สาวเกาหลีดิ่งคอนโดหรูดับ เจ้าหน้าที่เร่งหาปมเหตุหลังพบพิรุธเศษผมตกห่างศพ

เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 8 ตุลาคม 2562 พ.ต.ต.สายใจ คำจุลลา สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีบุคคลพลัดตกจากที่สูงได้ เสียชีวิต เหตุเกิดที่เดอะเบส คอนโดมิเนียม ริมถนนพัทยาสายสอง ม. 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์รีบไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณด้านข้างคอนโดมิเนียมพบร่างผู้หญิงสัญชาติเกาหลี อายุประมาณ 25-30 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ด้านท้ายรถยนต์เก๋งสีดำ ในสภาพกะโหลกศีรษะแตก มีเลือดไหลออกทางปากและจมูก ขาข้างขวาหัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯใช้ผ้าขาวคลุมไว้กันเป็นที่อุจาดตา ห่างไปประมาณ 1 เมตรพบเส้นผมเป็นกระจุกตกอยู่ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของผู้ตายหรือไม่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบถามนายคณาพงษ์ มีลา อายุ 39 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของคอนโดมิเนียมทราบว่า ก่อเกิดเหตุได้ยินเสียงวัตถุบางอย่างตกลงมากระแทกพื้น จึงรีบไปตรวจสอบก็ต้องตกใจเมื่อพบกับร่างผู้ได้รับบาดเจ็บนอนแน่นิ่งอยู่ แต่ไม่ทราบว่าตกลงมาจากชั้นไหน จากนั้นก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยฯเข้าตรวจสอบดังกล่าว เบื้องต้นพ.ต.ต.สายใจ คำจุลลา สว.สอบสวน เจ้าของคดี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นอุบัติเหตุ ฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรม จะต้องรอรวบรวมหลักฐานพยานจากกล้องวงจรปิด รวมถึงผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ เนื่องจากเศษเส้นผมตกห่างอยู่จากตัวผู้ตายนั้นมีความผิดปกติเป็นอย่างมาก  

ตำรวจดวลปืนขาใหญ่นาเกลือกลางผับดังเมืองพัทยา เจ็บทั้งสองฝ่าย

ตำรวจดวลปืนขาใหญ่นาเกลือบาดเจ็บสาหัส กลางสถานบันเทิงดังเมืองพัทยา สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากกระทบกระทั่งมีปากเสียงกัน ล่าสุดควบคุม “กลุ่มตำรวจ” ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ ทำการสอบสวน วันที่ 16 ก.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.15 น. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.ท.กรณ์ สมคะเณย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่ผับ ออลนิว เม้าท์บุรี ตั้งอยู่ริมถนนพัทยาสายสาม ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุ บริเวณร้านเม้าท์บุรี พบนักเที่ยวกว่า 200 คน อยู่ในอาการแตกตื่นส่งเสียงกรีดร้องกันจ้าละหวั่น ต่างรีบกรูออกจากร้านมุงดูเหตุการณ์ เบื้องต้น พบมีผู้บาดเจ็บนอนจมกองเลือด ทราบชื่อภายหลัง คือนายสมชาย แซ่ฉั่ว อายุ 49 ปี หรือเฮียไช้ วัดโพธิ์ เป็นขาใหญ่ย่านนาเกลือ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด แขนขวา 1 นัด ท้องหลายนัด ขาขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ทำการปั้มหัวใจก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลอย่าเร่งด่วน และยังพบ จ.ส.ต.ปวเรศ บรรจง อายุ 31 ปี ผบ.หมู่งานป้องกัน สภ.เมืองพัทยา ได้รับบาดเจ็บที่แขนข้างขวา 1 นัด จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล ตรวจสอบที่ร้านไม่มีใบอนุญาติประกอบการ และเจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกเกลื่อนพื้นภายในร้าน จำนวน 3 นัด และหน้าร้านอีก 3 นัด และอาวุธปืนขนาด 11 มม. 1 กระบอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบถามกลุ่มนักเที่ยวเล่าว่า ขณะเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้มีปากเสียงอยู่กับผู้หญิง แล้วเกิดไปกระทบกระทั้งกับโต๊ะของกลุ่มตำรวจที่เข้ามาจัดฉลองวันเกิดกว่า 10 คน ก่อนถึงขั้นลงไม้ลงมือ จากนั้นก็มีเสียงปืนกระหน่ำยิงหลายนัด โดยผู้ที่ร่วมวงอยู่กับตำรวจกระโดดขึ้นโต๊ะยิงใส่ตอบโต้หยั่งกับหนังบู้ ผู้บาดเจ็บจึงวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาด้านหน้าร้าน ก่อนจะล้มลงนอนกับพื้นโดยมีกลุ่มตำรวจไล่ติดตามออกมา ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมพนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในกลุ่มของตำรวจ มาทำการตรวจสอบเขม่าดินปืนตามร่างกาย เพื่อประกอบสำนวนคดี ทั้งนี้ด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา ได้มีคำสั่งปิดผับดังกล่าวแล้ว

