สธ.เผย ไทยยังไม่ได้รับประสานจากUSAบริจาคไฟเซอร์เพิ่ม

วันนี้ (23 ก.ย. 64) เวลา 12.00 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ประเทศไทยไม่ตอบสนอง ไม่ดำเนินการเรื่องเอกสารการรับบริจาควัคซีนไฟเซอร์จากทางสหรัฐอเมริกา จนทำให้ไม่สามารถส่งวัคซีนมาให้ประเทศไทยได้อีกรอบว่า ไม่เป็นความจริง คาดว่าเป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน หลังจากที่มีการบริจาควัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสแล้ว ก็ยังไม่ได้มีการแจ้งว่าจะบริจาคเพิ่มเติมให้กับประเทศไทยแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศหรือกระทรวงสาธารณสุขเองก็ยังไม่ได้รับการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐอเมริกา ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตอบชัด…!! สหรัฐกำลังเร่งดำเนินการ ส่งวัคซีนไฟเซอร์ลอตที่ 2 ให้ไทยแน่นอน “อนุทิน ชาญวีรกูล” โพสต์กลับ “คุณหญิงสุดารัตน์” ว่าไม่จริง เรื่องไฟเซอร์อีกจำนวนล้านโดส !! ทั้งนี้ อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังกล่าวว่า ยังมีอีกหลายประเทศที่ประสงค์และพร้อมจะบริจาควัคซีนให้กับประเทศไทย แต่ยังไม่สามารถพูดในเรื่องของรายละเอียดได้ ต้องรอความชัดเจนอย่างเป็นทางการเสียก่อน

ราบรื่น ! (สธ.) และ Pfizer ” ลงนามสัญญา ” การจัดซื้อ ” วัคซีนไฟเซอร์ ” เพิ่ม 10 ล้านโดส รวมแล้วเป็น 30 ล้านโดส

ราบรื่น ! (สธ.) และ Pfizer ลงนาม ” ลงนามสัญญา ” การจัดซื้อ ” วัคซีนไฟเซอร์ ” เพิ่ม 10 ล้านโดส รวมแล้วเป็น 30 ล้านโดส กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค และ Pfizer ประเทศไทย ลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA เพิ่มอีก 10 ล้านโดส รวมเป็น 30 ล้านโดส ทยอยจัดส่งได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้เป็นต้นไปวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยานการลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ของไฟเซอร์ ระหว่างนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ Ms. Deborah Seifert ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทยและอินโดไชนา ข่าวที่เกี่ยวข้อง เต้ VS บิ๊กตู่ “เต้ มงคลกิตติ์” ท้าชกมวยคาดเชือก ลั่นต่อให้บิ๊กตู่ ตนขอใช้มือข้างเดียว ถอดคำพูดจากปากกิ๊กสาว ปมดราม่าผัวพังบ้านฟังคำตอบถึงกับอึ้ง!! ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลไทย มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข จัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อฉีดให้กับประชากรที่อยู่ในประเทศไทยตามความสมัครใจ ในวันนี้ กรมควบคุมโรคและบริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ของไฟเซอร์ เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันในความพยายามที่จะลดการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในประเทศ โดยจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมจำนวน 10 ล้านโดส จากที่ได้ลงนามจัดซื้อจำนวน 20 ล้านโดสไปแล้วเมื่อวัน 20 กรกฎาคม 2564 รวมวัคซีนไฟเซอร์ที่จะเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 30 ล้านโดส ทยอยจัดส่งได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้เป็นต้นไป เพื่อเสริมแผนกระจายวัคซีนของประเทศ ซึ่งจะทำให้มีวัคซีนฉีดให้กับประชากรในประเทศไทย 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 “ผมขอขอบคุณ Ms. Deborah Seifert และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้ช่วยให้การจัดหาวัคซีนครั้งนี้สำเร็จ ด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือในการจัดหาวัคซีนเช่นนี้ต่อไป” นายอนุทิน กล่าว ขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข

พร้อมยินดีให้ตรวจสอบ ! ผอ.รพ. อ่างทอง ออกมาชี้แจง กรณีลูกชายมีรายชื่อ ” ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ” ซึ่งไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์

