สามีเผยภรรยาป่วยซึมเศร้า แยกกันอยู่นาน 3 เดือน ก่อนเหตุสลดรมควันพร้อมลูก

อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม “นักร้องสาวรมควันในรถ” พร้อมลูกน้อยอีก 2 คน สุดท้ายลูกดับทั้งคู่ ตัวเองอาการสาหัส จบชีวิตคาคอนโดหรู สาววัย 32 รมควันฆ่าตัวตายในห้องน้ำพร้อมแมวอีก 2 ตัว วันที่ 30 มี.ค.64 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เข้าพูดคุยกับ นายสันต์ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี สามีของอดีตนักร้องสาว อายุ 35 ปี ผู้ก่อเหตุรมควันลูกน้อยวัย 6 ขวบและ 2 ขวบ จนเสียชีวิตภายในรถที่บ้านบริเวณภายในรั้วหน้าบ้านพัก ส่วนตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัสมีอาการหมดสติถูกหามส่งไปยัง รพ.บางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ทราบว่าอาจได้มีการเตรียมการมาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากมีการเตรียมทั้งเตาถ่านอั้งโล่ และเตาปิ้งย่างแบบถาดสแตนเลสสี่เหลี่ยมไว้ สำหรับอาการของภรรยา ล่าสุดทราบว่าปลอดภัยแล้ว โดยฟื้นกลับมามีสติรู้สึกตัวแล้ว ส่วนศพของลูกทั้งสองคน ได้ถูกนำไปเก็บไว้ยังภายในห้องเย็น ซึ่งอยู่ภายในสุสานของหน่วยกู้ภัยย่านวัดโพธิ์บางคล้า ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้นำร่างของบุตรสาวและบุตรชาย ส่งไปผ่าชันสูตรอีกครั้งยังที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และจะนำกลับมาประกอบพิธีไว้อาลัยทางศาสนาคริสต์ เป็นเวลา 3 คืน ที่คริสต์จักรบางคล้า ย่านสถูปเจดีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ระหว่างเวลา 19.30 น ถึง 21.00 น ส่วนประเด็นของการตัดสินใจก่อเหตุของทางฝ่ายภรรยานั้น ก็อาจมีส่วนน้อยใจตนอยู่บ้าง ที่ต้องแยกทางกันอยู่คนละที่ แต่ที่ผ่านมาภรรยาเขาก็ดูแลลูกได้เป็นอย่างดี และรักลูกมากๆ       ขอบคุณภาพและข้อมูล

พ่อแม่ใจสลาย!!! จ้างข้างบ้านเลี้ยงลูกสาว 2 ขวบ กลับตาย เพราะนอนคว่ำ?

