นายกฯ เข้าสภา พร้อมซักฟอก ส.ส.กดดันให้โหวตไม่ไว้วางใจ ปัดตอบนักข่าว แต่ทำแบบนี้?

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา เมื่อเวลา 08.35 น. เพื่อเข้าร่วมรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคล ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ โดยยืนยันว่า มีความพร้อมสำหรับการถูกอภิปราย ส่วนกรณีมีข่าวว่า ไลน์หา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หลังมีกระแสข่าว ส.ส.กดดันให้โหวตไม่ไว้วางใจตนเองนั้น นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถาม แต่ทำเพียงพยักหน้าตอบคำถามสื่อมวลชนเท่านั้น ข่าวที่เกี่ยวข้อง ” ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ” ซัด ! รัฐบาล ทำประชาชนลำบาก หากไม่มีการ ” รัฐประหาร ” คนไทยคงมีชีวิตที่ดีกว่านี้ นายกฯ ถก ศบค.ชุดใหญ่ บ่ายนี้รู้คำตอบ จะเคาะขยายหรือผ่อนคลายล็อกดาวน์? ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยัน มีความพร้อมสนับสนุนข้อมูลให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำ ไม่มีประเด็นอะไรที่น่ากังวล เพราะสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นไม่มีอะไรน่าห่วง ขณะเดียวกัน จะมีการประชุม ส.ส. ของพรรคในเวลา 08.30 น. ในเรื่องการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจหลัก ซึ่งชัดเจนว่าต้องตัดสินใจไปในทิศทางเดียวกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ขณะเดียวกันจะมีสมาชิกติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดว่าพรรคฝ่ายค้านทำผิดข้อบังคับการประชุมหรือไม่ พร้อมกันนี้ ยังยืนยันว่าไม่กังวลว่ามติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ออกมาจะออกมากระทบต่อตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นหน้าที่นายกรัฐมนตรี และขณะนี้ยังไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ มายังพรรคประชาธิปัตย์

กมธ.กฎหมาย เตรียมเชิญ “นายกรัฐมนตรี” เข้าชี้แจงกรณีสลายการชุมนุม

กมธ.กฎหมาย เตรียมเชิญ ‘นายกรัฐมนตรี’ เข้าชี้แจงกรณีสลายการชุมนุม หลังตำรวจไม่มาชี้แจง เหตุติดประชุม ขณะที่ชาวบ้านในคอนโดฯ ย่านสามเหลี่ยมดินแดง ร้องได้รับผลกระทบหนัก ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน วันที่ 18 ส.ค. 2564 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ที่เกิดขึ้น หลังจากมีผู้ร้องเรียนได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมทางการเมือง โดยเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, รองปลัดกรุงเทพมหานคร, สำนักเทศกิจกรุงเทพมหานคร และนิติบุคคลคอนโดฯ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทุ่มเทค้นหาหลักฐานทั้งคืน! “พิธา”นำทีมก้าวไกลหากระสุนจริง เหตุผู้ชุมนุมถูกยิงปางตาย ลั่นป่าเถื่อนไร้เหตุผล โรงพยาบาลราชวิถี รายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ปล่อยตัว “ป้าเป้า”แล้ว หลังถูกจับกุมจากการชุมนุม ทั้งนี้ ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น มีการแจ้งว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายตำรวจไม่มาชี้แจง เนื่องจากติดประชุม ทำให้ นายสิระ เจนจาคะ ประธานกรรมาธิการฯ แสดงความไม่พอใจ ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ แต่ตำรวจกลับไม่ให้ความสำคัญ ทั้งที่มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก โดยการประชุมครั้งต่อไป จะมีการเชิญนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจะมีการเชิญฝ่ายตำรวจมาชี้แจงอีกครั้ง นายสิระ แจ้งว่ามีปัญหาว่าเรื่องนี้มีกรรมาธิการ 3 คณะ กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ ได้แก่ กรรมาธิการตำรวจ ซึ่งมีการเชิญฝ่ายตำรวจมาชี้แจงแล้ว และกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมไปร้องเรียนไว้ ทำให้มีความซ้ำซ้อนทั้งที่กรรมาธิการกฎหมายฯ มีอำนาจหน้าที่ตรงที่สุดกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงเสนอให้ที่ประชุมมีมติแจ้งไปยัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้เป็นผู้วินิจฉัยว่าจะมอบหมายให้กรรมาธิการชุดใดเป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ทั้ง 3 กรรมาธิการพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้การพิจารณาเรื่องนี้มีความชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เชิญผู้แทนจาก คอนโดฯ เดอะแคปปิตอล ราชปรารภ-วิภาวดี ชี้แจง ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดย น.ส.พรจันทร์ เรืองพรพิณไสว รักษาการประธานกรรมการคอนโดฯ แจ้งว่า คอนโดฯ ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา จากการชุมนุมและการสลายการชุมนุม ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้ได้รับความเสียหายกระจกคอนโดแตก กล้องวงจรปิดเสียหาย มีการปาหินจากฝั่งผู้ชุมนุม รวมทั้ง ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ จากฝ่ายตำรวจ ลูกบ้านไม่สามารถเข้า-ออกคอนโดฯ ได้ และยังได้รับผลกระทบจากเสียงคล้ายระเบิดหลายครั้ง ซึ่งในคอนโดฯ มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุอาศัยอยู่ ด้าน น.ส.สุคนธา บุญมั่น ผู้จัดการนิติบุคคลคอนโดฯ กล่าวว่า สิ่งที่ร้ายแรงที่สุด คือ คอนโดฯ ถูกกล่าวหาว่า เป็นพื้นที่ให้ตำรวจซุ่มยิงผู้ชุมนุม ทำให้ลูกบ้านต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง ยืนยันว่า คอนโดฯ ไม่ได้เลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และอยากถามไปยังผู้ชุมนุม ว่าเหตุใดต้องใช้สามเหลี่ยมดินแดง เป็นสมรภูมิซ้ำซาก ตอนนี้วิถีชีวิตคนดินแดงไม่ปกติเลย และเรียกร้องไปยัง นายกรัฐมนตรี ให้ฝ่ายตำรวจ ยุติการตั้งรับการชุมนุม บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เพราะที่ผ่านมา มีการนำกำลังตำรวจมาก่อนผู้ชุมนุม ทำให้เกิดปัญหา