สาวคัมรี่ไม่ทันมองเห็นคน ขับเก๋งทับร่างสาวพีอาร์ดับสยองใต้ท้องรถ

เมื่อเวลา 03.00น. วันที่ 22 ก.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนคนมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดภายในลานจอดรถสถานบันเทิงย่านสายสาม พัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ที่เกิดเหตุมีกลุ่มนักเที่ยวที่กำลังเดินทางกลับพากันมุ่งดูเหตุการณ์กันเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้าคัมรี่ สี ดำ ทะเบียน ญย-9423 กทม.ซึ่ง ใต้ท้องรถพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวทำงานเป็นสาวพีอาร์ สถานบันเทิงในเมืองชลบุรี ภายในตัวไม่พบเอกสารระบุชื่อ อายุประมาณ 20-25 ปี สภาพศพถูกรถเก๋งเหยียบขยี่ทับร่างจนเสียชีวิต โดยมีหญิงสาวคนขับรถยนต์เก๋งคันก่อเหตุรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ สอบถามกลุ่มเพื่อนของผู้ตายทราบว่าได้เดินทางมาจากชลบุรีมาเที่ยวที่พัทยา ส่วนผู้ตายได้ออกมาคุยโทรศัพท์จนมารู้อีกทีว่าถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว ภายหลังจากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุแล้วจึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ส่วนทางด้านคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวเป็นหญิงสาว ยืนรออยู่ภายหลังจากเกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถให้การใด ๆ กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เนื่องจากยังคงอยู่ในอาการช็อกตกใจ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้คุมไปทำการสอบสวน และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเก็บไปเป็นหลักฐาน เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาเก็บรักษาที่ รพ.บางละมุงรอญาตติดต่อรับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ให้ออกจากราชการ ตร.พัทยา เรียกเงิน-หอมแก้ม สาวชัยภูมิแลกจบคดี