พ่อแม่ฝากคนข้างบ้านเลี้ยงลูก แต่ลูกน้อยเสียชีวิตสาเหตุเพราะขาดอากาศหายใจ! เรื่องราวสะเทือนใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่กำลังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ เมื่อคุณแม่เล่าเรื่องราวการสูญเสียลูกสาวสุดที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับหลังพาไปฝากคนข้างบ้านช่วยเลี้ยงระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน ทว่าได้รับข่าวช็อกหนักเพราะลูกน้อยเสียชีวิต ผลชันสูตรพบว่าเกิดจากการขาดอากาศหายใจ คนข้างบ้านบอกเพียงว่าน้องนอนคว่ำหน้าแล้วก็เสียชีวิตไป คุณแม่ซึ่งใช้เฟซบุ๊กชื่อ Yuinaka Rungnapa โพสต์ขอความเป็นธรรมเมื่อฝากคนข้างบ้านเลี้ยงลูกแต่ลูกเสียชีวิต ระบุ “แม่ขอโพสต์เพื่อขอความยุติธรรมให้น้องนะคะน้องภูพิงค์ ด.ญ.ภูริชญา โตโส น้องเสียอายุ 7เดือน3วัน น้องเสียวันที่ 13 พ.ย. 2561 น้องแข็งแรง ไม่มีอาการป่วย ไม่มีโรคประจำตัว ซึ่งแม่ได้ถ่ายรูปถ่ายคลิปน้องไว้ตลอด คืนก่อนเสียชีวิตและเช้าวันเกิดเหตุ น้องยังร่าเริง อารมณ์ดี” โดยคุณแม่เล่าว่า เล่าก่อนคร่าวๆ นะคะ ปกติแม่จะให้ยายเลี้ยงให้ยายมาเลี้ยงน้องตั้งแต่น้องได้ 5 เดือน เพราะ 3 เดือนแรกแม่เลี้ยงเองครบกำหนดลางานแม่เลยหาคนเลี้ยงน้องเพราะตอนนั้นยายยังไม่ว่างมาเลี้ยงให้ เลยถามกับข้างบ้านซึ่งเค้าเลี้ยงเด็กผู้ชายอายุประมาน 2 ปีกว่าอยู่แล้ว1คนเลยถามเค้าซึ่งในตอนนั้นเค้าก็ยอมรับเลี้ยงน้อง พอน้องได้ ประมาน4เดือนกว่ายายลงมาเลี้ยงให้เพราะยายพูดเสมอว่าใครเลี้ยงก็ไม่เหมือนคนในครอบครัวเลี้ยงให้ ยายเลี้ยงจนถึง วันที่ 6 พ.ย. 2561 ขอตัวกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัด ทีแรกยายขอเอาน้องกลับด้วย แต่ด้วยแม่กับพ่อไม่เคยห่างน้องเลยเราเลยคิดว่ายายไปแค่อาทิตย์เดียวเดี๋ยวเอาไปจ้างข้างบ้านเลี้ยงสักอาทิตย์คงไม่เป็นไรจึงเริ่มฝากเลี้ยงวันที่ 7 พ.ย. 2561 ทุกวันพ่อน้องจะทำเหมือนเดิมตั้งแต่ฝากครั้งแรกคือพ่อน้องจะอาบน้ำป้อนข้าวและรอน้องถ่ายให้เรียบร้อยก่อนเอาน้องไปส่งให้คนเลี้ยงเพราะเค้ากลัวอาบน้ำสระผมลูกแล้วหลุดมือ สระผมแล้วเช็ดไม่แห้งกลัวป้อนข้าวแล้วลูกจะสำลักกลัวล้างก้นแล้วจะรังเกียจอึน้อง ซึ่งเราคิดว่าให้พ่อออกไปทำงานช้าหน่อยประมาน 10 โมงเช้าบางวันก็เอาไปฝากเที่ยงเพื่อที่จะเอาไปนอนอย่างเดียว วันแรกน้องมีแผลที่นิ้วโป้งเป็นแผลถลอกแม่บอกให้พ่อไปถามคนเลี้ยงพ่อบอกเรื่องแค่นี้อย่าถามให้เป็นเรื่องใหญ่เลย จนถึงวันที่น้องเสีย 13 พ.ย. 2561 วันที่ 5 ของการฝาก เช้านี้พ่อน้องมีประชุมเช้าเลยรีบเอาน้องอาบน้ำป้อนข้าวแต่น้องยังไม่ถ่ายเพราะยังไม่ได้เวลาเค้าเลยรีบไปส่งน้อง 9:30 น. น้องร้องตามพ่อหันกลับไปอุ้มแล้วกล่อมอยู่หน้าบ้านคนเลี้ยงสัก10นาทีพอน้องหยุดร้องเลยส่งให้คนเลี้ยงแล้วออกไปทำงาน เวลา 10:55 น.คนเลี้ยงโทรมา แม่เห็นแม่รับสายเลยคิดว่าพ่อน่าจะลืมนมหรือของใช้เสียงแรกที่ได้ยิน คือยุ้ยน้องถ่ายๆหมดสติเสียงสั่น แม่วางโทรศัพท์รีบให้เพื่อนขับรถไปให้ตลอดทางเพื่อนคอยถามว่าน้องท้องเสียหรอ แม่ยืนยันได้เลยว่าน้องไม่ถ่ายสักครั้งเช้านี้ก่อนแม่มาทำงานยังไม่ถ่ายเลย เมื่อถึงบ้านคนเลี้ยง ภาพที่เห็นคือน้องไม่สวมเสื้อผ้าสักชิ้นแขนขาตกห้อยหน้าเขียวคล้ำปากคล้ำม่วง ตาหลับไม่สนิทไม่มีชีพจรหัวใจหยุดเต้นแล้วแม่แทบเปนลมเพื่อนบอกยุ้ยอุ้มน้องขึ้นรถแม่รีบวิ่งไปอุ้มน้องจากมือคนเลี้ยงที่ข้างหนึ่งคุยโทรศัพท์อีกข้างหนึ่งอุ้มน้องวิ่งไปมาหน้าบ้าน แม่เรียกน้องพ่อเป่าปากน้องปั๊มหัวใจน้องตลอดทางจนถึงโรงพยาบาล คุณหมอช่วยสักพักออกมาบอกว่าน้องเสียแล้วโดยไม่ทราบสาเหตุ พ่อเลยโทรกลับหาคนเลี้ยงถามว่าเกิดอะไรขึ้นเค้าตอบพ่อว่า. น้องหลับเลยสงสัยเห็นยังไม่ตื่นเข้าไปดูน้องตัวเขียวตายแล้ว แม่เลยถามกลับว่าแล้วบอกน้องถ่ายหมดสติตอนโทรมาเมื่อกี้ล่ะสรุปน้องถ่ายหรือไม่ถ่ายเค้าตอบวกไปวนมาจนตอนหลังจากวันนั้นเหลือแค่น้องหลับคว่ำแล้วตายเอง สันนิษฐานให้ด้วยว่าน้องอาจสำลักนมที่พ่อป้อนมาก่อนเอามาส่งแต่มันแย้งกับความคิดแม่หลายๆอย่างทั้งคำพูดก่อนหน้านั้นตอนตกใจช่วงแรกๆ แม่ก็แค่ได้แต่ลงบันทึกประจำวันไว้ซึ่งรอผลชันสูตร ช่วงรอผล1 เดือนทางคนเลี้ยงติดต่อมาบ่อยมากซึ่งแม่ไม่อยากคุยไม่อยากรับรู้ขอเข้ามาคุยแม่ปฏิเสธทุกครั้ง.พยายามโทรถามช่วงแรกๆอาทิตย์แรกถามว่าผลชันสูตรออกยังอยากรู้เหมือนกันว่าน้องตายเพราะอะไรแต่ผ่านไป 2อาทิตย์หายไปแล้วพยายามโทรขอเข้ามาคุยเหมือนมีคนให้คำปรึกษาเค้ามาแล้ว อันนี้แม่คิดเองนะคะแม่ตามผลชันสูตรโทรถามแทบวันเว้นวันเพราะแม่อยากรู้ว่าน้องจะตายเพราะนอนคว่ำง่ายๆแบบนี้จริงๆหรอมันต้องเป็นอย่างอื่นสิแม่ติดใจมากเรื่องนี้ จนวันเสาร์ที่ 15 ธ.ค. 2561 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาให้ไปฟังผลชันสูตรแม่เลยรีบเข้าไปโดยที่พ่อติดธุระแม่ไปเองมีพี่คนหนึ่งไปเป็นเพื่อน – อวัยวะภายนอกน้องปกติไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายไม่มีรอยฟกช้ำ – อวัยวะภายในทุกอย่างปกติ หลอดลมปกติ ยกเว้น ปอดมีน้ำทั้งสองข้าง มีจุดเลือดกระจายปอดขวา ปอดช้ำ สมองบวม สาเหตุเพราะขาดอากาศหายใจ ทางฝั่งคนเลี้ยงก็ยืนยันเหมือนเดิมว่าน้องนอนคว่ำตาย ซึ่งตอนนี้แม่สู้เพื่อขอความยุติธรรมให้น้องจะไม่ไหวแล้วค่ะถามว่าแม่ต้องการอะไรแม่แค่อยากตอบไปเหมือนกัน เด็กคนหนึ่งที่ไม่มีโอกาสพูดว่าตัวเองตายเพราะอะไรทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ป่วยแข็งแรงดีคำตอบมีแค่ข้อเดียวคือนอนคว่ำแล้วตายเองมันช่างโหดร้ายกับคำตอบนี้ที่แม่ฟังจังเลยมีคำตอบอื่นอีกไหมมีใครช่วยหาคำตอบนี้ให้แม่ได้อีกไหมคะ ชาวเน็ตแชร์โพสต์ของคุณแม่ออกไปเกือบ 3 หมื่นครั้งและตั้งข้อสังเกตถึงคำอธิบายของเพื่อนบ้านว่าดูวกไปวนมาและน่าสงสัย อีกทั้งยังขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ นอกจากนี้ยังมีหลายๆคนบอกว่าอ่านเรื่องราวแล้วรู้สึกสะเทือนใจ บางคนถึงกับร้องไห้ตามอีกด้วย  

