แค่ขับปาดหน้า หนุ่มใหญ่วัย 63 หัวร้อนไม่พอใจ ชักปืนยิงลุง 70 ดับต่อหน้าหลาน 8 ขวบ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 ร.ต.อ.จำรัส ไชยวุฒิ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุชายถูกยิงเสียชีวิตภายในรถกระบะ เหตุเกิดภายในซอยกำนันทินกร ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู   ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ฟอร์ด ทะเบียน 1กย-627 กรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องยนต์อยู่ ที่กระจกประตูรถฝั่งคนขับเปิดอยู่ ภายในรถพบศพ นายสุริยะ พรทวีวัฒน์ อายุ 70 ปี เสียชีวิตอยู่บนเบาะนั่งคนขับ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าลำตัวขวา 1 นัด นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ที่พื้นถนน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนนทบุรี จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเก็บรอยนิ้วมือแฝงรอบตัวรถ   ต่อมา น.ส.นฤมล ดำรงศักดิ์ อายุ 44 ปี ลูกสาวของผู้ตายได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้ได้บอกให้พ่อไปรับลูกสาวตน อายุ 8 ขวบ ที่โรงเรียนย่านสะพานกรุงธน เพราะตนติดธุระ พ่อจึงได้ขับรถออกจากบ้านแถวพุทธมณฑลสาย 3 เขตทวีวัฒนา ไปรับหลานสาว จากนั้นตนจะได้รับแจ้งว่าพ่อถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งขณะเกิดเหตุลูกสาวของตนก็นั่งอยู่ในรถ และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง โชคดีที่ลูกสาวไม่เป็นอะไร ตนอยากถามคนที่ทำว่าจิตใจทำด้วยอะไร แค่เรื่องรถชนท้ายถึงกลับต้องมาฆ่าแกงกัน รู้แล้วว่าทำลงไปก็หนีไม่พ้นแล้วจะทำไปทำไม แล้วถ้าเกิดกระสุนพลาดไปโดนลูกสาวเสียชีวิตแล้วจะทำอย่างไร คุณจะรับไหวเหรอเพราะชีวิตคุณมันไม่มีค่าอยู่แล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ พบว่ารถของผู้ตายได้ขับรถตามหลังรถของคนร้ายเข้ามาภายในซอย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถของคนร้ายได้เบรกกระทันหัน ทำให้รถของผู้ตายเบรกไม่อยู่ชนท้ายรถของคนร้าย หลังจากนั้นคนร้ายได้เดินลงจากรถมาที่รถของผู้ตายก่อนจะชักอาวุธปืนออกมายิงใส่ผู้ตาย 1 นัดจนเสียชีวิต แล้วขับรถหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 ก.ม. พบรถยนต์ เซฟโรเลต หมายเลขทะเบียน 1กก-8279 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ที่หน้าบ้าน ในสภาพด้านท้ายมีรอยชนจนยุบ เบื่องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุทราบคือ นายสมชัย ว่องวิทย์เดชา อายุ 63 ปี เจ้าหน้าจึงได้เจรจา ก่อนที่จะเข้าควบคุมตัวมาสอบสวน พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ   อย่างไรก็ตาม นายสมชัย ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือยิง นายสุริยะเนื่องจากไม่พอใจที่ นายสุริยะ ขับรถปาดหน้า ตนจึงขับรถไปเอาคืน ก่อนจะเบรกให้ นายสุริยะ ขับมาชนท้าย หลังจากนั้นตนได้พกอาวุธปืนลงจากรถเพื่อเจรจา โดย นายสุริยะ ได้ลดกระจกรถมาพูดคุย ตนจึงเอื้อมมือไปหยิบป้ายที่ห้อยคอ นายสุริยะ ดู ปรากฏว่า นายสุริยะ ได้ใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่คอตน แต่ไม่โดน ตนจึงใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงใส่ไป 1 นัด ก่อนจะขับรถกลับมาที่บ้าน จนเจ้าหน้าที่มาควบคุมตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา พกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนดำเนินคดีต่อไป