ผกก.พัทยา ให้ พงส. ลวนลามสาว,เรียกรับเงิน 20,000 แลกกับการไม่ดำเนินคดีเมาแล้วขับ ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว “สาวชัยภูมิ แจ้งความถูกชายแต่งกายคล้ายตำรวจเรียกรับเงินเมาแล้วขับ-หอมแก้มบนโรงพัก ยื่นข้อเสนอเรียกเงิน 2 หมื่นเจ้าตัวยอมจ่าย ก่อนถูกลวนลาม เร่งตรวจวงจรปิดหาตัว” นั้น ได้รับรายงานจาก สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2571 เวลาประมาณ 03.30 น. ผู้แจ้งได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง และเกิดเฉี่ยวรถคู่กรณีจอดอยู่ข้างทาง พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุและออกตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบ ผู้แจ้งและรถยนต์คู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้เชิญตัวผู้แจ้งและญาติคู่กรณีมาที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการสอบสอน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ให้คู่กรณีไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทดสอบแอลกอฮอล์ ของคู่กรณีและแจ้งว่าผลตรวจของผู้แจ้ง มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่ตำรวจึงนำตัวผู้แจ้งเข้าไว้ในห้องควบคุมตัว จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณหน้าห้องควบคุมมาเรียกรับเงินจากผู้แจ้ง จำนวน 20,000 บาท เพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี และยังได้กอดและหอมแก้มผู้แจ้งด้วย ผู้แจ้งจึงให้บัตร เอทีเอ็ม พร้อม รหัส ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปกดเงินจำนวน 20,000 บาท และมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยตัวผู้แจ้งออกมา ขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว โดยขณะนี้ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้มีคำสั่ง สภ.เมืองพัทยา ลงวันที่ 1 มิ.ย. 2561 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น และทำการตรวจสอบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ พร้อมทั้งได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 1 นาย ตามที่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เรียกรับผลประโยชน์ให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงและสามารถตอบคำถามสังคมได้ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนและกระทำความผิด ตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่าที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าในยุคปฏิรูปตำรวจจะต้องไม่มีข้าราชการตำรวจนายใดประพฤติตนทุจริต   ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ต่างๆ จะต้องปฏิบัติงานด้วยความสุจริตเป็นธรรมบริการประชาชนด้วยใจ โดยให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกราชการ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 หากพบตำรวจนายใดมีพฤติกรรม เรียกรับผลประโยชน์ ประพฤติมิชอบ ทุจริตคอรัปชั่น จะดำเนินการตามกฏหมาย และระเบียบอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น พร้อมทั้งขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา และให้ช่วยกันร้องเรียนหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว

สาวบาร์เบียร์เมืองพัทยาเดือด!!! ใช้ไม้แทงสนุ๊กทำร้ายนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดที่บาร์เบียร์ ภายในซอย 7 พัทยาถนนเลียบชายหาด พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุหน้าบาร์เบียร์ดังกล่าว พบนายอาบูลา คา ซาเลเนซิ อายุ 30 ปี สัญชาติคูเวต ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะเป็นบาดแผลแตกเลือดไหลอาบ ในที่เกิดเหตุพบไม้แทงสนุ๊กหักครึ่ง ตกในที่บริเวณบาร์เบียร์จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ด้านผู้ก่อเหตุยืนรอให้การกับตำรวจทราบชื่อ น.ส.รสสุคนธ์ อายุ 28 ปี พนักงานบาร์เบียร์ โดยให้การกับตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุพนักงานของร้านกำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่ที่หน้าบาร์ ในระหว่างนั้นทางผู้บาดเจ็บได้เดินผ่านมา และเข้าไปดึงแขนของพนักงานที่ร้าน พร้อมเอ่ยปากชวนไปร่วมหลับนอน แต่ทางพนักงานไม่ไปด้วย ฝรั่งรายนี้ก็ด่าพนักงานบาร์ ขณะนั้นเธอกำลังเล่นสนุ๊กอยู่ได้ยินพอดี จึงออกมาไล่ให้กลับที่พัก แต่ทางผู้บาดเจ็บจะเข้ามาทำร้ายพนักงาน เธอเลยใช้ไม้แทงสนุ๊กตีที่เข้าไปที่ศีรษะ ส่วนผู้บาดเจ็บให้การต่างกันโดยพูดผ่านล่ามว่า เขากับเพื่อนกำลังจะกลับที่พัก แต่ระหว่างที่เดินผ่านร้าน พนักงานได้เข้ามาชวนให้ร่วมวงดื่ม เขาและเพื่อนได้ปฏิเสธเพราะเมาแล้ว แต่พนักงานก็ยังดึงแขนเขาเลยด่าไป จนทำให้ ทาง น.ส.รสสุคนธ์ ได้ยิน และเกิดความไม่พอใจใช้ไม้แทนสนุ๊กเข้ามาตีที่หัว ด้านเจ้าหน้าที่จึงให้ผู้บาดเจ็บไปรักษาตัวให้หายดีก่อนจะเรียกมาสอบสวนอีกครั้ง พร้อมได้ทำประวัติ น.ส.รสสุคนธ์ ไว้ รอผู้บาดเจ็บออกจากโรงพยาบาลก่อนจะเรียกมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย