ธรรมเนียมการสวมมงกุฎ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยโบราณ จะให้ความสำคัญการถวายน้ำอภิเษก พูดภาษาชาวบ้าน คือ “การรดน้ำ” คำใดก็ตามที่ผสมด้วยคำว่า “อภิเษก” จะมีพิธีกรรมที่เกี่ยวกับน้ำทั้งสิ้น ขั้นตอนสำคัญของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น อยู่ที่การสรงมรุธาภิเษก คือ ทรงรับน้ำอภิเษกเหนือพระเศียรโดยพระราชครูพราหมณ์ คำว่า “มุรธาภิเษก” มาจาก มุรธ + อภิเษก คำว่า “มุรธ” ซึ่งหมายถึง หัวหรือยอด และคำว่า “อภิเษก” ซึ่งหมายถึง การทำพิธีรดนํ้า ในสมัยโบราณถือว่า มงกุฎมีค่าสำคัญเท่ากับราชกกุธภัณฑ์อื่น ๆ และพระมหาเศวตฉัตรเป็นสิ่งที่สำคัญสูงสุด ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงรับพระมหาพิชัยมงกุฎมาแล้ว ก็เพียงทรงวางไว้ข้างพระองค์เท่านั้น ครั้นถึงรัชสมัยรัชกาลที่ ๔ พระองค์ทรงมีสัมพันธไมตรีกับประเทศยุโรป เมื่อพระองค์ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงทรงรับธรรมเนียมการสวมพระมหาพิชัยมงกุฎอย่างราชสำนักยุโรปมาด้วย รัชกาลที่ ๔ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หามาจากเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย มาประดับที่ยอดพระมหามงกุฎ พระราชทานนามเพชรเม็ดนั้นว่า “พระมหาวิเชียรมณี” ความสำคัญของพระมหาพิชัยมงกุฎก็เพิ่มขึ้นอย่างมากจนเสมอด้วยพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ดังจะเห็นจากตราต่างๆ ที่ผูกขึ้นล้วนมีพระมหาพิชัยมงกุฎเสมอ และต่อมาธรรมเนียมการสวมพระมหาพิชัยมงกุฎ กลายเป็นธรรมเนียมสืบต่อมาถึงปัจจุบัน เมื่อพระมหากษัตริย์ ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะต้องทรงสวมพระมหาพิชัยมงกุฎบนพระที่นั่งภัทรบิฐในวาระนั้น เพื่อแสดงความเป็นกษัตริย์ตามอย่างที่ฝรั่งเข้าใจ

สถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า ตามราชประเพณีสืบมาแต่โบราณ เมื่อสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหสี ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี และในครั้งนี้ก็มีพระราชหฤทัยประสงค์ที่จะให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีนั้น จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสุทิดาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ให้มีพระเกียรติยศสมบูรณ์ตามราชประเพณีดังกล่าวนั้นจงทุกประการ ขอพระอานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และเทพเจ้าทั้งหลายจงดลบันดาลอภิบาลรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ให้ทรงเจริญพระชนมายุ พรรณสุข พล ปฏิภาณ ธนสาร สมบัติ สรรพสิริสวัสดิพิพัฒนมงคล อัฐวิบูลย์มนูญผลสกลเกียรติยศ เดชานุภาพมโหฬารทุกประการเทอญฯ ประกาศณวันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

สำนักพระราชวัง เผยแพร่ พระนามเต็ม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-พระราชินี

วันที่ 4 พ.ค.62 สำนักพระราชวังเผยแพร่พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

ร.10 ทรงเศวตพัสตร์ สรงพระมุรธาภิเษกโดยสหัสธารา พระสังฆราชถวายน้ำพระพุทธมนต์ (ภาพชุด)

เมื่อเวลา 09.57 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ในการมหาศุภมงคลการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และการพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร พุทธศักราช 2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเศวตพัสตร์ ทรงสะพักขาวขลิบทอง เสด็จออกจากหอพระสุราลัยพิมานโดยริ้วขบวนพราหมณ์นำไปยังมณฑปพระกระยาสนาน (นาวาเอก ธรรมรงค์ สุวรรณกูฏ เชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 1 ประดิษฐาน ณ บุษบกทิศตะวันออก พราหมณ์ เชิญพระพิฆเนศ ประดิษฐาน ณ บุษบกทิศตะวันตก มหาดเล็กเชิญพระแสงดาบคาบค่าย) เสด็จฯ ไปยังโต๊ะเครื่องสังเวยกลางหาว ทรงจุดธูปเงิน เทียนทอง สังเวยเทวดากลางหาว เสด็จขึ้นมณฑปพระกระยาสนาน ประทับเหนืออุทุมพรราชอาสน์ แปรพระพักตร์สู่ทิศบูรพา (ทิศตะวันออก) เพื่อสรงพระมุรธาภิเษก ทรงเหยียบใบอ้อ (ใบอ้อเป็นหญ้าชนิดหนึ่ง ลำต้นแข็งเป็นปล้อง ข้างในกลวง ตามตำรากล่าวว่า อักษร อ เป็นกาลกิณี […]

พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ต้องเป็นกลางทางการเมือง และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองได้

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ประกาศสถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งในใจความสำคัญ “พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ จึงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ” ซึ่งจะทำให้การลงบัญชีรายชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา ต้องมีปัญหาแน่นอน  

1 2 3 4