เฒ่าฉุน! รปภ.ตามเอาเรื่องหลังขับชนแผงกั้นหมู่บ้าน ควักปืนยิงแสกหน้าดับ

ลุงวัย 68 เมาขับรถชนรั้วกั้นหมู่บ้าน รปภ.ตามเอาเรื่อง ก่อนลุงหัวร้อนควักปืนลูกซองยิง รปภ.ดับ! เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 27 ก.พ. 2564 ร.ต.อ.จักรพรรดิ์ ทรงพูล รอง สว.สอบสวน สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บริเวณกลางถนนทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บ้านแหวน อ.หางดง มีผู้เสียชีวิตอยู่กลางถนนเข้าหมู่บ้าน และผู้ก่อเหตุยังวนเวียนอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.คมสัน มีภักดี ผกก.สภ.หางดง, พ.ต.ต.ยงยุทธ กุลธร สว.สส.สภ.หางดง พร้อมแพทย์เวร รพ.หางดง และกู้ภัยหางดง ไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึง พ.ต.อ.คมสัน สั่งการให้ทางตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนและยังอยู่ในพื้นที่ โดยในที่เกิดเหตุพบศพชายคนหนึ่งแต่งกายใส่เครื่องแบบยามรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน นอนเสียชีวิตอยู่ ด้านชุดสืบสวนพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุอยู่ที่ในบ้านเลขที่ 16/2 หมู่ 13 ต.บ้านแหวน ห่างจุดเกิดเหตุไม่มาก และทางญาติได้ช่วยเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว ผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการเมาสุราไม่ได้ขัดขืนการจับกุม ทราบชื่อว่า นายอุเทน ตุ้ยหัวทุ่ง อายุ 68 ปี โดยรับสารภาพว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต อ้างว่าเพราะโมโหที่ถูกตามมาด่า หลังตนขับรถไปชนแผงกั้น ทั้งที่ตนบอกว่ายินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้ และก็ให้บัตรประจำตัวประชาชนไปแล้วก็ยังตามมา ทำให้เกิดความรำคาญใจขึ้น ใช้มีดขว้างใส่ยังไม่กลัว จึงนำปืนมาขู่ แต่เกิดลั่นเข้าใส่ ตนขับรถผ่านถนนสายนี้มากว่า 40 ปี ไม่มีปัญหา ต่อมาทางตำรวจพร้อมแพทย์เวร ได้เข้าชันสูตรศพผู้ตาย ซึ่งทราบชื่อว่า นายจตุพล อาราม อายุ 33 ปี เป็นยามรักษาความปลอดภัย ถูกกระสูนปืนลูกปรายกระจายเข้าบริเวณลำคอหน้าอกจนเสียชีวิต พ.ต.อ.คมสัน เผยว่าจากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์รวมทั้งผู้ต้องหา พบว่าคดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ก่อนเกิดเหตุ นายอุเทน คนยิงขับรถยนต์กระบะกลับจากทำสวน และแวะดื่มเหล้าก่อนจะกลับบ้าน ซึ่งต้องผ่านจุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ด้วยความเมาจึงขับรถชนเหล็กแผงกั้น ทาง นายจตุพล ผู้ตายจึงได้ขี่รถจักรยานตามเข้ามาที่บ้านและขอให้ไปตกลงค่าเสียหาย นายอุเทนให้บัตรประชาชนไป แต่ นายจตุพล ซึ่งทำตามหน้าที่ก็จะขอให้ไปลงบันทึกที่ป้อมยาม จนทะเลาะกัน และนายอุเทนก็ใช้อาวุธปืนยิงจนนายจตุพลเสียชีวิต ทางตำรวจได้ยึดอาวุธปืนลูกซอง และแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา นำตัวดำเนินคดีต่อไป

คลิปหลักฐานชัดเจน ฟอร์จูนเนอร์หัวร้อน ขับชนแล้วชนอีก ก่อนจะหนีไป หลังถูกจับอ้างเป็นอดีตนายทหาร ยศพลตรี

จากกรณีที่โซเชียลได้เผยแพร่คลิป “ฟอร์จูนเนอร์หัวร้อน” ขับชนแล้วหนี พลเมืองดีขี่จักรยานยนต์ไล่ตามไปและขวางหน้า เจอชนล้มคว่ำระนาว พบคนขับเป็นชายสูงอายุรุ่นลุง โดยโพสต์ข้อความระบุว่า “ตามเจอแน่ ผมแค่จอดให้ลุงลงมาดูคู่กรณี ที่ลุงไปเบียดเขา” โดยคลิปดังกล่าวได้มีการแชร์อย่างแพร่หลายและถูกส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันอย่างมาก ซึ่งทางเจ้าของคลิปได้เล่าถึงเรื่องที่เกิดเหตุว่า รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าวได้เฉี่ยวชนจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีอาร์ ช่วงสามแยกพระโขนง จากนั้นคนขับได้พยายามขับหนี กระทั่งการจราจรติดขัดช่วงใต้บีทีเอสพระโขนง ตนได้พยายามเข้าขวางให้หยุดดูผู้เสียหาย แต่คนขับก็ยังพยายามหนีและขับชนจนรถจักรยานยนต์ของตนได้รับความเสียหาย ต่อมา ตำรวจสามารถสกัดรถยนต์คันดังกล่าวได้ที่สถานีขนส่งเอกมัย โดยคนขับอ้างว่าเป็นอดีตนายทหาร และบอกว่าจะเอาผิดกลุ่มพลเมืองดีในข้อหา ‘กักขังหน่วงเหนี่ยว’ เนื่องจากถูกปิดล้อม ซึ่งตนยืนยันว่าจะแจ้งความเอาผิดกลับผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวแน่นอน. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน ได้จับกุมตัวคนขับยนต์คันดังกล่าวได้แล้ว ทราบชื่อคือ พล.ต.สุรศักดิ์ จิตบุญ ซึ่งเป็นอดีตนายทหาร ยศพลตรี ถูกแจ้งข้อหาชนแล้วหนี