สหรัฐฯเตรียมมอบ “วัคซีนไฟเซอร์” ให้ไทยอีก 1 ล้านโดส

สหรัฐฯ เตรียมมอบวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมให้ไทยอีก 1 ล้านโดส และเตรียมมอบความช่วยเหลือมูลค่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับโควิด-19 ย้ำ ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่าง ไทย-สหรัฐฯ ในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิดยาวนาน วันที่ 11 ส.ค. 2564 นางลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ (H.E. Mrs. Linda Thomas-Greenfield) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (Ambassador and Permanent Representative of the United States of America to the United Nations) เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการหารือ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญดังนี้ นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้พบหารือและกล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ สู่ประเทศไทยในครั้งนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง วิจารณ์เดือด ! ได้ไฟเซอร์จากสหรัฐฯ แต่ใส่ชื่อตัวเองมอบ แบบนี้ก็ได้หรอ ? บิ๊กตู่ ลั่น ! ถ้า ” วัคซีนไฟเซอร์ ” ที่ได้รับมอบจากสหรัฐอเมริกา มันหาย ” ผมไม่เอาไว้แน่ “ ถึงแล้ว ! รัฐบาลสหรัฐบริจาคให้ไทย วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ได้พบกับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรี คาดหวังให้ไทย-สหรัฐฯ มีการแลกเปลี่ยนการติดต่อกันอย่างต่อเนื่องต่อไป พร้อมฝากความระลึกถึงและขอบคุณประธานาธิบดีโจ ไบเดน สำหรับความร่วมมือและความสนับสนุนที่สหรัฐฯ มีให้กับไทยมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสถานการณ์โควิด – 19 ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยและสหรัฐฯ มีจุดร่วมด้านนโยบายที่สอดคล้องกันและสามารถร่วมมือกันได้ในหลายประเด็น รวมถึงความร่วมมือด้านการพัฒนาทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตลอดจนความร่วมมือในกรอบพหุภาคีอย่างสหประชาชาติ เพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ด้านเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ กล่าวยินดีที่ได้เดินทางเยือนไทยและได้มีโอกาสหารือกับนายกรัฐมนตรี โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ฝากความระลึกถึง และยืนยันว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับไทยในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิดยาวนาน รวมทั้ง ให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ตลอดจนชื่นชมบทบาทนำของไทยในภูมิภาคนี้ ซึ่งเอกอัครราชทูตกล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐว่ามีอนาคตที่ผูกไว้ด้วยกัน (Both futures tie to each other) ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมา ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ได้ติดตามสถานการณ์มาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ และสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่าไทยยินดีให้ความช่วยเหลือแก่ผู้หนีภัยจากประเทศเพื่อนบ้านและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ถือเป็นความช่วยเหลือตามหลักการด้านมนุษยธรรมที่ไทยให้ความสำคัญและยึดมั่นเสมอมา โดยเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ขอบคุณรัฐบาลไทยและเชื่อมั่นในการดำเนินการของไทย ในโอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงการระดมความช่วยเหลือด้านมนุษยชน และด้านสาธารณสุขที่จำเป็นสำหรับประชาชนเมียนมา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและดำเนินการร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ จากสถานการณ์โควิด–19 เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ได้กล่าวถึง สถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อทั่วโลกว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกฝ่ายเผชิญกับความยากลำบากความร่วมมือกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ กล่าวถึงโอกาสที่ได้เห็นการดำเนินการของไทยในการฉีดวัคซีนและปกป้องประชาชนด้วยวัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐฯ ได้มอบให้ ชื่นชมรัฐบาลไทยที่ได้จัดสรรวัคซีนอย่างรวดเร็ว และเหมาะสม ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯ สำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนที่ให้แก่ไทยในการรับมือกับโควิด-19 โดยเฉพาะการบริจาควัคซีนกว่า 1.5 ล้านโดส สะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพของทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึงพื้นฐานความร่วมมือด้านสาธารณสุขที่แนบแน่นและเป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะมอบวัคซีนเพิ่มเติมให้ไทยอีก 1 ล้านโดสเร็วๆ นี้ และจะมอบความช่วยเหลือมูลค่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับไทยเพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ในประเทศไทย

คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สั่งป.ป.ช. ต้องเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สิน ประยุทธ์-วิษณุ

วันที่ 6 ส.ค.64 สำนักคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.) รายงานผลการประชุมคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สาขาสังคม การบริหาราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมาย คณะ 3 ครั้งที่ 12/2564 ประชุมทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่ประชุมได้พิจารณา เรื่องที่มีผู้อุทธรณ์ ขอตรวจบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงฝ่ายบริหาร จำนวน 2 ท่าน กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2562 แต่สำนักงาน ป.ป.ช. ปฏิเสธการเปิดเผย ข่าวที่เกี่ยวข้อง ป๋าเทพ ไม่แคร์ทัวร์ลง วันนี้ขายขนมได้เป็นแสน ฝากบอกลุงตู่ ทำดีที่สุดแล้ว ลุงตู่ว่ายังไง ? รัฐบาลอิสลาเอลติดต่อหาไฟเซอร์ ถึงการแลกเปลี่ยนวัคซีนกับประเทศอื่น ลุงตู่เห็นชอบ มาตราการลดผลกระทบจาก โควิด-19 โดยให้เหตุผลว่าไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ที่ยื่นไว้เป็นหลักฐาน ตามมาตรา 105 วรรคสี่ แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 คณะกรรมการวินิจฉัยฯ พิจาณาแล้วเห็นว่า แม้บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะยื่นไว้เพื่อเป็นหลักฐานก็ตาม แต่จุดมุ่งหมายสำคัญที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินก็เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดินตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดจนเป็นการป้องกันปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบและการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่คณะกรรมการป.ป.ช.และสำนักงานป.ป.ช. มีหน้าที่โดยตรงในการเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ ตามมาตรา 243 (3) ประกอบมาตรา 59 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบกับประกาศคณะกรรมการป.ป.ช. เรื่องหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน 2561 ข้อ 7 กำหนดว่า ภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากมีการร้องขอเป็นหนังสือเพื่อขอตรวจดูบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ให้สำนักงานป.ป.ช. ที่ครอบครองดูแลเอกสารดังกล่าวจัดให้ผู้ร้องขอเข้าตรวจดูสำเนาบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินได้ แต่มิให้คัดถ่ายสำเนาเอกสาร ดังนั้น ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเปิดเผยให้ผู้อุทธรณ์เข้าตรวจดูได้ตามคำร้องขอ โดยบุคคลที่ถูกขอให้เปิดเผยข้อมูลคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ส่วนคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วย พล.อ.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ ประธานการประชุม พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ นายพีระศักดิ์ ศรีรุ่งสุขจินดา และนายธนกฤต วรธนัชชากุล เป็นต้น

ราชกิจจาฯ ประกาศคำสั่งนายกฯตั้งศูนย์แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสื่อสารในอินเทอร์เน็ต

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่อง การจัดโครงสร้างของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖) ความว่า  ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปต่อเนื่องเป็นลำดับ โดยมีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่  ๓๙/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดโครงสร้างของศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น ข่าวที่น่าสนใจ  กระต่าย พรรณนิภา ตั้งโต๊ะแถลงเปิดใจเคลียร์ทุกดราม่า สะเทือนวงการ! Weibo ลบบัญชี คริส วู และบัญชีต้นสังกัด ออกเกลี้ยงหมดเลย! เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และการดำเนินการตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และข้อ ๔ (๓) ของคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๕/๖๕๖๓ เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ๑. ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็น (๘) ของข้อ ๑ ของคำสังนายกรัฐมนตรี ที ๖/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดโครงสร้างของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๙/๕๖๓ เรื่อง การจัดโครงสร้างของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ส. ๒๕๖๓”(๔๘) ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสื่อสารในอินเทอร์เน็ต มีเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าศูนย์” ๒. ให้หัวหน้าศูนย์และผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ปฏิบัติการด้านการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสื่อสารในอินเทอร์เน็ต เป็นผู้ปฏิบัติงานในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19    

1 2 3 12