พร้อมยินดีให้ตรวจสอบ ! ผอ.รพ. อ่างทอง ออกมาชี้แจง กรณีลูกชายมีรายชื่อ ” ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ” ซึ่งไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ นายแพทย์ประภาส ลี้สุทธิพรชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง ออกมาชี้แจง หลังเกิดดราม่ามีผู้นำข้อมูลรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 3 ในวันที่ 10 -11 สิงหาคม พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีชื่อของ ลูกชายผู้อำนวยการ ซึ่งไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ของทางโรงพยาบาลร่วมฉีดด้วย ในการบริหารการฉีดวัคซีนของทางโรงพยาบาล จะเป็นในรูปคณะกรรมการภายในโรงพยาบาล โดยมีรองผู้อำนวยการทุกฝ่ายร่วมกันพิจารณา ซึ่งตนไม่ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการ สำหรับรายชื่อที่มีผู้นำไปเผยแพร่ ทำให้เกิดดราม่าขึ้น ซึ่งตนยอมรับว่าได้มีการสำรวจบุคลากรในรอบแรกทุกที่ ที่ประสงค์รวมถึงคลินิกต่าง ๆ ที่สัมผัสเสี่ยงสูงกับคนไข้ แต่ไม่ได้จัดสรร ตนยืนยันว่าลูกชายไม่ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 3 ที่โรงพยาบาลอ่างทอง และไม่มีความประสงค์ที่จะให้มีรายชื่อฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในโรงพยาบาลอ่างทองด้วย ตนนั้นพร้อมที่จะเปิดเผยรายชื่อข้อมูลอย่างโปร่งใส สำหรับผู้ที่มีรายชื่อฉีดวัคซีน ซึ่งจะขอให้ทำการตรวจสอบได้ และขอยืนยันว่าการบริหารวัคซีนเป็นวัคซีนของบุคลากรด่านหน้าทุกคน ซึ่งสามารถสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่ว่าได้รับการจัดฉีดวัคซีนแล้วทุกคน ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไม่รอช้า ! นายกฯ นิวซีแลนด์ ” ประกาศล็อกดาวน์ ระดับที่ 4 ทั่วประเทศ ” เหตุ เพราะพบผู้ติดเชื้อใหม่ 1 ราย ขอโทษทั้งน้ำตา ! แพทย์หญิง เปิดหมดเปลือกพาแม่ และพี่สาว ” ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ” ก้นขวดที่ทิ้งแล้ว ยืนยันว่า ” ไม่ได้แย่งด่านหน้า ”  ด้าน นพ.กิตติ อิ่มใจ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ที่รับผิดชอบดูแลการฉีดวัคซีนของบุคลากรใน รพ. เปิดเผยว่า สำหรับข้อเท็จจริงที่ถูกนำไปเผยแพร่ เป็นข้อมูลที่นำเสนอว่าบุคลากรคนใดต้องการวัคซีนชนิดใด ซึ่งเป็นข้อมูลร้องขอที่จะต้องนำไปพิจารณาลำดับความสำคัญ ของบุคลากรในความเสี่ยงที่ทำงานด้านหน้า ซึ่งทางคณะกรรมการได้ขอให้แต่ละหน่วยงานส่งรายชื่อบุคลากรที่เป็นด่านหน้าที่มีความจำเป็นมา รวมถึงคลินิกต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง โดยยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน  สำหรับลูกชายท่านผู้อำนวยการที่มีชื่อปรากฏ ซึ่งเป็นแพทย์ที่ทำงานอยู่ด่านหน้าเช่นกัน ก็ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เพราะได้รับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลต้นสังกัด ซึ่งทางโรงพยาบาลอ่างทอง ได้รับการจัดสรรโควต้าในการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 545 โดส จากยอดทั้งหมด 648 คน ซึ่งจัดสรรตามความสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอในการฉีด นพ.กิตติ กล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่าคณะกรรมการได้ทำการจัดลำดับความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์อย่างโปร่งใส แต่ต้องยอมรับว่าในการลงทะเบียนฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 3 อาจจะมีบุคลากรบางส่วนยังไม่ได้ลงชื่อหรือลงชื่อเป็นบางส่วนไม่ครบ ซึ่งทางคณะกรรมการไม่สามารถลงไปตรวจสอบรายละเอียดได้ทุกราย สำหรับตนเองไม่ตำหนิผู้ที่นำข้อมูลไปเผยแพร่ เพราะข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลชุดแรกที่ยังไม่ได้ทำการพิจารณา ซึ่งหลังจากการพิจารณาแล้วเป็นข้อมูลสุดท้ายที่บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลอ่างทอง ที่มีความสำคัญเรียงลำดับมีความจำเป็นที่ต้องฉีดทั้งหมดต่อไป

