ชัดเจนนะ…!! รัฐบาลประกาศ “เยียวยา” ลูกจ้างรับ 2 เด้ง นายจ้าง 3 พัน

ชัดเจนนะ…!! รัฐบาลประกาศ “เยียวยา” ลูกจ้างรับ 2 เด้ง นายจ้าง 3 พัน กระแสข่าวยังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วทุกระแหงสำหรับเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจว่า รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณราว 7,500 ล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชนในกลุ่มแรงงาน 6 จังหวัดได้แก่ กทม. นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ด้วยการจ่ายค่าชดเชย 50% เป็นเวลา 1 เดือน ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศคณะกรรมการบริหารเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์ cv 19 หรือ (ศบศ.) ฉบับล่าสุด ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงัคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงมาตรการเยียวยาธุรกิจก่อสร้าง ร้านอาหาร ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบ   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -เจ้าสาวฟ้องกลับ…!! เตรียมเรียกคุณจอย 2 ล้าน เนื่องจากทำให้อับอาย เสียชื่อเสียง -รัฐบาล…!! ไฟเขียวแล้ว ไม่เลื่อนโครงการ “คนละครึ่งเฟส3” เผยวันเงินเข้า   โดยกระทรวงแรงงานจะช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมด้วยการจ่ายค่าชดเชยจากเหตุสุดวิสัยให้กับลูกจ้าง 50% ของฐานเงินเดือน สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท และจะจ่ายเงินเพิ่มเติมให้กับลูกจ้างในระบบประกันสังคม อีก 2,000 บาท ต่อราย เนื่องจากอาจมีบางธุรกิจไม่จ่ายเงินเดือนให้ลูกจ้างในช่วง 1 เดือนนี้ หรือถูกลดเงินเดือน ทางรัฐบาลจะจ่ายเงินเพิ่มเติมดังกล่าวให้ สำหรับผู้ประกอบการนั้นรัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 3,000 บาท ต่อหัว ของลูกจ้างที่อยู่ในบริษัท สูงสุดไม่เกิน 200 คน เป็นเวลา 1 เดือน นายดนุชา กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ผู้ประกอบการหรือแรงงานที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม หากต้องการรับความช่วยเหลือจะต้องขึ้นทะเบียนเข้าระบบประกันสังคม โดยนายจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 3,000 บาท ส่วนลูกจ้างสัญชาติไทยจะได้รับเงินเยียวยา 2,000 บาท ในกรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถขึ้นทะเบียนในระบบประกันสังคมได้ เนื่องจากไม่มีลูกจ้าง สามารถขึ้นทะเบียนในแอพพลิเคชั่นถุงเงิน ภายใต้โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ภายใน 1 เดือนนี้ โดยขอความร่วมมือธนาคารกรุงไทยในการตรวจสอบ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจในหมวดร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท เท่ากับว่าจะใช้งบประมาณจากประกันสังคม 3,500 ล้านบาท และจากรัฐบาลอีก 4,000 ล้านบาท      

กระทรวงแรงงาน ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% เงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท

กระทรวงแรงงาน ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% เงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงแรงงานปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% พัฒนาทักษะแรงงาน ทั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% วงเงินรวม 30 ล้านบาท จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต่อเนื่อง ให้ผู้ประกอบการใช้เป็นทุนในการฝึกอบรม พัฒนาทักษะ หรือทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานของลูกจ้าง วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยผู้สนใจสามารถยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันนี้-15 กรกฎาคม 2564 ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน (สพร.) สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (สนพ.) ทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติม กองส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน โทร.02-643-6039 สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 4

กองปราบรวบหนุ่มลวงลูกสาวนายจ้างวัย 11 ปี

กองปราบรวมหนุ่มหื่นหลอกลวงลูกสาวนายจ้างไปข่มขืน ลูกสาวนายจ้างอายุเพียง 11 ปี 13 ก.พ.64 กองบังคับการปราบปราม โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน, พ.ต.ท.ปวิช ข่าทิพย์พาที, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.ปิยะพร เรียนสุทธิ์ สว.กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายทวีศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.51/2564 ลง 10 ก.พ. 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีและพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจาร” ก่อนเกิดเหตุ นายทวีศักดิ์ฯ (ผู้ต้องหา) ซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป เป็นคนมีอุปนิสัยชอบดื่มสุราเป็นประจำ โดยพักอาศัยอยู่กับนายจ้างภายในซอยบรมราชชนนี 74/11 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 เวลากลางคืน ผู้ต้องหาได้นั่งดื่มสุราจนมึนเมา จากนั้นได้เดินไปที่บ้านของนายจ้าง ซึ่งอยู่บริเวณใกล้กับที่พักของผู้ต้องหา และได้ไปพบกับ ด.ญ.เอ ซึ่งเป็นลูกของนายจ้าง กำลังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ผู้ต้องหาจึงได้ออกอุบายชวน ด.ญ.เอ ไปเล่นที่ห้องพักของตน ก่อนจะลงมือข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ต่อมา ทางผู้ปกครองของผู้เสียหายสังเกตเห็นว่า ด.ญ.เอ. มีอาการซึมเศร้าและดูเหม่อลอย ไม่สดใสร่าเริงเหมือนปกติ จึงได้สอบถาม จนทราบว่าถูก นายทวีศักดิ์ฯ (ผู้ต้องหา) หลอกไปข่มขืนกระทำชำเราที่ห้องพักดังกล่าว ผู้ปกครองจึงได้พา ด.ญ.เอ มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้หลบหนีมาทำงานและพักอาศัยอยู่ที่บริเวณซอยบรมราชชนนี 74/11 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้เข้าจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มีข่าวดีมาบอก…!! ลูกจ้าง ม.33 จ่ายเงินประกันสังคมทุกเดือน ก็ได้รับเงินเยียวยา

