ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ให้เหตุผล เพราะอะไรถึงยังไม่ปิดประเทศ

จากกรณีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ประกาศปิดสถานบันเทิง สนามมวย สนามกีฬา สนามม้า สนามชนไก่ ในพื้นทีกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมทั้งหากพบสถานที่เสี่ยงเพิ่มก็จะมีการประกาศเพิ่ม ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558  นั้น อลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี  ให้ข้อมูลว่า  ภายใต้การสั่งการของนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ว่าโควิด -19 เป็นโรคระบาดที่ต้องควบคุมนั้น ทางจังหวัดพบว่าช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบมีผู้สงสัยเสี่ยง 3 ราย รายแรก คือ แรงงานนอกระบบไทยที่กลับจากเกาหลีใต้ แต่ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ ส่วนรายที่ 2 เป็นคนที่มาจาสนามมวย ซึ่งผลการตรวจเชื้อล่าสุดก็ไม่พบว่าเป็นโควิด-19  ซึ่งเมื่อมีกรณีแบบนี้ทางจังหวัดจึงออกมาตรการเข้มงวด คุมเข้มในการเข้าออก แต่ไม่ได้ปิดจังหวัดแต่อย่างใด “เรามีการตรวจรถที่สัญจรผ่านจังหวัด ตรวจอุณหภูมิของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยดำเนินการช่วงเวลา 16.00-18.00 น. ซึ่งมีการสัญจรมาก ไม่ได้ทำตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่มีการตรวจพบแค่ 1 รายอุณหภูมิสูง แต่เมื่อนั่งสักพัก พบว่า อุณหภูมิร่างกายลดลง นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังมีมาตรการอื่นๆ อย่างการป้องกันการขาดแคลนหน้ากากอนามัย โดยให้ทุกอบต.จัดสรรงบประมาณ ให้ชุมชนผลิตหน้ากากใช้เอง ส่วนกิจกรรมที่จะรวมคนจำนวนมาก อย่างงานกาชาดจังหวัดยกเลิกแล้ว ส่วนการแข่งมาราธอนจะมีคนนอกเข้ามา 16% จึงต้องเลื่อนงานออกไปก่อน เพื่อให้ทางจังหวัดปลอดภัย จังหวัดอุทัยธานีชนะไปพร้อมกับรัฐบาล” รองผู้ว่าฯ อุทัยธานี กล่าว จุดเริ่มของการเข้มงวดการเข้าออกนั้น  รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า เริ่มตั้งแต่มีผีน้อยเข้ามา และมีการโพสต์ว่า เข้าออกง่าย จนทำให้มีกระแสดราม่าเข้ามามาก เราจึงต้องป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงขึ้นมาได้ ในส่วนของมาตรการภาครัฐที่ออกมานั้น อาจเกิดคำถามว่า เพราะอะไรประเทศไทยถึงไม่ปิดประเทศ รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า หากพิจารณาประเด็นการปิดประเทศนั้น ต้องพิจารณาเรื่องจำนวนผู้ป่วย หากพบเป็นพันเป็นหมื่นราย ก็ต้องปิด เพราะคนต่างชาติก็คงไม่อยากมา แต่ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วย 177 ราย ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทสอื่นๆ ยังน้อยอยู่ แต่หากขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนควบคุมไม่ได้ก็จะต้องพิจารณา หากจะปิดประเทศก่อนได้หรือไม่ รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวว่า ความเห็นแรกคือ ปิดทันที และอีกข้อ คือ เริ่มจากเบาๆไปสู่หนัก แต่จริงๆ โรคระบาดในแต่ละประเทศจะมีมาตรการแตกต่างกัน ยกตัวอย่าง มาตรการในบ้านเราจะล้างมือ ใส่หน้ากากมาก ส่วนต่างชาติไม่สวมหน้ากาก ไม่ล้างมือบ่อย บ้านเมืองหนาวเขาจึงมีปัญหา ดังนั้น บริบทแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน การตัดสินใจจึงค่อนข้างยาก “ผมขอให้ความคิดเห็นในฐานะทำโรคระบาดมานาน 20 ปี จะบอกว่าตั้งแต่ทำมา ไม่เคยมีโรคระบาดครั้งไหนไปไกลได้เท่าครั้งนี้ และครั้งนี้แม้มีมาตรการควบคุมก็ยังไปอีกไกล จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคาดการณ์ แต่เรามีตัวอย่าง ทั้งจีน เกาหลีใต้ มาเป็นตัวอย่างในการดำเนินการได้ ซึ่งหากเราใช้ยาแรงในการปิดประเทศเลย จะมีผลกระทบต่อประเทศ เพราะส่วนตัวผลตัวเลขผู้ป่วยขณะนี้ 177 ราย เพิ่มวันละ 30 ราย ผมมองว่าทางการแพทย์เรารับมือได้ และเราอยากให้ปัญหาค่อยเป็นค่อยไป โดยสิ่งสำคัญคือ คนติดเชื้ออย่าให้เพิ่มเร็วนัก วิธีการ คือ แยกห่างจากคนส่วนใหญ่ ไม่ให้แพร่กระจาย มาตรการปิดโรงเรียน ปิดสถานที่ ซึ่งมีหลายแห่ง แต่สถานที่ไหนมีปัญหา ในช่วงที่ผ่านมา เรารู้แล้ว ทั้งสนามมวย ผับ บาร์” รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าว เราต้องใช้ยาแรงเมื่อไหร่ รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวว่า นอกจากดูตามตัวเลขผู้ป่วยแล้ว ต้องดูจากความรวดเร็วด้วย อย่างพบวันละ 30-40 เรายังรับมือได้ สิ่งสำคัญต้องทำให้สถานการณ์ทางการแพทย์รับมือได้ และมีผลกระทบบ้าง ถ้าไม่มีผลกระทบเป็นไปไม่ได้ พวกเราต้องอดทน และต้องผ่านวิกฤตไปให้ได้  โดยโรคนี้อยู่กับเราเป็นปี หรือจนกว่าจะมีวัคซีน ซึ่งวัคซีนก็เพิ่งทดลองในคนเป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา ดังนั้น กว่าจะใช้ได้ต้องใช้เวลาอีก 8-9 เดือน ระหว่างนี้ก็จะมีการระบาดเป็นลูกคลื่น  เราต้องพยายามกดไม่ให้ลูกคลื่นสูง โดยวิธีสำคัญ คือ […]