คลิป 2 ลุงหัวร้อน ดวลกันเดือดกลางถนน พร้อมอาวุธในมือ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Krong Thip ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์รถกระบะทรงสูงคันหนึ่งจอดอยู่กลางถนน คนขับเปิดประตูออกมาแล้วคล้ายค้นหาอะไรสักอย่าง ก่อนหยิบเอาท่อนเหล็กออกมาจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปหาชายวัยสูงอายุกว่า ที่ยืนถืออาวุธไม้ยืนรออยู่ท้ายรถ ก่อนต่างฝ่ายลงมือใช้อาวุธเข้าทำร้ายกัน สุดท้ายคนขับรถกระบะถูกชายสูงอายุตีด้วยไม้เข้าต้นคอล้มฟุบกลางถนน ก่อนมีชาวบ้านเข้าไปห้ามและดึงคนขับรถออกมา จากนั้นทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันไป โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ยังได้ระบุข้อความว่า “เหตุเกิดหน้าบ้านถนนอัสสัมชัญ ซอย 3 แขวงบางไผ่ เขตบางแค” จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้ติดตามไปที่ โรงพยาบาลใกล้เคียง สอบถามเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จึงทราบว่าทั้งสองคนที่ก่อเหตุตีกันกลางถนนนั้นได้มารักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งมีตำรวจ สน.หลักสอง มาดูแลและแยกผู้ใช้ไม้ตีคนขับรถกระบะไปรักษาตัวโรงพยาบาลอีกแห่ง และหลังออกจากโรงพยาบาลแล้วให้ทั้งสองคนไปเจรจากันที่โรงพักอีกครั้ง ส่วนสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจต่อไป  

ใหญ่แค่ไหนก็ไม่รอด หลังลุงหัวร้อนชักปืนขู่รถแท็กซี่

วันที่ 16 ตุลาคม 2561 นายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ติดต่อเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รองผกก.(สอบสวน)สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้ปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายพิเศษ ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ว่า ในวันเกิดเหตุตนกับคุณป้าเดินทางมาทำธุระที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ อาคาร B ใช้เส้นทางคลองประปา จากนั้นรถติดไฟแดงก่อนทางเข้า อาคาร A พอสัญญาณไฟเป็นสีเขียว รถแท็กซี่คันที่ตามหลังขับปาดมาด้านหน้าก่อนเลี้ยวเข้าศูนย์ราชการฯ แล้วหยุดรถกะทันหัน ทำให้ตนบีบแตรเตือน 1 ครั้ง ก่อนจะขับรถแซงออกไป เพราะรีบไปทำธุระที่อาคาร B แต่แท็กซี่คันดังกล่าวพยายามขับรถตามมาด้วยความเร็ว และบีบแตรใส่หลายครั้ง พร้อมกับเปิดไฟหน้ารถลักษณะไม่พอใจ พอจังหวะขึ้นลูกระนาด ตนกับญาติชะลอและหยุดรถเพื่อถามว่าแท็กซี่คันดังกล่าวขับรถตามมาทำไม ส่วนที่ถือปืนในลักษณะคล้ายข่มขู่โดยยกขึ้นมา นายพิเศษ ระบุว่า ตนเห็นท่าไม่ดี กลัวคนขับแท็กซี่ทำร้าย จึงต้องการแสดงให้เห็นว่าตนมีอาวุธป้องกันตัว โดยอ้างว่าไม่คิดจะลั่นไกปืน ทำแค่ป้องกันให้ถูกหยุดไล่ตามเท่านั้น จนมี รปภ. อาคาร A ในศูนย์ราชการมาห้ามไว้ จากนั้นรถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ขับรถหายไปทางอื่น ทั้งนี้อยากให้สังคมเห็นคลิปก่อนหน้านี้ ไม่ใช่แค่คลิปที่ตัวเองชักปืนที่ถูกปล่อยในโลกออนไลน์แล้วด่วนตัดสิน ด้าน พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า จากพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน เพราะมีการชักปืนและการพกปืนก็ถือเป็นการกระทำความผิดแล้ว โดยคาดว่าจะแจ้งข้อหา การมีและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองและที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนฝ่ายคู่กรณีทางตำรวจพบในบัญชีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ “อัญชลี” นั้น เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปทางข้อความเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

1 2