ลุงหื่น! ลวงหลาน 16 ไปข่มขืนกลางทาง ขู่ฆ่าถ้าขัดขืน

เจ้าหน้าที่กองปราบ บุกจับลุงหื่น! ลวงหลานสาว 16 ปี ข่มขืนข้างทาง ขู่ฆ่าถ้าหากขัดขืน หรือส่งเสียงร้อง วันที่ 17 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.5 บก.ปคม. พร้อมด้วย พ.ต.ท.เกริก เสนาะสําเนียง สว.กก.5 บก.ปคม. นำกําลังเข้าทำการจับกุม นายสมมารถ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ตามหมายจับศาลกาญจนบุรี ที่ จ.36/2564 ลงวันที่ 29 ม.ค.2564 ข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา เพื่อการอนาจาร ข่มขืนกระทําชําเราผู้อื่นและหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น โดยจับกุมได้ที่หน้าร้านขายของชําพื้นที่ ม.3 ต.หนองกบ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มี.ค.2553 ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหาย จะต้องไปทําการบ้านที่บ้านหลานสาวของนายสมมารถ ซึ่งจังหวะนั้นนายสมมารถขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี จึงอาสาจะไปส่งให้ แต่หลังจากเวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง น.ส.เอก็ยังไม่กลับบ้าน แม่ของผู้เสียหายรู้สึกผิดปกติ และโทรตามหาหลายครั้งแต่ลูกสาวก็ไม่ยอมรับสาย จนเมื่อลูกสาวกลับมาถึงบ้าน ก็ไม่ยอมพูดจาอะไรผิดสังเกตุ หลังสอบถามหนักเข้า น.ส.เอจึงยอมบอกว่า ถูกนายสมมารถหลอกให้ซ้อนท้ายรถจะพาไปส่ง ปรากฏว่าเมื่อขึ้นรถไปด้วยแล้ว กลับไปจอดรถที่เปลี่ยวกลางทาง ก่อนใช้กำลังบังคับข่มขืน ด้วยความกลัวเพราะถูกนายสมมารถขู่จะฆ่าให้ตาย ทำให้ไม่กล้าขัดขืน หรือตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากเสร็จผู้ต้องหาก็ขับรถจักรยานยนต์มาส่งที่ปากซอย แล้วให้ผู้เสียเดินกลับเข้าบ้านเอง ต่อมาหลังจากที่ทราบเรื่อง ทางผู้ปกครองจึงรีบพาลูกสาวเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองกาญจนบุรี ส่วนนายสมมารถเมื่อรู้ว่าถูกดำเนินคดี ก็รีบหลบหนีไปเป็นเวลานานกว่าสิบปีถึงจะตามจับกุมได้ดังกล่าว จากการสอบสวนนายสมมารถ ยังคงให้การปฏิเสธ เบื้องต้นตรวจสอบประวัติยังพบอีกว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุคดีฆ่าผู้อื่น และทําร้ายร่างกายผู้อื่นด้วย จึงนำตัวส่งสภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีต่อไป

รวบตัวแล้ว! ลุงหื่นใช้ปืนจี้ข่มขืนสาว หนีคดีกว่า 20 ปี

กองปราบ ตามรวบลุงหื่น บุกใช้ปืนจี้ข่มขืนสาว ขณะนั่งซักผ้าหน้าบ้าน หนีคดี 20 ปี จนเกือบหมดอายุความ สุดท้ายไม่รอด เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.อัคนี ณ บางช้าง สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายสนธยา หรือน้อย พูลเพิ่มพันธ์ อายุ 59 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี จ.284/2545 ลงวันที่ 19 พ.ย. 2545 ข้อหา“ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาตน โดยมีและใช้อาวุธ และมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ได้ที่ภายในซอยลาดพร้าว 41 แยก 6-7 แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กทม. สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2544 ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย กำลังนั่งซักผ้าอยู่ที่หน้าบ้านพักใน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพียงลำพัง ถูกนายสนธยา บุกเข้ามาใช้อาวุธปืนจี้บังคับข่มขืน ก่อนหลบหนีไป หลังเกิดเหตุจึงนำเรื่องเข้าแจ้งความที่ สภ.ไทรโยค จนมีการออกหมายจับเอาไว้ ต่อมาหลังจากเวลาผ่านไปเกือบ 20 ปีจนคดีเกือบจะหมดอายุความ กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เบาะแสว่า ปัจจุบันนายสนธยา ผู้ต้องหา มาพักอาศัยอยู่ใน จ.ปทุมธานี และทำงานก่อสร้างอยู่ที่กทม. จึงติดตามจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว จากการสอบสวนนายสนธยายังคงให้การปฏิเสธ จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับนำตัวส่ง สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ลุงหื่น…!! อายุ 54ปี เมาเหล้าขาว พยายามข่มขืนเด็กหญิง วัย 13 ปี

