริง “แม้มิคาอิลจะเป็นพ่อที่เข้มงวด แต่เขาเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ไม่เคยใช้ความรุนแรงกับลูก ทุกคนรักและเคารพเขา ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องแต่งที่พวกเธอสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นข้อแก้ต่างให้ตัวเอง” เช่นเดียวกับทางด้านบรูซ เคลบนิคอฟ หนึ่งในเพื่อนของครอบครัว เล่าว่า หลังจากเกิดเหตุ ทุกคนต่างรู้สึกเศร้าเสียใจ และไม่คาดคิดว่าจะเป็นฝีมือของลูกสาวของเขา บรูซเผยว่า มิคาอิลรักลูกสาวทั้ง 3 คนมาก เขามักจะพูดถึงพวกเธอให้ได้ยินบ่อย ๆ รวมทั้งเขายังเลี้ยงดูพวกเธออย่างดี ใจดีให้เงินให้ของราคาแพงที่พวกเธอต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรถหรู หรือโทรศัพท์ราคาแพง เขาเป็นคนเข้มงวด เพื่อต้องการให้ลูกสาวเติบโตอย่างเหมาสม แต่นั่นมันทำให้พวกเธอไม่พอใจเขา  เขาห้ามลูกสาวไม่ให้ออกจากบ้านหลัง 2 ทุ่ม และพยายามห้ามไม่ให้เธอไปเจอผู้ชาย         ภายหลังจากการพิจารณาคดี ศาลกรุงมอสโกปฏิเสธไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย แม้ว่าพวกเธอจะอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวจากพ่อที่โหดร้าย อีกทั้งทางศาลยังระบุว่า เหตุดังกล่าวเป็นการกระทำในลักษณะของการร่วมมือกันลงมือฆาตกรรมโดยมีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า ซึ่งมีความผิด โทษจำคุกระหว่าง 8-20 ปี แต่ทางผู้พิพากษายังไม่มีคำตัดสินออกมาอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าไม่เกิน 72 ชั่วโมงจะทราบผล