โฆษก สปส. เผยได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว 4 แสนกว่าราย ยังอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 2 แสนกว่า และรอนายจ้างรับรองอีก 5 แสน

นางพิศมัย นิธิไพบูลย์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในฐานะโฆษก สปส. กล่าวชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวความมั่นคงและเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท และการจ่ายเงินสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยล่าช้า จนส่งผลให้ผู้ประกันตนเกิดความกังวลในการบริหารกองทุน ว่า ประเด็นข้อกังวลเงินกองทุนประกันสังคมกว่า 2 ล้านล้านบาท หายไปไหน กองทุนมีเงินเพียงพอที่จะจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน และกรณีอื่นๆ หรือไม่นั้น ขอเรียนว่า กองทุนว่างงาน ปัจจุบันมีเงินกองทุนว่างงานอยู่จำนวนกว่า 160,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตน “โดย สปส.ได้ประมาณการเบื้องต้น พบว่า จากจำนวนผู้มาขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน 1.2 ล้านคน คาดว่าจะคิดเป็นเงินทั้งหมด 20,000 – 30,000 ล้านบาท ซึ่ง สปส.ยืนยันว่ามีเงินกองทุนเพียงพอที่จะนำไปจ่ายสิทธิประโยชน์ดังกล่าว โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด พร้อมทั้งได้เตรียมสำรองสภาพคล่องไว้รอการจ่ายเงินแล้ว ขอให้ผู้ประกันตนวางใจว่า กองทุนมีเงินกองทุนเพียงพอ นอกจากนี้ เงินลงทุน 2 ล้านล้านบาท ยังอยู่ครบถ้วน ไม่ได้หายไปไหน” โฆษก สปส. กล่าว นางพิศมัย กล่าวว่า สำหรับเงินลงทุนกองทุนประกันสังคม ณ […]

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ยืนยันแล้วจะเงินสมทบประกันสังคมเพิ่มจาก 750 เป็น 1000 บาทอย่างแน่นอน

วันที่ 3 ก.ย. 61  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวระหว่างเป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ครบรอบ 28 ปี ว่า ตลอด 28 ปีของ สปส.มีความก้าวหน้าอย่างมาก เช่น พัฒนารูปแบบการให้บริการกรณีทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่าย เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร จาก 400 บาท เป็น 600 บาท ต่อเดือน เพิ่มค่าฝากครรภ์กรณีคลอดบุตร เพิ่มสิทธิประโยชน์และค่าทดแทน โดยจัดทำร่างแก้ไข พ.ร.บ. เงินทดแทน (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เห็นชอบแล้ว เตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ต่อไป คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2561 เป็นต้น สำหรับก้าวต่อไปของ สปส.ที่ตนมอบนโยบาย คือ 1.เพิ่มจำนวนผู้ประกันตนเข้ามาในระบบให้มากขึ้น โดยขณะนี้มีผู้ประกันตนประมาณ 15 ล้านคน ส่วนแรงงานนอกระบบซึ่งมี 22 ล้านคน แต่เข้ามาเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพียง […]

จากแนวคิดการเพิ่มเงินสมทบผู้ประกันตน 800-1000 บาท มีข้อดีอะไรบ้าง

กลายเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมเป็นอย่างมาก จากกรณีเครือข่ายผู้ประกันตนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ภายหลังสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ประกาศความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มเพดานเงินเดือนสำหรับเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม  ซึ่งจะต้องมีการแก้พ.ร.บ.ประกันสังคมต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับการเพิ่มเงินสมทบผู้ประกันตน จะเป็นการขยายฐานเพดานเงินเดือนจาก 1.5 หมื่นบาทเป็น 2 หมื่นบาท ในการคำนวณเงินสมทบเข้ากองทุน แต่ยังคงเก็บในอัตราร้อยละ 5 เหมือนเดิม โดยจะเก็บเพิ่มระหว่าง 800-1,000 บาท ปรากฎว่ายังไม่ทันประกาศใช้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน(คปค.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานประกันสังคมขับเคลื่อนนโยบายขยายเพดานเงินเดือนเพื่อเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพิ่ม ซึ่งมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ว่า คปค.เห็นด้วยกับแนวคิดของสำนักงานประกันสังคม(สปส.) และผลสรุปของ การประพิจารณ์12ครั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย  ซึ่งจริงๆแล้วการเพิ่มเงินสมทบโดยขยายเพดานเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 20,000 บาทนั้น คิดอัตราเท่าเดิมที่ร้อยละ 5  ไม่ได้มีประโยชน์ในแง่การเก็บออมยามชราภาพเท่านั้น  แต่เป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกกรณี ทั้งเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต ว่างงาน ลาออก หรือเลิกจ้างจะครอบคลุมได้สิทธิประโยชน์ในการดูแลทั้งหมด นายมนัส กล่าวอีกว่า การขยายเพดานเงินเดือนจาก 15,000 บาท […]

สำนักงานประกันสังคม ตั้งเป้าเก็บเงิน ผู้ประกันตน 1000 บาทต่อเดือน

งานเข้าเหล่ามนุษย์เงินเดือนอีกแล้ว  หลังนายแพทย์สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. ออกมาชี้แจงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มเพดานเงินเดือนสำหรับเก็บสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ว่ายังอยู่ในขั้นตอนการทำความเข้าใจกับผู้ประกันตน โดยหันมาใช้วิธีรับฟังความคิดเห็นทางออนไลน์แทนการเปิดเวทีรับความคิดเห็น ด้านนายแพทย์สุรเดช เผยว่า ขณะนี้ทำให้คนมีความเข้าใจไปมากกว่าครึ่งแล้ว หากมีผู้ประกันตนเห็นด้วยเกิน80% น่าจะสามารถเดินหน้าต่อไปเดตไลน์อยู่ที่ความเข้าใจของผู้ประกันตนตอนนี้คนที่ยังคัดค้านเป็นเพราะยังไม่เข้าใจและเป็นกลุ่มเดิมดังนั้นจึงอยากให้ช่วยกันทำความเข้าใจด้วย ส่วนการเก็บเงินสมทบยังคงเก็บในอัตราเดิมคือ5% แต่ที่ทำอยู่คือการขยายฐานเพดานเงินเดือนในการคำนวณเงินสมทบ จาก15,000 บาท เป็น20,000 บาท  โดยจะแบ่งออกเป็นดังนี้ ฐานเงินเดือน15,000 บาท หักประกันสังคม750 บาท/เดือน ฐานเงินเดือน16,000 บาท หักประกันสังคม800 บาท/เดือน ฐานเงินเดือน18,000 บาท หักประกันสังคม900 บาท/เดือน ฐานเงินเดือน20,000 บาท หักประกันสังคม1,000 บาท/เดือน สรุปคือคนที่ฐานเงินเดือนก็จ่ายเท่าเดิมส่วนคนที่ฐานเงินเดือนสูงก็ปรับเพิ่มขึ้นแต่ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นด้วย