สื่อลาวยัน!! คนไทยเก็บเห็ดล้ำแดน ไม่ได้ฉีดวัคซีนให้แต่อย่างใด?

กรณีข่าวที่กำลังเป็นไวรัลในขณะนี้ข่าว สปป. ลาว ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่คนไทยทั้ง 7 คน ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 1 ส.ค.64 เนื่องจากรุกล้ำแนวชายแดนไทย- สปป.ลาว เข้าไปเก็บเห็ดในบริเวณพื้นที่ช่องทางธรรมชาติ อ.สิรินธร จ. อุบลราชธานี ตรงข้ามกับเมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก สปป. ลาวต่อมา กระทรวงการต่างประเทศ ได้ปฏิเสธว่าข่าวดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริงขณะเดียวกัน เว็บไซต์ เวียงจันทน์ไทม์ สำนักข่าวในประเทศลาว รายงานโดยอ้างอิง คณะเฉพาะกิจเพื่อป้องกัน ควบคุมและแก้ไขการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 แขวงจำปาสัก ว่า จากกรณีสังคมออนไลน์ และสื่อบางสำนักของไทยรายงานว่าชาวไทย 7 คนที่เข้าป่าหาเห็ดบริเวณชายแดนไทย-ลาวได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 จากสปป.ลาว ‘ไม่มีมูลความจริง’โดยปัจจุบันทั้งหมดถูกนำตัวไปยังศูนย์จำกัดบริเวณชั่วคราว หลัก 21 แขวงจำปาสักตามมาตรการป้องกันป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายลาวกำลังดำเนินการเจรจากับเจ้าหน้าที่ไทยเพื่อส่งตัวกลับประเทศตามกฎหมาย และปฏิบัติตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ข่าวที่เกี่ยวข้อง เห็ดเป็นเหตุ ! ผวจ.อุบลฯ เผย ไม่การันตี สปป.ลาว ฉีดวัคซีน ให้คนไทย 7 คน ที่ ” โดนจับเพราะเก็บเห็ด “ เก็บเห็ด…!! 7 คนไทยหลงป่าเข้าเขตประเทศลาว ได้ฉีดวัคซีน MRNA ก่อนส่งกลับไทย

ลาวล็อกดาวน์เวียงจัน สกัดโควิดลาม พิษคลัสเตอร์ 2 หนุ่มไทยทำวุ่นหนัก!

ลาวล็อกดาวน์เวียงจัน สกัดโควิดลาม พิษคลัสเตอร์ 2 หนุ่มไทยทำวุ่นหนัก! ลาวล็อกดาวน์เวียงจัน – เมื่อวันที่ 21 เม.ย. คณะเฉพาะกิจเพื่อป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด สปป.ลาว รายงานว่า นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรีแห่งสปป.ลาว ออกคำสั่งเพิ่มมาตรการสกัดกั้น ควบคุม และเตรียมความพร้อมเพื่อต้านเชื้อโควิด ภายหลังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาในนครหลวงเวียงจัน โดยติดจาก 2 ผู้ชายคนไทยที่ลักลอบเข้าประเทศลาวอย่างผิดกฎหมาย แล้วไปท่องเที่ยวกินดื่มหลายสถานที่ โดยส่วนสำคัญของคำสั่งคือ ห้ามคนที่อยู่ในนครหลวงเวียงจันเดินทางไปต่างแขวง และห้ามคนต่างแขวงเดินทางเข้านครหลวงเวียงจัน ยกเว้นผู้ที่มีภูมิลำเนา ทำงานประจำอยู่ในนครหลวงเวียงจัน และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากทางการ รวมทั้งให้หยุดการขนส่งโดยสารจากนครหลวงเวียงจันไปต่างแขวง และจากต่างแขวงเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน ให้ตำรวจตั้งด่านตรวจอย่างเข้มงวด   นายกรัฐมนตรีแห่งสปป.ลาว นอกจากนี้ยังห้ามประชาชน พนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตำรวจ ผู้ใช้แรงงาน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ นักบวช ชาวต่างประเทศ และคนที่ไม่มีสัญชาติที่อยู่ในนครหลวงเวียงจันออกจากบ้าน หรือสถานที่พักอาศัย ยกเว้นกรณีจำเป็น เช่น ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค ไปโรงพยาบาล ไปปฏิบัติหน้าที่กิจการที่ได้รับอนุญาต ส่วนผู้ที่มีความจำเป็นต้องไปทำการเกษตรเพื่อเสบียงอาหารนั้น สามารถไปได้ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างรัดกุม รวมทั้งห้ามกักตุนสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค และยังให้ปิดสถานบริการบันเทิง ร้านคาราโอเกะ ร้านกินดื่ม ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ร้านนวดสปา ร้านสนุกเกอร์ สถานที่ออกกำลังกายในร่มทุกประเภท โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 5 พ.ค. ขอบคุณภาพจาก สำนักข่าวสารประเทศลาว สำนักข่าวซินหัว ข่าวที่เกี่ยวข้อง สื่อนอกวิเคราะห์ ‘เซ็กซ์ทอย’ สิ่งต้องห้าม ชี้ผิดกม.เหตุไทยเป็นเมืองพุทธ สรุปดราม่าทั้งหมด #JusticeForPonzu แมวตาย หญิงไทยถูกทำร้ายในสหรัฐฯ

