ลุงสุดปลื้ม…!! เจอก้อนปริศนาบนหาดไม้ขาว เชื่อ อำพันทะเล หรือ”อ้วกวาฬ”

ลุงสุดปลื้ม…!! เจอก้อนปริศนาบนหาดไม้ขาว เชื่อ อำพันทะเล หรือ”อ้วกวาฬ” เวลา 13.00 น.วันที่ 23 ก.ย. ที่บ้านเลขที่ 54/4 หมู่ 4 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายยงยุทธ ลิ่มสืบเชื้อ อายุ 66 ปี ได้นำก้อนที่มีลักษณะคล้ายอ้วกวาฬ หรืออำพันทะเล สีขาวขุ่นมีเศษใบสนพันอยู่โดยรอบ และมีเม็ดทรายปะปนติดอยู่ น้ำหนักราว 19 กก.ที่พบบริเวณชายหาดไม้ขาว ต.ไม้ขาว อ.ถลาง ขณะที่วิ่งออกกำลังกายบริเวณชายหาดดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เบื้องต้น เชื่อว่าเป็นอ้วกวาฬหรืออำพันทะเลที่มีราคาสูง จึงต้องการที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -น้ำมูลล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านวังกุ่ม อ.พิมาย ชาวบ้านเก็บของหนีไม่ทัน -ชวนเสียวใส่ชุดเครื่องแบบ!   นายยงยุทธ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ออกไปวิ่งบริเวณชายหาดไม้ขาว เพื่อออกกำลังกายตามปกติ และเมื่อวิ่งไปราว 1 กม. เมื่อวิ่งมาถึงหน้าโรงแรมไม้ขาวดรีม หมู่ 4 ต.ไม้ขาว พบก้อนที่มีสีเหลืองทอง ครั้งแรกคิดว่าเป็นโฟม เลยใช้นิ้วแหย่ดู ปรากฏว่ามีลักษณะนิ่มๆ มีไขมัน มีกลิ่นคาวๆ จึงมั่นใจว่าเป็นอำพันทะเลแน่ เพราะที่ผ่านมาเคยเห็นข่าวคนที่ไปพบอำพันทะเล หรืออ้วกวาฬ มีลักษณะเช่นนี้ จึงอยากจะนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์อาชีวะทางทะเลภูเก็ต อ่าวมะขามพิสูจน์ เบื้องต้นจากที่ศึกษามา อำพันทะเลจะมี 3 แบบ คือ 1.อำพันสีดำ เรียกว่า อำพันขี้ควาย 2.อำพันสีขาว และ 3.อำพันสีเหลืองทอง เรียกว่า อำพันทอง ซึ่งถ้าเป็นอำพันทะเลหรืออ้วกวาฬจริงก็จะขายในราคาที่เหมาะสม แต่ยังไม่ได้ตั้งราคาไว้ สำหรับอำพันทะเลจากข้อมูลที่ค้นพบเป็นสารที่ได้จากการสำรอกหรือการขับถ่ายของวาฬหัวทุย หรือ วาฬสเปิร์ม (sperm whale) มีลักษณะเป็นก้อนไขมันคล้ายขี้ผึ้ง มีหลายเฉดสีตั้งแต่สีเทา หรือสีดำ ไปจนถึงสีโทนอ่อนอย่างสีส้ม หรือสีขาวคล้ายหินอ่อน อำพันทะเลถือเป็นของหายากที่มีราคาแพง ในประวัติศาสตร์มีการนำอำพันทะเลไปใช้ในการทำยารักษาโรค เครื่องหอม และยากระตุ้นกำหนัด แต่ปัจจุบันมักถูกนำไปใช้ในการผลิตน้ำหอม เพราะมีคุณสมบัติช่วยให้น้ำหอมมีกลิ่นคงทนารหาอำพันทะเลมักทำโดยการรอให้ลอยมาติดตามชายฝั่ง หรือล่องเรือออกไปหากลางทะเล รวมทั้งการออกล่าวาฬ แล้วผ่าท้องหาในลำไส้ซึ่งถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในหลายประเทศ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มีวาฬหัวทุยเพียง 1-5% เท่านั้นที่มีอำพันทะเล โดยอำพันทะเลคุณภาพดีมักมีราคาขายอยู่กิโลกรัมละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.5 ล้านบาท)