ขอโทษทั้งน้ำตา ! แพทย์หญิง เปิดหมดเปลือกพาแม่ และพี่สาว ” ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ” ก้นขวดที่ทิ้งแล้ว ยืนยันว่า ” ไม่ได้แย่งด่านหน้า ” 

ขอโทษทั้งน้ำตา ! แพทย์หญิง เปิดหมดเปลือกพาแม่ และพี่สาว ” ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ” ก้นขวดที่ทิ้งแล้ว ยืนยันว่า ” ไม่ได้แย่งด่านหน้า “ กรณี แพทย์หญิงรายหนึ่งที่ รพ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พาญาติไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์ โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และ พญ.คนดังกล่าวได้ยื่นใบลาออก  ซึ่งการตรวจสอบพบพี่สาวของ พญ.คนดังกล่าวได้ฉีดไปแล้ว ส่วนแม่ยังไม่ได้ฉีด  ล่าสุด พยาบาลคนดังกล่าว อายุ 27 ปี ได้เปิดเผยว่า “ วัคซีนดังกล่าวเหลือก้นขวดที่ต้องทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ จึงคิดว่าน่าจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กว่าทิ้งถังขยะ หลังจากฉีดวัคซีนให้บุคลากรด่านหน้า รพ.นบพิตำ จำนวน 66 คน และถามทีมฉีดวัคซีนว่า มีวัคซีนเหลือก้นขวดบ้างไหม ทีมฉีดวัคซีนก็ตอบว่า บางขวดก็เหลือบางขวดไม่เหลือ  ตนเลยถามว่า ขวดที่เหลือหมอขอได้ไหม เพื่อจะฉีดให้แม่กับพี่สาว จึงโทรไปหาพี่สาวให้ขับรถพาแม่มาด้วย โดยบอกว่ามีวัคซีนก้นขวดที่เขาทิ้งแล้วจะฉีดไหม พี่สาวบอกว่าเอา และด้วยความบริสุทธิ์ใจก็เอาวัคซีนก้นขวดที่เหลือที่ทิ้งถังขยะมาฉีดให้พี่สาว จนทาง ผอ.รพ.ทราบจึงสั่งระงับ ทำให้แม่ไม่ได้ฉีด พร้อมปฏิเสธว่า ตามที่เป็นข่าวทางสื่อบางสังกัดว่า หมอเบียดบังเอาวัคซีนโดสที่ 6 ฉีดให้แม่นั้นไม่เป็นความจริง “ ข่าวที่เกี่ยวข้อง โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ถามหาวัคซีนแอสตราเซเนกาอีก 50 ล้านโดส ยังไม่ได้ แต่ยังจะสั่งชิโนแวคเพิ่ม ทักษิณงงหนัก ! วัคซีนไฟเซอร์ ทั่วโลกมีไว้ฉีด ที่ไทยมีไว้อม ? เมื่อพี่สาวมาถึง ตนจึงให้เข้าไปนั่งในจุดที่ฉีดวัคซีนด้วย ทุกคนก็นั่งอยู่ ตนไม่ได้เบียดบังไปแย่งใคร