ธรรณพ ยูทูบเบอร์สาวสองชื่อดัง หรือเจ้าของฉายา “ฟลุ๊ค กะล่อน”  เปิดใจ หลังถูกสภากาชาดไทย ปฏิเสธให้เข้ารับการบริจาคเลือด เพราะเป็นเพศทางเลือก 

ธรรณพ ยูทูบเบอร์สาวสองชื่อดัง หรือเจ้าของฉายา “ฟลุ๊ค กะล่อน”  เปิดใจ หลังถูกสภากาชาดไทย ปฏิเสธให้เข้ารับการบริจาคเลือด เพราะเป็นเพศทางเลือก  เมื่อวันที่ 27 พ.ค.64 ที่ผ่านมาทางผู้สื่อข่าวได้มีการโทรสัมภาษณ์ แบบ Exclusive กรณีเน็ตไอดอลและนางแบบ ฟลุ๊ค กะล่อน  สาวข้ามเพศสุดเซ็กซี่ที่มีเอกลักษณ์การไว้หนวดแบบผู้ชาย ได้เดินทางไปร่วมบริจาคเลือดที่ศูนย์บริจาคเลือดแห่งชาติ สภากาชาดไทย แต่ถูกปฏิเสธ ผ่านวีดีโอคอลไลน์จึงได้เข้าใจถึงเหตุผลที่แท้จริง ฟลุ๊ค กะล่อน พร้อมเล่าถึงเหตุการและเปิดใจ หลังถูกปฏิเสธให้เข้ารับการบริจาคเลือด เพราะเป็นเพศทางเลือก ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสังคมขึ้นมาอีกครั้ง จากกรณีที่ ยูทูบเบอร์สาวสองชื่อดัง อย่าง ฟลุ๊ค กะล่อน ได้ออกมาเผยเรื่องราวว่าเธอนั้นถูกปฏิเสธ ไม่ให้รับการบริจาคเลือด เนื่องจากเธอนั้นเป็นกลุ่ม LGBTQ และล่าสุด ฟลุ๊ค กะล่อน ได้เปิดใจคุยกับทางผู้สื่อข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า “ยอมรับว่ามีน้อยใจ เพราะตอนแรกตั้งใจจะไปบริจาคเลือดเนื่องจากเห็นว่าเลือดขาดแคลน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็พอรู้มาบ้างว่า LGBTQ ไม่สามารถบริจาคเลือดได้ แต่ก็ไม่รู้ลึกขนาดนั้น จึงโทรไปถามทาง สภากาชาดไทย ว่าจะเข้าไปบริจาค และตอนนั้น บอกเพียงว่าเป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ เลยแนะนำให้มาปรึกษาก่อนดูเป็นเคสบายเคสไป ตนจึงเข้าไปเผื่อจะสามารถบริจากเลือดได้ ”   ต่อมาหลังจากที่เจอหมอ หมอก็บอกทันทีเลยว่าไม่ได้จริงๆ พร้อมให้เหตุผลหลักๆมา 4 ข้อ ดังนี้ 1.เพศทางเลือกมีการทานยาต้าน หรือยาPrep มากกว่าคู่ชายหญิงเลยทำให้เลือดเสียได้ 2.เพศทางเลือกโดยเฉพาะ MSM ( men who have sex with men ) หรือชายรักชาย มีโอกาสที่จะมี sex ทางด้านหลังมากกว่า ช-ญ ทำให้เลือดติดเชื้อได้ง่าย 3.เพศทางเลือกบางคน เลือกมาบริจาคเลือดเพราะว่าอยากรู้ผลเลือดของตัวเอง หากไปตรวจเลยอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง 4.เพศทางเลือกมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศมากกว่าชายหญิง ทั้งนี้ ฟลุ๊ค กะล่อน ยังอยากให้ทาง สภากาชาดไทยให้ข้อมูลแก่กลุ่ม LGBTQ ที่เข้ามาบริจาคเลือด ให้ทรายถึงเหตุผล เพราะบางคนก็ไม่ได้รู้ขึ้อมูลจริง หลังถูกปฏิเสธก็จะมองค่าของตัวเองต่ำลง และตั้งคำถามว่าทำไมไม่ได้รับความเท่าเทียม” ซึ่งต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆเลยทีเดียว ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริง สำหรับใครที่ได้ลองหาข้อมูลดูแล้วก็อาจจะเข้าใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตฝั่งหนึ่งมองว่าคู่ชาย-หญิงก็มีโอกาสเปลี่ยนคู่นอนบ่อยเช่นกัน ไม่ใช่แค่ชาย-ชาย แล้วถ้าชาย-หญิงมีเซ็กส์ทางด้านหลัง ใครจะรู้ เอาอะไรมาตัดสิน ขณะที่อีกฝั่งมองว่ากฎนี้ออกมานานแล้ว ข่าวที่เกี่ยวข้อง “ตั๊ก บงกช” ชวนบริจาคเลือดเพื่อต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ วอนคนใจบุญ ช่วยบริจาคเลือดต่อลมหายใจเด็กป่วยหนัก