เริ่มแล้ว…!! สปป.ลาว ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ CV-19

เริ่มแล้ว…!! สปป.ลาว ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ CV-19 วันที่ 31 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา รศ.ดร.บูนกอง สีหาวง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ในฐานะรองประธานคณะเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุม และแก้ไขการระบาดของ CV-19 ได้แถลงข่าวว่า… สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ส่งวัคซีนป้องกันเชื้อ CV-19 ซึ่งพัฒนาโดย China National Pharmaceutical Group หรือ Sinopharm มาให้ลาวแล้ว จำนวน 2,000 ชุด กระทรวงสาธารณสุขได้ทดลองฉีดรอบแรกให้แก่อาสาสมัคร และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้ติด CV-19 ไปแล้ว รศ.ดร.บูนกอง บอกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ใดได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนชุดนี้ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่คิดค้นวัคซีนป้องกัน CV-19 ออกมาแล้ว 209 ชนิด แต่ยังไม่มีวัคซีนใดที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การรับรอง เพราะยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ประสิทธิภาพ ย่างไรก็ตาม WHO ได้มีบัญชีวัคซีน 10 ชนิด ที่สามารถใช้ได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use List) เพราะพิสูจน์เบื้องต้นแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกัน CV-19 ได้ 95% และไม่มีผลข้างเคียง จึงสามารถนำมาฉีดให้แก่กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงได้ วัคซีนของ Sinopharm ที่เพิ่งจัดส่งให้แก่ลาว ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลจีนให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคม มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนของ Sinopharm ไปแล้วเกือบ 1 ล้านคนทั่วโลก โดยยังไม่มีรายงานว่าปรากฏผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้น รศ.ดร.บูนกอง เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม กระทรวงสาธารณสุขลาวพยายามติดต่อองค์กรต่างๆ ทั่วโลกเพื่อจัดหาวัคซีนป้องกัน CV-19 มาฉีดให้แก่ประชาชน จนถึงปัจจุบัน มี 3 หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่ลาวแล้ว ประกอบด้วย 1.Sinopharm จากจีน 2.สถาบันวิจัย Gamaleya กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งพัฒนาวัคซีนที่มีชื่อว่า Sputnik V 3.โครงการ COVAX(COVID-19 Vaccine Global Access Facility) ซึ่งเป็นความร่วมมือของ WHO องค์กร GAVI (Gavi, the Vaccine Alliance) และกลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อรับมือโรคระบาด (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations : CEPI) รศ.ดร.บูนกอง บอกว่า วันที่ 2 มกราคม 2564 หรือวันมะรืนนี้ วัคซีน Sputnik V จำนวน 500 โดส จะถูกส่งจากสถาบัน Gamaleya ที่รัสเซีย มาถึงลาว นอกจากนี้ ลาวยังได้ร้บคำตอบจากโครงการ COVAX แล้วว่าเป็น 1 ใน 92 ประเทศที่จะได้รับวัคซีนจากโครงการนี้ในปี 2564 ในปริมาณ 20% ของจำนวนประชากร หรือประมาณ 1.4 ล้านคน คาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนที่ได้รับจาก COVAX ได้ประมาณเดือนเมษายนปีหน้า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขลาว กำลังวางแผนอยู่ว่าจะฉีดวัคซีนที่ได้รับความช่วยเหลือเหล่านี้ให้แก่ผู้ใด โดยจะประเมินจากความเสี่ยงของแต่กลุ่มอาชีพเป็นหลัก รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า รัฐบาลลาวเห็นความสำคัญของปัญหา CV-19 จึงได้เตรียมจัดสรรงบประมาณไว้แล้วจำนวนหนึ่งสำหรับจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง โดยกระทรวงสาธารณสุข ธนาคารโลก WHO และองค์กร UNICEF ได้ร่วมกันประเมินตัวเลขแล้ว พบว่า ต้องใช้เงินประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยคนละ 17.74 ดอลลาร์ หากต้องฉีดวัคซีนให้ประชากรลาวทุกคน