สุดสงสาร เด็กพิการเสียชีวิตในวัย 1 ปี 5 เดือน แม่เผยมีลูก 2 คน เป็นโรคกลายพันธุ์ทั้งหมด

วันที่ 13 ธ.ค. 61 นับเป็นเรื่องราวชวนสะเทือนใจ หลังเกิดเหตุมีเด็กทารกเสียชีวิตที่บ้านแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านปิยะวรารมย์ 4 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ทราบชื่อคือ น้องแสนรัก อายุ 1 ปี 5 เดือน พบว่าน้องแสนรัก มีลักษณะศีรษะโต ใบหน้าผิดรูป ตามองไม่เห็น หูไม่ได้ยินเสียง และแขนขาลีบ ไม่เหมือนเด็กปกติ จากการสอบถาม น.ส.วลิลศราลักษณ์ เครือกาบ อายุ 30 ปี มารดาน้องแสนรัก เผยว่า น้องร่างกายเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด พัฒนาการช้า แต่เลี้ยงเหมือนเด็กปกติ ก่อนเสียชีวิตน้องร้องและเสียงก็ค่อยๆ เงียบไป พร้อมเผยอีกว่า น้องเป็นลูกคนที่ 2 โดยลูกคนแรกมีอาการแบบเดียวกันและเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด แพทย์ที่โรงพยาบาลบอกว่า ลูกของตนเป็นโรคกลายพันธุ์จากพ่อและแม่ ซึ่งทั้งโลกเป็นโรคนี้แค่ 40 คน เท่านั้น เบื้องต้น แพทย์ชันสูตรเสียชีวิตจากโรคประจำตัว ลักษณะแบบนี้เป็นลักษณะการผิดปกติทางโครโมโซมของพ่อแม่ จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง โรงพยาบาลกรมชลประทาน ปากเกร็ด เพื่อฝากแช่เย็น และจะนำร่างไปฝังที่โบสถ์คริสต์ สกลสงเคราะห์ อ.บางบัวทอง ในวันที่ 17 ธ.ค.