สาวยอมรับผิด เข้าใจผิดว่าหมูเป็นฝี

สาวยอมรับผิด เข้าใจผิดว่าหมูเป็นฝี วันนี้ (6 เมษายน 2564) นางอรนุชา พินิจ ได้โพสท์ภาพหนังสือคำชี้แจง เรื่องตนและเพื่อนที่เข้าใจผิด เกี่ยวกับ ฝี และ รอยดำ ในหมูกระทะที่ตนได้ไปรับประทานที่ร้านโดยมีข้อความที่ว่า “ข้าพเจ้านางสาวอรนุชา พินิจ ขอจี้แจงข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2564 ข้าพเจ้าและเพื่อนได้ใช้บริการที่ ร้านหมูกระทะ “อิ่มรักษ์” และได้โพสต์ภาพข้อความ “วันนี้เราไปกินหมูกระทะร้านคลองหก ในซอยมาลี เป็นร้านใหญ่ ฯลฯ แจ้งว่าในหมูมีฝีหนองอยู่หลายชิ้นแล้วเนื้อหมูเป็นช้ำๆดำๆ จึงคิดว่าเมื่อรับประทานไปแล้วจะเป็นอันตราย โดยมิได้สอบถามข้อเท็จ ภายหลังได้ทราบข้อเท็จจริงแล้วว่าไม่มีอันตรายแต่อย่างใด ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดของข้าพเจ้าเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่เป็นไปตามความจริง โดยข้าพเจ้าไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถี่ถ้วน ความจริงแล้วอาหารไม่ได้เน่าเสียตามที่ข้าพเจ้าคิด จึงเรียนมาเพื่อทราบและแจ้งผู้รับข่าวดังกล่าวนี้ให้ทราบโดยทั่วกัน” โดยทางผู้สื่อข่าวได้ทำการติดต่อสอบถามข้อมูลจากเจ้าของร้านที่ถูกกล่าวหา โดยทางเจ้าของร้านกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ทางกลุ่มคู่กรณีได้มาทานที่ร้านของตน เมื่อเวลา 3 ทุ่ม แต่ในขณะนั้นตนดูแลร้านอีกส่วนนึงอยู่ แล้วพนักงานชาวมอญได้แจ้งกับสาวคู่กรณีที่เป็นดังในข่าว สาวโวยเจอฝีหนองในหมูกระทะ แถมโดนปรับกินเหลือ! ว่า “หมูมันเหลือ”  ทางกลุ่มคู่กรณีเข้าใจผิดว่าทางร้านจะปรับหมูที่เหลือ จึงกลับมาที่โต๊ะและได้ถ่ายภาพและโพสท์ลงเฟสบุ๊คส่วนตัว คนจึงแชร์กันอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางเจ้าของร้านได้พยายามติดต่อด้วยการโทรแล้ว แต่คู่กรณีอยากจะคุยทางแชทมากกว่า จึงทำให้การสื่อสารเข้าใจไม่ตรงกันเสียที ทางเจ้าของร้านก็ได้ไปแจ้งความไว้ก่อนเพราะไม่สามารถโทรติดต่อกันได้เสียที” หลังจากที่ได้มีสื่อรายงานข่าวไปแล้วนั้น ทางสาวคู่กรณี และ เจ้าของร้านได้บันทึกข้อตกลง ว่าสาวคู่กรณีจะโพสท์ลงเฟสบุ๊คส่วนตัวว่ายอมรับว่าตนเข้าใจผิดว่าหมูไม่มีอันตรายแต่อย่างใด ส่วนค่าปรับวันละ 50,000 บาทนั้น เจ้าของร้านกล่าวว่าตนไม่ได้ต้องการจะเก็บจากสาวคู่กรณี เพียงแต่เป็นค่าเสียหายในรายรับของทางร้านในแต่ละวัน แต่หากสาวคู่กรณีไม่โพสท์ยอมรับความเข้าใจผิดก็จะดำเนินคดีและปรับ 50,000 บาทตามที่ตกลง สาวโวยเจอฝีหนองในหมูกระทะ แถมโดนปรับกินเหลือ! ยูทูบเบอร์อุดรฯ ทัวร์ลง คลิปโยนน้องหมาใส่เตาหมูกระทะ ทำคอนเทนต์ผิด!  