บุกจับเครือข่ายยาเสพติด สืบเป็นผู้จัดหาทีมลำเลียง

ตำรวจบุกค้นจับผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาเสพติด ในพื้นที่ อ.นาหว้า จ.นครพนม หลังพบเป็นผู้จัดหาทีมลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ชั้นในมาหลายครั้ง ยึดทรัพย์กว่า 50 ล้านบาท                  วันนี้ (21 ธ.ค.2563) ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี ตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งใน ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม พร้อมนำหมายจับของศาลอาญาของนายนายเผด็จ ประเสริฐ และนายผดุง ประเสริฐ สองพี่น้องซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา หลังพบว่าทั้งคู่มีพฤติกรรมร่วมกันค้ายาเสพติดในหลายพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ         จากการเข้าตรวจค้นบ้านในพื้นที่ 43 ไร่ แบ่งเป็นตัวบ้าน ฟาร์มหมู เล้าไก่ชน และสวนยางพารา ในบริเวณเดียวกัน และพบภรรยาของผู้ต้องหา แต่ไม่พบผู้ต้องหาทั้งสองคน              ภรรยาของผู้ต้องหา ให้ข้อมูลว่านายผดุงเข้ามาที่บ้านครั้งล่าสุดเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว โดยขับรถเข้าไปในฟาร์มหมูแต่ไม่ได้คุยกันเพราะยังมีเรื่องทะเลาะกันอยู่ โดยนายผดุงยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าพัฒนาเมื่อปี 2552 แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด           การตรวจค้นวันนี้ เป็นการขยายผลจากการจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด 4 คดี ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมไอซ์รวมเกือบ 1,400 กิโลกรัม และกัญชากว่า 1,000 กิโลกรัม โดยผู้ต้องหาอ้างว่านายผดุงเป็นผู้ติดต่อให้ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน           ขณะเดียวกันตำรวจสามารถตามจับนายเผด็จได้ที่บ้านพักใน จ.มหาสารคาม และจับกุมนายปัญญา เงินชาลี ได้ที่หน่วยเลือกตั้ง จ.นครพนม ซึ่งอยู่ในเครือข่ายทำหน้าที่ในการนั่งรถไปกับทีมลำเลียงยาเสพติด และรถสำรวจเส้นทางเพื่อเคลียร์ทางให้กับรถลำเลียงยาเสพติด ส่วนนายผดุงยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวโดยยังเชื่อว่าหลบหนีอยู่ในประเทศไทยหรืออาจจะหลบหนีไปยัง สปป.ลาว ตามช่องทางธรรมชาติ           นายเผด็จ ยอมรับว่าตัวเองเคยไปคุยธุรกิจพร้อมกันกับนายผดุงซึ่งเป็นน้องชายที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง แต่อ้างว่าเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้าง ยืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และไม่เคยรู้มาก่อนว่าน้องชายมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทราบเพียงว่าประกอบอาชีพเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ และปลูกยางพารา ส่วนตัวเองทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง           พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ยืนยันว่าแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฎิเสธแต่ตำรวจมีพยานหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินที่ทั้งสองคนโอนไปให้ทีมขนที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังมีการติดต่อทางโทรศัพท์และจากข้อมูลการสืบสวนพบว่าเครือข่ายของสองพี่น้องเริ่มมีบทบาทชัดเจนในปี 2563 โดยมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 100 ล้านบาท แม้จะยังไม่สามารถจับกุมนายผดุงซึ่งเป็นตัวการใหญ่ได้ แต่การจับกุมตัวผู้ต้องหาบางราย รวมทั้งยึดทรัพย์ก็นับเป็นการตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ และตัดเส้นทางลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ตอนในได้เพราะเครือข่ายนี้นับเป็นรายใหญ่ และได้รับความไว้วางใจจากนายทุนในลำเลียงยาเสพติดในแต่ครั้งจำนวนมาก           สำหรับทรัพย์สินที่อายัดไว้ตรวจสอบวันนี้มีทั้งบ้านพัก ที่ดินพร้อมสวนยางพารา ฟาร์มหมู และรถยนต์อีกหลายคัน มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท และกำลังตรวจสอบทรัพย์สินที่ซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่อื่นเพิ่มเติมอีก           ปฏิบัติการจับผู้ต้องหาครั้งนี้ เป็นการทลายเครือข่าย BAD BROTHERS เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ใน จ.นครพนม โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนนี้เป็นพี่น้องที่ทำหน้าที่จัดหายาเสพติดจาก สปป.ลาว ก่อนจัดหาทีมลำเลียงในพื้นที่ นครพนม บึงกาฬ และมุกดาหาร ก่อนส่งเข้าไปในภาคกลาง และส่งต่อไปยังตอนใต้ของประเทศ

1 2 3 6