ยืนยันว่าวัคซีนที่ฉีดให้พี่สาวเป็นวัคซีนที่ทิ้งแล้ว เพราะคิดว่าอย่าทิ้งเลยมันเสียดาย หากไม่บริสุทธิ์ใจจริงๆ ตนก็บอกพยาบาลว่า หมอเอาไปฉีดให้พี่สาวเอง ฉีดที่ไหนก็ได้ไม่ให้ใครเห็น  แต่ด้วยความที่บริสุทธ์ใจ และคิดน้อยไปจึงให้พยาบาลฉีดให้พี่สาวตรงนั้น จนทำให้คนบางคนที่ไม่เข้าใจ บอกว่าตนไปแย่งวัคซีนของบุคลากรด่านหน้ามาหรือเปล่า  มันเป็นวัคซีนที่เหลือก้นขวดทิ้งถังขยะแล้วจริงๆ ซึ่งบุคลากรด่านหน้าทั้ง 66 คน ได้รับวัคซีนครบแล้ว ยอมรับว่าพาพี่สาวและแม่มาด้วย แต่แม่ไม่ได้ฉีด เพราะมีบุคลากรรายงานให้ ผอ.รพ.นบพิตำ ว่ามีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับบุคคลภายนอก ซึ่งเขาก็ทำถูกต้องแล้ว จนทาง ผอ.รพ.สั่งระงับ ซึ่งตนทำงานสุ่มเสี่ยงมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถเอาวัคซีนก้นขวดที่ทิ้งไปแล้วมาฉีดให้กับแม่กับพี่สาวได้เพื่อให้เขาปลอดภัย กล่าวอีกว่า ตนทำงานที่ รพ.นบพิตำ คลุกคลีกับผู้ติดเชื้อแต่ต้องกลับไปนอนกับแม่กับพี่สาว เป็นคนเสี่ยงและเสียสละอยู่ด่านหน้า ไม่สามารถที่จะดูแลปกป้องคนในครอบครัวของตัวเองได้เลยหรือ ตนขอโทษประชาชนทุกคนจริงๆ ที่เห็นแก่ตัว มันเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ตนน้อยใจ เสียใจที่เกิดเรื่องขึ้นจึงได้ตัดสินใจยื่นใบลาออก แต่กลับไปทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่ทำมันถูกไหมที่ชิงลาออก ประกอบกับหมอที่ รพ.นบพิตำ มีน้อยมากเพราะเป็น รพ.ขนาดเล็ก  หากตนออกไปอีกคนก็จะไม่มีคนที่จะช่วยงานในส่วนเหล่านี้  ล่าสุดได้ตัดสินใจกลับมา รพ.และไปเอาใบลาออกกลับคืนมา “หมอจะสู้ต่อเพื่อคนนบพิตำ เพื่อคนไข้และจรรยาบรรณของหมอ แม้ว่าจะถูกโจมตีอย่างหนัก ต้องกราบขออภัยด้วย และยืนยันว่าหมอไม่ได้ไปแย่งวัคซีนของบุคลากรด่านหน้า เพราะทุกคนเป็นคนที่หมอรัก หมอรู้จัก เป็นเพื่อนร่วมงาน หมอไม่มีทางที่จะแย่งของเขามาอย่างแน่นอน หมอขอโทษที่คิดน้อยไป ที่ว่าการที่เราไปหยิบวัคซีนที่เขาทิ้งถังขยะมันอาจจะเป็นเรื่องที่ผิด ไม่ดี” ขอบคุณข้อมูลจาก : เรื่องเล่าเช้านี้