“ปารีณา” แจ้งจับ “เฌอเอม” หลังใส่ความตำรวจใช้แก๊สน้ำตา!!

เหตุเกิดจากการเคลื่อนไหวของ “เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์” ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ได้โพสต์ลงทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ (13 ก.พ.) ว่า “สวัสดีค่ะ ดิฉัน เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ นางงามคนแรกที่โดนแก๊สน้ำตา” ซึ่งเป็นวันที่กลุ่มราษฎรนัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และพยายามเคลื่อนขบวนไปเสาหลักเมืองกรุงเทพมหานคร สวัสดีค่ะ ดิฉัน เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ นางงามคนแรกที่โดนแก๊สน้ำตา — Cheraim C S. (@blukometen) February 13, 2021 โดยล่าสุด นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ว่าตนเดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทองหล่อ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งความ “เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์” ว่าละเมิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์) โดยตนมองว่าโพสต์ดังกล่าวไม่ตรงกับความจริงถึง 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือเฌอเอมไม่ใช่นางงาม เพราะเป็นเพียงผู้เข้าประกวดเท่านั้น ส่วนประเด็นที่ 2 นางสาวปารีณา อ้างว่าตำรวจไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตาระหว่างการสลายการชุมนุมในคืนวันเสาร์ จึงมองว่าเฌอเอมตั้งใจสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและสังคมในวงกว้าง “จากโพสต์ข้อความดังกล่าว ทำให้สื่อและสังคมเข้าใจว่ามีการใช้แก๊สน้ำตาในการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2563 ส่งผลให้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องออกมาแถลงข่าวชี้แจงว่าไม่มีการใช้แก๊สน้ำตา อีกทั้ง การโพสต์ข้อความโดยใช้คำว่านางงาม ก็เป็นการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพราะทำให้สังคมเข้าใจว่านางสาวชญาธนุส เป็นนางงาม ซึ่งข้อเท็จจริงนางชญาธนุสเป็นเพียงผู้สมัครเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์เท่านั้น”   ส่วนทางด้าน กลุ่ม “DNA บุคลากรทางการแพทย์​และอาสาสมัคร” ก็ได้โพสต์คลิประหว่างการสลายการชุมนุมเมื่อคืนวันเสาร์ (13 ก.พ.) ลงทวิตเตอร์เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (14 ก.พ.) โดยจะเห็นว่าในคลิปมีกลุ่มควันสีขาวพุ่งออกมาจากวัตถุบางอย่างบนถนน ซึ่งกลุ่ม DNA เชื่อว่าเป็นแก๊สน้ำตา “มี คฝ.โยนแก๊สน้ำตาออกมา พี่เอารถออกมาไม่ได้ คฝ. เลยทำการล้อมรถคันนั้นไว้ และได้จะทำการจับกุม น้องคนที่โดนจับกุม ทำการจอดรถ เพื่อช่วยเหลือพี่คนนั้น และได้โดยคฝ วิ่งเข้ามา ทีม คฝ. ชุดแรก เห็นเป็นทีมแพทย์ จึงปล่อยผ่าน คฝ. ทีมตามมาที่หลังจากนั้น ได้ล็อกตัว กดลงกับพื้น”  นี่คือเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เกิดขึ้น หลังจากที่เราเก็บของเสร็จ และถอนทีมแล้ว พี่ในทีมคนนึง รถจักรยานยนต์ได้เสีย และกำลังพยายามเข็นรถออกแนวพื้นที่ ในขณะนั้นมีคฝ.ประชิดแนวเข้ามาด้วยความเร็ว พี่คนนั้นพยายามสตาร์ทรถ#ตํารวจกระทืบหมอ #ตํารวจทําร้ายประชาชน #ม็อบ13กุมภา pic.twitter.com/lb7Lk9DMkz — DNA บุคลากรทางการแพทย์​และอาสาสมัคร (@VolunteerMedTH) February 13, 2021