มีข่าวดีมาบอก…!! ลูกจ้าง ม.33 จ่ายเงินประกันสังคมทุกเดือน ก็ได้รับเงินเยียวยา สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เผยถึงมาตรการเยียวยาในส่วนของ ผู้ประกันตน มาตรา 33 เนื่องจากสถานการณ์cv ระลอกใหม่ โดยระบุว่า มาตรการเยียวยาที่ผู้ประกันตน ม.33 จะได้รับคือ -การว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน เนื่องจากต้องกักตัว หรือเฝ้าระวังการระบาดของโรค หรือไม่ได้ทำงานเนื่องจากนายจ้าง ต้องหยุดประกอบกิจการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เนื่องจากทางราชการมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาดของโรคทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ และลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ให้ลูกจ้างดังกล่าวมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่มีการกักตัวหรือเฝ้าระวัง การระบาดของโรคหรือมีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว แล้วแต่กรณีแต่รวมกันไม่เกิน 90 วัน -กรณีว่างงานจากการถูกเลิกจ้าง ได้รับเงินชดเชยร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ปีละไม่เกิน 200 วัน -ลดหย่อนเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ลูกจ้าง-นายจ้าง เหลือร้อยละ 3 ตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค. 64 -การว่างงานจากการลาออก ได้รับเงินชดเชย ร้อยละ 45 ของค่าจ้าง ปีละไม่เกิน 90 วัน อนึ่ง ลูกจ้าง ม.33 คือผู้ที่ทำงานในบริษัทเอกชนทั่วไป/ลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีนายจ้าง และเป็นผู้ส่งเงินสมทบ 5% ของเงินเดือน สูงสุดไม่เกิน 750 บาท / เดือน ถึงจะเข้าข่ายได้รับมาตรการเยียวยาดังกล่าว

ไม่สมควร! หนุ่มลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยวแอบถ่ายรูปลูกค้าสาวอวบ แล้วโพสต์บูลลี่ลงโซเชียล เจอทัวร์ลงเละ

ที่จ.สงขลาตอนนี้ได้มีเรื่องร้อนฉ่าในสังคมออนไลน์จากกรณีที่มีหญิงอ้วนคนหนึ่งไปนั่งกินข้าวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งแล้วย่านถนนนวลแก้วอุทิศ ในอ.หาดใหญ่ และถูกเจ้าของร้านแอบถ่ายรูปของเธอแล้วนำมาโพสต์ในเฟสบุ๊คพร้อมแคปชั่น”โทษนะคับคุณลูกค้าแต่ผมเห็นรูปนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าเมียผมหุ่นดีมากเลย” ซึ่งต่อมาหญิงสาวคนนี้ก็นำภาพนี้มาโพสต์กลับพร้อมกับแคปชั่นว่า”ไปกินข้าวแต่ดันโดนเจ้าของร้านถ่ายรูปไปบูลลี่ในโลกออนไลน์#อ้วนก็ผิดแล้วเหรอคะ??? “ใช่คะตอนนี้เราอ่วนและอ้วนมากกว่าเดิมหลายเท่าแต่คุณไม่ควรทำแบบนี้”พร้อมกับบอกพิกัดร้าน ทำให้กลายเป็นประเด็นในสังคมออนไลน์ที่มีการเข้ามาแสดงความคิดเห็นทั้งด่าและตำหนิเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวและให้กำลังใจหญิงสาวคนนี้กันเป็นจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบกับเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ ชื่อว่า นายปรีชา เสนาวัน อายุ 45 ปี เจ้าของร้าน รวมทั้ง นายอนุวัฒน์ จันสมดี อายุ 28 ปี ลูกน้องซึ่งเป็นคนที่ถ่ายภาพและโพสต์ลงเฟสบุ๊คส่วนตัว จากการสอบถาม นายอนุวัฒน์ ซึ่งเป็นลูกน้องก็ยอมรับว่าเป็นคนถ่ายภาพและนำมาโพสต์ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวจริง แต่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เพราะตอนนั้นเพียงแค่ต้องการล้อเล่นกับแฟนเท่านั้นเพราะแฟนตัวเองก็อ้วนเหมือนกันไม่คิดจะดูถูกลูกค้าคนนี้แต่อย่างใด หลังเป็นเรื่องขึ้นมาก็ได้โพสต์ไปขอโทษลูกค้าคนนี้แล้วและได้ลบโพสต์ออกไปแล้ว ซึ่งตนก็ยอมรับผิดทุกอย่างทำไปเพราะล้อเล่นกันแฟนจริงๆ ด้าน นาย ปรีชา เสนาวัน อายุ45ปี เจ้าของร้าน บอกว่า ต้องขอโทษแทนลูกค้าและยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ที่ลูกน้องทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆและเป็นบทเรียนให้ระวังในการที่จะโพสต์อะไรลงไปเพราะอาจทำให้คนอื่นเสียหายโดยที่เราไม่รู้ตัว โดยเฉพาะลูกค้าที่เข้ามากินในร้านซึ่งเขาตั้งใจมากินจึงควรให้เกียรติกับเขา ซึ่งตนก็ได้ตักเตือนลูกน้องไปแล้ว

1 2 3