ลุงหื่น…!! อายุ 54ปี เมาเหล้าขาว พยายามข่มขืนเด็กหญิง วัย 13 ปี ในบ้านพักแต่ เด็กร้องให้คนช่วย มีคนข้างบ้านวิ่งเข้าไปข่วยไว้ได้ทันจึงรอดหวุดหวิด วันที่ 17 ม.ค.64 เวลา 17.05 น. สภ.บ่อวิน ได้รับแจ้งร้อยเวรสอบสวน สภ.บ่อวิน ว่าบุกรุกเข้าไปในบ้านพักเลขที่ 268/75 ม.8 ต.บ่อวินฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ยังที่ได้รับแจ้ง จากการตรวจสอบและสอบถามผู้เสียหาย ทราบว่า มีนายพัน (ทราบชื่อภายหลัง) ได้บุกรุกเข้าไปในบ้านพักเลขที่ 268/75 ม.8 ต.บ่อวินฯ ซึ่งมี เด็กหญิงโดนัด (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง และได้ #กระทำอนาจารเด็ก จากนั้น เด็กได้ส่งเสียงร้อง และมี #พลเมืองดี ที่อยู่บ้านใกล้เคียงกันเข้ามาดึงตัว นายพันฯ(ผู้ต้องหา) ออกจากห้องของเด็ก จากนั้นผู้ต้องหาได้เดินหลบหนีไป ไม่รู้ว่าไปทิศทางไหน แต่น่าจะ #ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าข้างหมู่บ้าน ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลัง พร้อมด้วยชาวบ้านร่วมกันหาตัวผู้ต้องหา และได้พบ ผู้ต้องหา นอนซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าข้างหมู่บ้านซึ่งไม่ไกลกับที่เกิดเหตุมากนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวมายังสถานีตำรวจ จากการสอบถามผู้ถูกจับให้การวกวน และอยู่ในลักษณะ เมาสุรา ****************************************************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก สถานีตำรวจภูธรบ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี)

ลุงหื่น นัดเด็กป.6 เข้าไปในป่า ก่อนจะล่วงละเมิดทางเพศ อ้างเด็กสมยอม

แจ้งจับลุงหื่น นัดเด็ก ป.6 มาทำอนาจารในป่า อ้างกอดจูบด้วยความเอ็นดูและเด็กสมยอม ส่วนที่ยื่นเสนอเงิน 1 แสน ไม่อยากให้เด็กเสียอนาคต นายดี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ชาว ต.เมืองฝ้าย อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ได้พา ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นหลานสาว ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองหงส์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.ยงยุทธ ไผ่ล้อมวรกุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองหงส์ ให้เอาผิดกับนายมณี หรือโขน อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แห่งหนึ่งใน อ.หนองหงส์ โดยกล่าวหาว่า​ นายมณี ได้ล่อลวง ด.ญ.เอ หลานสาวไปล่วงละเมิดทางเพศในป่าข้างบ้าน เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ (2 ม.ค.64) ที่ผ่านมา โดยนายดี ซึ่งเป็นลุงยืนยันว่า​ เห็นกับตาของตัวเอง แต่ตอนที่ไม่แจ้งความเพราะไม่อยากให้หลานอับอาย และก็ไม่รู้ว่าจะต้องเดินเรื่องอะไรยังไงบ้าง จากการสอบถามนายดี บอกว่า เคยได้ยินคนเล่าให้ฟังหลายครั้งว่า อบต.โขน มีความสัมพันธ์กับหลานสาวของตัวเอง ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อแต่ก็พยายามเค้นถามหลาน แต่หลานก็ไม่ยอมบอกอะไรเอาแต่เงียบ จึงพยายามสังเกตและตักเตือนหลานเพราะตนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก หลังจากพ่อแม่แยกทางกันก็รักเหมือนลูก กระทั่งวันที่ 2 ม.ค. ไม่เห็นหลานสาวอยู่บ้านก็เริ่มเอะใจจึงไปตามหา กระทั่งไปเห็น อบต.โขน กำลังกระทำชำเราหลานสาวอยู่ในป่าข้างบ้าน  ก็ตกใจมากไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จึงไปต่อว่า อบต.ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ หลังจากนั้นวันที่เกิดเหตุ อบต.ก็ให้คนเอาเงินมาให้ 1 แสนบาท​ เพื่อให้จบ ยอมรับว่า​ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก และไม่กล้ามาแจ้งความเพราะไม่อยากให้หลานอับอาย จึงบอกให้นายมณี เลิกพฤติกรรมดังกล่าว และห้ามหลานไม่ให้ติดต่อหรือไปมาหาสู่กันอีก แต่หลังเกิดเหตุนายมณี ก็ยังไม่ยอมหยุด จึงตัดสินใจพาหลานเข้าแจ้งความให้เอาผิดตามกฎหมายกับนายมณี ส.อบต. เพราะไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับเด็กคนอื่นอีก เสียใจมากไม่คิดว่าคนที่อายุมากขนาดนี้และมีตำแหน่งเป็นถึง ส.อบต.เป็นผู้นำชุมชน จะทำตัวแบบนี้ ยืนยันว่าจะเอาเรื่องตามกฎหมายให้ถึงที่สุด จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามนายมณี หรือ อบต.โขน ที่ถูกกล่าวหา ก็ยืดอกยอมรับว่า​ ได้กระทำชำเรา ด.ญ.เอ จริง แต่ไม่ได้เป็นการบังคับก็เป็นการสมยอมทั้งสองฝ่าย ก็ยอมรับว่ามีความผูกพันกับเด็กจนเกิดความพลั้งเผลอไป แต่ก็ยอมรับผิดเพราะอีกฝ่ายเป็นเด็กก็ไม่ได้ปฏิเสธ ก็พร้อมเดินทางไปพบตำรวจและยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ และพร้อมที่จะยื่นลาออกจาก ส.อบต.ด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากให้กระทบต่อภาพลักษณ์หรือทำให้เสื่อมเสีย ส่วนเรื่องคดีก็ว่ากันไปตามกระบวนการ แต่ก็ขอโทษเด็กผู้เสียหาย และครอบครัวของเด็กด้วยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่ยืนยันว่าไม่ได้บังคับขืนใจเป็นการสมยอมกันทั้งสองฝ่าย ขณะที่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีก็ได้พา ด.ญ.เอ ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหนองหงส์ และทำการสอบปากคำเบื้องต้น จากนั้นก็จะได้เรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานก่อนจะแจ้งข้อหาตามขั้นตอน

ลุงหื่นโรคจิต! เด็กนักเรียนหญิงขวัญผวา เจอลุงหื่นมายืนสไลด์หนอนต่อหน้า ก่อนจะยิ้มให้แล้วเดินจากไป

หื่นจัด! มนุษย์ลุงสุดหื่น หลังเห็นเด็กนักเรียนหญิง แล้วมายืนสไลด์หนอนในสวนสาธารณะ ต่อหน้าเด็กๆ ก่อนจะยิ้มให้เด็กๆแล้วรีบหนีไป มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่คลิปผู้ชาย อายุประมาณ 60 ปี ใส่เสื้อคลุมแขนยาว กางเกงขาสั้น กำลังยืนอยู่ข้างต้นไม้ ริมคลองสวนศรีเมือง โดยในคลิปพบว่า ได้ใช้มือพยายามช่วยตัวเองสำเร็จความใคร่ต่อหน้าเยาวชนหญิงที่มานั่งเล่นกันอยู่ ซึ่งต่างตกใจ แต่ชายในคลิปไม่ได้สนใจสายตาและเสียงร้องของเยาวชนกลุ่มดังกล่าว และยังคงยืนมองและช่วยตัวเองจนสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้น ได้เดินออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนน และขับออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนอีกคลิปเป็นภาพผู้ชายคนเดียวกัน กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่บนรถจักรยานยนต์ของตนเองแล้วสำเร็จความใคร่โชว์ผู้คนที่มาออกกำลังกาย หลังจากมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีการแสดงความคิดเห็นต้องการให้เจ้าหน้าที่ดูแลสวนสาธารณะเข้มงวด เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับเยาวชนที่ชอบมานั่งพักผ่อนกันสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ พวกตนและเพื่อนได้เข้ามานั่งพักผ่อนกันหลังเรียนพิเศษ ขณะกำลังนั่งอยู่ ก็พบสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ข้างต้นไม้ จึงหันไปดู ก็ถึงกับร้องด้วยความตกใจ ทำให้เพื่อนทุกคนหันไปมอง ก็พบกับผู้ชายสูงอายุกำลังช่วยตัวเอง สายตาก็จ้องมองมายังกลุ่มที่นั่งอยู่ โดยไม่สนใจว่ามีคนเห็นแล้ว แต่กลับแสดงสีหน้าอย่างมีความสุขจนสำเร็จความใคร่ แล้วก็ยังหันมามองแล้วยิ้มก่อนจะเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วขี่ออกไป ชาวบ้านในระแวกนั้นได้บอกเล่าว่า ลุงหื่นรายนี้ มานั่งที่สวนสาธารณะนี้บ่อย และเคยทำอนาจาร เปิดอวัยวะให้ผู้หญิงดูด้วย แต่หลังจากมีการเผยแพร่คลิปออกไป ลุงหื่นก็หายไปเลย คาดว่าคงจะได้เห็นข่าวจึงเลยไม่กล้ามาที่นี่อีก

1 2 3