ดราม่าต่อเนื่อง โรงเรียนพรตพิทยพยัต ออกหนังสือแถลงการณ์ขอโทษ หลังมีเด็กนักเรียน 5 คน ทำคลิปล้อเลียนสถาบัน

กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงเลยทีเดียว เมื่อมีการเผยแพร่คลิปวีดิโอ เด็กนักเรียน 5 คน ทำคลิปวีดิโอลงใน Tik Tok ซึ่งในวีดิโอมีเนื้อหาล้อเลียนสถาบัน เลยทำให้มีหลายคนไม่พอใจ จึงเกิดทัวร์ลงไปที่ โรงเรียนพรตพิทยพยัต  ล่าสุดทางโรงเรียนพรตพิทยพยัต ต้องรีบออกมาชี้แจง และออกหนังสือแถลงการณ์ขอโทษ ในสิ่งที่เกิดขึ้น มีใจความว่า  “เนื่องด้วยนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ได้มีการทำคลิปวิดีโอลงโซเชียล ซึ่งเป็นคลิปที่กระทำการไม่เหมาะสมทางโรงเรียนได้รับทราบปัญหาและดำเนินการเชิญผู้ปกครองและนักเรียนรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาซึ่งทางด้านผู้ปกครองของนักเรียนและนักเรียนได้ยอมรับผิดและสำนึกในการกระทำครั้งนี้แล้ว ทั้งนี้ทางโรงเรียนพรตพิทยพยัต    ต้องขออภัยที่ทำให้เกิดความเสียหายและจะกำชับให้นักเรียนประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียนต่อไป”

ด่วน!! ‘บิณฑ์’ประกาศลาออกร่วมกตัญญู ปมจะตบเด็ก-ไม่ทนคนจาบจ้วงสถาบัน (คลิป)

จากกรณี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดเผยถึงประเด็นการจาบจ้วงสถาบัน และย้ำว่า เยาวชนควร ไม่ควรแสดงพฤติกรรมไม่ดี ด่าทอ จาบจ้วง ซึ่งระบุว่า ทนไม่ได้กับการจาบจ้วงดังกล่าว ซึ่งหากเห็นต่อหน้าจะยอมติดคุก ถ้าคิดต่างก็ต่างคนต่างอยู่ โดยล่าสุดเมื่อเวลา 14.06 น. เฟซบุ๊ก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ไลฟ์ ชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยประกาศลาออกจากมูลนิธิร่วมกตัญญู โดยย้ำว่า ตนเองไม่สามารถทนต่อการจาบจ้วงได้ เพราะตนเองรักสถาบันยิ่งชีวิต ตนไม่เคยคิดจะตบเด็ก แต่พูดถึงเรื่องการชูนิ้วกลางให้ขบวน วันนี้ ถือว่าอัดอั้นมาก ต้องขอโทษมูลนิธิ อาสาสมัครทุกคน ที่เคยร่วมทำงานมาหลายสิบปี วันนี้ ขอลาออก ต้องมีจุดยืนกับตัวเอง เพราะต้องการต่อสู้กับคนที่จาบจ้วง ขออย่าให้ไปว่ามูลนิธิเลย “จะขอช่วยเหลือประชาชนเหมือนเดิม แต่คงไม่ได้ไปในนามมูลนิธิแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เราต้องชัดเจน อย่าให้มันฮึกเหิม ไม่ใช่ใครออกมารักสถาบัน ก็ไปตามราวีเขา เชื่อว่า เด็ก 80% ไม่รู้เรื่องราว แต่ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องสู้”

แห่วิจารณ์ยับ หนุ่มโพสต์ถือปืน-ดาบ ลั่น ถึงเวลาต้องทำหน้าที่ ปกป้องสถาบัน

จากกรณีเกิดเหตุการณ์ชุลมุนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระหว่างมวลชนกลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ปะทะกับ เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย หลังจากที่ฝ่ายเสื้อเหลืองได้นัดรวมตัวที่บริเวณลานพ่อขุน จากนั้น ฝ่ายนักศึกษาได้เลี่ยงมาจัดที่บริเวณใกล้เคียงกัน แต่ต่อมากลุ่มคนเสื้อเหลืองได้บุกไปยังกลุ่มนักศึกษาและเกิดการปะทะขึ้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันที่ 22 ต.ค.2563 กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากที่มีหนุ่มรายหนึ่งได้โพสต์ภาพตนเองถืออาวุธปืนและมีดดาบลงเฟซบุ๊ก พร้อมกับระบุว่าจะไปเข้าร่วมชุมนุมใหญ่วันที่ 23 ต.ค.นี้ ทำให้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างหนัก โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “มันคงถึงเวลาแล้วสินะที่ผมจะได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และแผ่นดินเกิดแล้วเจอกันจุดชุมนุมใหญ่ในเย็นวันที่ 23 เกิดมาอย่าให้เสียชาติเกิด ผมคนไทยเกิดในแผ่นดินไทย” ทั้งนี้ ต่อมาได้มีคนไปคอมเมนท์ต่อว่าชายคนดังกล่าวจำนวนมาก ทั้งประเด็นการมีความคิดที่จะความรุนแรงกับคนที่เห็นต่าง การมีอาวุธไว้ในครอบครอง พร้อมทั้งมีการแท็กให้เพจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวด้วย

เสี่ยวิชัย!! เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ยิ่งชีวิต “วิชัย ศรีวัฒนประภา” ผู้ที่ริเริ่มทำสายรัดข้อมือ “เรา ❤ พระเจ้าอยู่หัว” ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี จนถึงนำเพลงสรรเสริญพระบารมีไปเปิดในสนามฟุตบอลเลสเตอร์ที่อังกฤษ ถ้ายังจำกันได้ มูลนิธิ คิง เพาเวอร์ โดยนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้จัดทำโครงการสายข้อมือ “เรา ❤ พระเจ้าอยู่หัว” ขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ด้วยการเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมใจกันบริจาคเงินผ่านการซื้อริสแบรนด์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ เส้น ทุกเส้นจะมีหมายเลขกำกับพร้อมสลักอักษรสองภาษา ด้านนอก ภาษาไทย “เรา ❤พระเจ้าอยู่หัว” และภาษาอังกฤษ “ Long Live The King” ด้านใน มีหมายเลข ๑ – ๑,๐๐๐,๐๐๐ กำกับ และ “King Power” โดยการร่วมบริจาคเงิน […]

อาสา!! โดดขึ้นรถบรรทุก ต่อยคนขับ

 อาสา!! โดดขึ้นรถบรรทุก ต่อยคนขับ อาสาขึ้นไปต่อยลุงขับรถ 6 ล้อ แล้วลงมาเอาเหล็กที่อยู่หลังรถ จะเอาไปตีลุง เห็นแบบนี้มันใช่อาสาเหรอ ตำรวจทางหลวงช่วยดูหน่อย ตราของท่านติดอยู่ที่รถ มันสร้างความเสื่อม เสีย ต่อสถาบันตำรวจทางหลวง ************************* (ขอขอบคุณเรื่องจาก Moowaii Tanat…)