ทักษิณงงหนัก ! วัคซีนไฟเซอร์ ทั่วโลกมีไว้ฉีด ที่ไทยมีไว้อม ?

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.64 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมสนทนาในรายการ CARE ClubHouse x CARE Talk ตอน “ทางออกประเทศ ทางรอดประชาชน” โดยใช้ชื่อแอคเคาท์ว่า Tony Woodsome หรือที่หลายๆ คนเรียก “พี่โทนี่” โดยมีบางช่วงบางตอนได้พูดถึงกรณีการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ ที่ได้รับบริจาคจากสหรัฐฯ ที่ตอนนี้กำลังมีประเด็นดราม่าว่ามีกลุ่ม VIP เข้าแทรกแซง ทำให้ด่านหน้าอีกหลายยังเข้าไม่ถึงวัคซีนดังกล่าว ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม เพื่อไทย ลั่น ! อยากให้ นายก เร่งดำเนินการยืม ” วัคซีน ” ถ้าทำไม่ได้ให้ ” พี่โทนี่ ” ช่วยเหลือสิ ไม่ไว้หน้า ! สิระ ท้า โทนี่ ” จะกลับก็กล้าๆ หน่อย “ โทนี่กล่าว “ไฟเซอร์เราเป็นแห่งเดียวในโลกเลยนะ เพราะว่าทั่วโลกวัคซีนไฟเซอร์เขามีไว้ฉีด ของบ้านเรามีกันบางส่วนไว้อม ก็เลยไม่รู้ว่าตกลงวัคซีนไฟเซอร์ ไบเดนอาจจะต้องโทรไปถามซีอีโอนะ ที่ส่งมาให้ไทยมีแบบประเภทอมด้วยหรอ แทนที่จะไปให้ด่านหน้าใช้ ก็อมกัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางแห่ง ก็เอามากันไว้ให้ลูกพี่ คือถ้าด่านหน้ามันพังเนี่ย คือมันพังทั้งระบบนะ แทนที่จะไปเอาด่านหน้าให้แข็งแรงก่อน แล้วที่เหลือค่อยว่ากัน VIP ขอฉีดแถวสองได้ไหม ให้ด่านหน้ารอดก่อน” ทั้งนี้ โทนี ได้กล่าวถึง 7 ทางรอดที่จะพาประเทศไทย ฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ ได้แก่ 1.วัคซีน ต้องรีบจัดการโดยด่วน อย่าช้า วันนี้ วัคซีนก็ไม่ได้แพง ยกเว้นโมเดอร์นา ที่ให้ประชาชนจ่ายแพงโดยไม่รู้เพราะอะไร 2.เทสต์ ต้องมีทุกบ้าน รัฐแจกบ้าง ซื้อถูกๆบ้าง อย่าง เลอปู้ อาลีบาบา ขาย 33 บาท ถ้าซื้อล้านอัน เราซื้อตั้ง 8.5 ล้านก็ไม่รู้ทำไมตั้ง 77 บาท เรื่องนี้ ขอ ต้องให้มันหยิบง่ายๆ ขายง่ายๆ ขายออนไลน์ไม่ได้ ก็เลยต้องขายอย่างอื่นแล้วมาแถมเครื่องเทสต์ วันนี้ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก มันเร่งด่วน คนตายผ่อนส่งทุกวัน สงสารชาวบ้านเถอะ 3.ระบบสาธารณสุขต้องปรับปรุงด่วน สตางค์ก็มี ฝ่ายค้านก็ตัดงบกลางให้ตั้ง 16,000 ล้าน ต้องไปเพิ่มเตียง ออกซิเจน และที่ตรวจ หลายประเทศเขาก็มีเหลือ เพราะเขาเตรียมตัวล่วงหน้า เขาดักปัญหา รีบจัดการเรื่องระบบสาธารณสุขให้ดีซะ เราไม่รู้ว่าไวรัสใหม่ จะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า เพราะโลกร้อน ความไม่พอดีของอากาศที่เปลี่ยน อาจทำให้มีโรคใหม่ๆเกิดอีก นี่เป็นการเตือนที่ดีที่สุด ว่าเราไม่พร้อม 4.ที่บอกว่า นิวนอร์มอล คือ กำลังมียาใหม่ๆ เกิดขึ้นแล้ว ช่วยสั่ง เจรจาซื้อรอไว้ สธ.ช่วยคิดหน่อย ทั้ง แอนติบอดี้ คอกเทล หรือยาฉีดจมูกของอิสราเอล เขาทดลองขั้นสุดท้ายหมดแล้ว จะช่วยให้ไม่ลงปอด จะได้ไม่อันตราย “เลิกล็อกดาวน์เถอะ ล็อกดาวน์โดยไม่พร้อม ไม่มีประโยชน์ เราให้คำเตือนประชาชน และให้เขามีอะไรบริการ ดีกว่าล็อกดาวน์แล้วเศรษฐกิจพัง เราไม่ได้ร่ำรวย เราไม่ชดเชย เขาก็ลำบาก เราชดเชย ก็เอาเงินของลูกหลานมาจ่ายอีก รุ่นหลานจ่ายเยอะที่สุด เพราะหนี้ เพิ่มภาษีต่างๆ” 5. กระตุ้นเศรษฐกิจ เราจะทำอย่างไร ให้นักรบทางเศรษฐกิจ คนมีกำลังซื้อ ให้เขากลับไปสู่สนามรบทางเศรษฐกิจได้ มีอะไรต้องชดเชย ให้ความรู้แก่เขา ให้เขาปรับเปลี่ยนเครื่องมือให้ทันสมัยต้องทำแล้ว 6.เกษตรกร ราคาสินค้าเกษตรวันนี้ น่าสงสารมาก ลำไยกิโลฯ ไม่กี่บาท บางคนบอก 2 บาท ลองกองทางใต้ ก่อนหน้า เงาะ มังคุด ก็แย่ รัฐต้องปรับโครงสร้างทางเกษตรใหม่ […]

1 2 3 6